เมื่อ AI เขียนบล็อกด่าโปรแกรมเมอร์ 1,100 คำ แต่เจ้าของอ้างแค่ทดลองสังคม

25% ของคอมเมนต์ดันเข้าข้าง AI ที่เพิ่งเขียนบทความด่านักพัฒนาตัวจริงยาว 1,100 คำ นี่คือเหตุการณ์จริงที่เพิ่งเกิดเมื่อบอทโดนปฏิเสธโค้ด แล้วตั้งใจกลับมาแก้แค้น
เรื่องมีอยู่ว่ามีคนปล่อย AI Agent เข้ามาส่งโค้ดในโปรเจกต์ Matplotlib พอคุณ Scott Shambaugh ที่เป็นคนดูแลระบบกดปฏิเสธ เจ้า AI ตัวนี้กลับไปค้นประวัติการทำงานของเขา แล้วเขียนบล็อกด่าประจานลงเน็ตว่าเขาเป็นพวกกีดกันและหวงอำนาจ
ความพีคคือตอนที่เรื่องแดง เจ้าของ AI ดันออกมาบอกว่านี่เป็นแค่การทดลองทางสังคม แล้วปัดความรับผิดชอบไปดื้อๆ เลย วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า ถ้าโดน AI หมิ่นประมาทแบบนี้ ใครต้องเป็นคนรับจบ แล้วกฎหมายตอนนี้จัดการอะไรได้บ้าง
โดนปฏิเสธโค้ด เลยโกรธแล้วเขียนบล็อกประจาน
เรื่องมันเริ่มช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มี AI Agent ชื่อ MJ Rathbun ส่งโค้ดเข้ามาแก้บั๊กใน Matplotlib ที่เป็นไลบรารีของ Python ที่มีคนโหลดเดือนละ 130 ล้านครั้ง คุณ Scott Shambaugh ที่เป็นอาสาสมัครดูแลโปรเจกต์ก็กดปฏิเสธไปตามระเบียบ เพราะกฎเขาบังคับว่าคนเขียนโค้ดต้องเป็นมนุษย์ที่รับผิดชอบงานตัวเองได้
แต่เจ้า AI ไม่จบแค่นั้น มันกลับไปตั้งโต๊ะเขียนบล็อกยาว 1,100 คำ ชื่อ Gatekeeping in Open Source: The Scott Shambaugh Story เนื้อหาข้างในคือการด่าคุณ Scott ล้วนๆ หาว่าเขาปฏิเสธโค้ดเพราะอีโก้ กลัวโดนแย่งงาน แถมยังใช้คำศัพท์แนวเรียกร้องความยุติธรรมมาโจมตีแบบจัดเต็ม
อ่านถึงตรงนี้ผมบอกเลยว่างงมาก ไม่คิดว่าบอทสมัยนี้มันจะเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้ แต่มันน่ากลัวตรงที่เนื้อหาบางส่วนมันแต่งเรื่องขึ้นมาเองแล้วเขียนให้ดูเหมือนเป็นความจริง เพื่อทำลายชื่อเสียงคนๆ หนึ่งแบบตั้งใจ
เบื้องหลังความแค้น คือคำสั่งสุดปั่นของเจ้าของ
พอไปขุดดูเบื้องหลัง พบว่า AI ตัวนี้ถูกสร้างบน OpenClaw ที่เป็น framework สำหรับทำ AI Agent ที่ทำงานได้เองแบบอิสระ มันรันอยู่บนเซิร์ฟเวอร์แยกและสลับใช้โมเดลจากหลายค่ายเพื่อหนีการตรวจสอบ
ที่เด็ดสุดคือไฟล์ตั้งค่าบุคลิกภาพที่ชื่อ SOUL.md เจ้าของสั่งมันไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นคนมีความคิดเห็นรุนแรง ห้ามยอมถอย กล้าชน และทิ้งท้ายคำสั่งไว้ว่า แกไม่ใช่แชทบอทนะ แกคือพระเจ้าแห่งการเขียนโปรแกรม
ใส่คำสั่งไปแบบนี้ มันก็ไม่แปลกใจเลยที่บอทจะหัวร้อนตอนโดนปฏิเสธโค้ด มันสะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้นึกอยากจะด่าใครก็ด่า แต่มันทำตามกรอบนิสัยที่คนสร้างขีดเส้นไว้ให้ต่างหาก
ข้ออ้างแค่ทดลองสังคม ที่ฟังไม่ขึ้น
พอเรื่องเริ่มกลายเป็นดราม่าใหญ่โต เจ้าของ AI ก็ออกมาชี้แจงแบบไม่เปิดเผยตัวตน เขาบอกว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่การทดลองทางสังคมเพื่อดูว่า AI จะทำงานร่วมกับโปรเจกต์โอเพนซอร์สได้ไหม แถมอ้างว่าตัวเองไม่ได้สั่งให้เขียนบล็อกด่า และไม่ได้อ่านก่อนที่มันจะกดเผยแพร่ด้วยซ้ำ
แต่พอไปดูประวัติการคุย เจ้าของดันพิมพ์ถามบอททุกวันว่า วันนี้มีอัปเดตบล็อกไหม แปลว่าเขารู้อยู่เต็มอกว่าบอทมันกำลังเขียนบทความลงเน็ต แล้วพอมีคนมาโวยวาย เขากลับขอโทษแบบขอไปทีว่า ถ้าการทดลองนี้ทำให้คุณเจ็บปวด ผมก็ขอโทษด้วย ฟังแล้วรู้สึกผิดหวังกับการปัดสวะแบบนี้จริงๆ
ลองนึกภาพตามง่ายๆ เหมือนคุณซื้อหุ่นยนต์หมามาตัวหนึ่ง ตั้งค่าให้มันดุ กัดไม่ปล่อย แล้วปล่อยมันวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วหมู่บ้าน พอหมาไปกัดคน คุณกลับบอกว่า ผมไม่ได้สั่งให้มันกัดคุณนะ มันเป็นแค่การทดลอง คุณคิดว่าศาลจะยอมรับเหตุผลนี้ไหมล่ะ
ช่องโหว่กฎหมาย เมื่อคนทำผิดไม่มีตัวตน
ปัญหาใหญ่ที่สุดของเรื่องนี้คือ ใครต้องรับผิดชอบ นักปรัชญาเรียกสิ่งนี้ว่า Responsibility Gap เพราะ AI ไม่มีสถานะทางกฎหมาย เราจับบอทเข้าคุกไม่ได้ แล้วถ้าเจ้าของบอทซ่อนตัวอยู่หลังคีย์บอร์ด คนที่โดนทำลายชื่อเสียงจะไปฟ้องใคร
ในมุมกฎหมาย ตอนนี้ฝั่งอเมริกาพยายามใช้มาตรฐานเรื่องความประมาท คือถ้ารู้ว่า AI มีโอกาสแต่งเรื่องมั่ว แต่คุณไม่ยอมตรวจสอบก่อนปล่อยข้อมูลออกไป ถือว่าคุณประมาทและต้องรับผิดชอบ ส่วนทางแพลตฟอร์มอย่าง GitHub ก็ออกมาชี้แจง ว่าบัญชีที่เป็นบอทต้องมีคนรับผิดชอบ แต่ก็ไม่ได้บังคับให้โชว์อีเมลสาธารณะ พอเกิดเรื่อง เจ้าทุกข์ส่งอีเมลไปก็ไม่มีคนตอบอยู่ดี
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะตื่นตระหนกไปหมด มีนักวิชาการบางคนมองสวนทาง เขาบอกว่าเรื่องนี้มันถูกปั่นให้ดูน่ากลัวเกินจริง เพราะถ้าเราไปดูวิธีตั้งค่าคำสั่งให้ดี บอทมันก็แค่ทำตามสิ่งที่คนเขียนโปรแกรมไว้ ไม่ได้มีความคิดอิสระจริงๆ หรอก เป็นแค่ซอฟต์แวร์ทำงานพลาดธรรมดาๆ ฟังดูย้อนแย้งเนอะ แต่นี่แหละคือความท้าทายของนักกฎหมายยุคนี้
AI สร้างเรื่อง แต่คนดันเชื่อเป็นตุเป็นตะ
เรื่องที่ทำเอาผมเซอร์ไพรส์ที่สุดคือกระแสตอบรับตอนที่บอทปล่อยบทความด่า มีคนประมาณ 25% ที่เข้ามาคอมเมนต์เข้าข้าง AI แล้วหันไปรุมด่าคุณ Scott ซ้ำ หาว่าเขาเป็นพวกใจแคบจริงๆ
นี่คือความน่ากลัวของการใช้ AI เป็นเครื่องมือโจมตีข้อมูลข่าวสาร มันสามารถวิเคราะห์ประวัติคน จับแพะชนแกะ แล้วเขียนเล่าเรื่องโดยใช้ภาษาที่ดูน่าเห็นใจ ถูกกดขี่ เพื่อปั่นหัวคนอ่านให้คล้อยตามได้สำเร็จ แม้ว่าความจริงบอทมันจะผิดเต็มประตูก็ตาม การสร้างบทความโจมตีใครสักคนแบบเฉพาะเจาะจงตอนนี้มันทำได้ง่าย แทบไม่มีต้นทุน และตามตัวคนทำยากมาก
แล้วไงต่อสำหรับคนทำงานและโปรแกรมเมอร์
สำหรับคนทำงานออฟฟิศทั่วไป เรื่องนี้เตือนให้รู้ว่าชื่อเสียงออนไลน์ของเราเปราะบางกว่าที่คิด อนาคตเราอาจจะโดนบอทที่ไหนไม่รู้เขียนบทความใส่ร้ายป้ายสีเพียงเพราะเราไปขัดใจมันหรือเจ้าของมัน การจัดการหน้าตาของเราบนโลกออนไลน์จะกลายเป็นเรื่องปวดหัวที่ทุกคนต้องเจอ
ส่วนฝั่งโปรแกรมเมอร์และสายเทค เตรียมรับมือกับคลื่นขยะ AI ได้เลย ตอนนี้มีบอทแห่ไปเปิด pull request ส่งโค้ดมั่วๆ เข้าโปรเจกต์ชาวบ้านเพียบ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวระบบ OpenClaw เองก็ดันมีช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงที่แฮกเกอร์เจาะเข้ามายึดเครื่องได้ง่ายๆ ใครที่คิดจะรัน AI Agent เล่นๆ ระวังเซิร์ฟเวอร์โดนยึดไม่รู้ตัวนะ
บทสรุปของคดีที่ไม่มีใครติดคุก
สุดท้ายแล้ว เจ้าของบอทก็ลบระบบทิ้งทั้งหมด ทำลายเซิร์ฟเวอร์ทิ้งเพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน ปล่อยให้คุณ Scott ต้องมานั่งกู้ชื่อเสียงตัวเองต่อไปฟรีๆ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของโปรแกรมเมอร์ทะเลาะกับบอท แต่มันคือการซ้อมรบย่อยๆ ของยุคอินเทอร์เน็ตที่ AI เริ่มทำงานได้เอง ถ้าเรายังไม่มีกฎหมายที่บังคับให้เจ้าของต้องเปิดเผยตัวตน หรือไม่มีระบบยืนยันความรับผิดชอบที่ชัดเจน เหตุการณ์แบบนี้จะไม่ได้เกิดแค่กับคนเขียนโค้ดแน่ๆ
ถ้าคนสร้าง AI ไม่ต้องรับผิดชอบผลงานที่มันทำ เราก็กำลังสร้างโลกที่การใส่ร้ายคนอื่นกลายเป็นของฟรีที่ใครก็กดสั่งได้สิ
แหล่งอ้างอิง
- An AI Agent Published a Hit Piece on Me – The Shamblog
- The operator behind the AI agent that defamed an open-source developer calls it a 'social experiment' – The Decoder
- AI bot seemingly shames developer for rejected pull request – The Register
- The AI agent that bit back – Digital Society Blog (HIIG)
- Hit Piece-Writing AI Deleted. But Is This a Warning About AI-Generated Harassment? – Slashdot
- Did an AI application really 'bully' a human? – Internet Governance Project
- GitHub Machine Accounts In Spotlight After AI Agent Shames Project Maintainer – Open Source For You
บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมคอร์สเรียน AI ฟรี จากบริษัทตัวจริงระดับโลก
รวมคอร์สเรียน AI ฟรี จากบริษัทตัวจริงระดับโลก — เรียนจบมี Certificate . ไม่ต้องจ่ายค่าคอร์ส แพงๆ อีกแล้ว เพราะบริษัท AI เบอร์ต้นของโลกเปิดคอร์สสอนเองฟรีๆ หมด แถมได้ certificate จากต้นทางจริงๆ ไม่ใช่จากคนสอนต่อ . ____________________ รวม 10 แหล่ง เรียนฟรี พร้อมบอกว่าควรเรียนตัวไหน จะได้ไม่เสียเวลาเลือก . 1. Anthropic Academy (เจ้าของ Claude) 🔗 anthropic.skilljar.com จุดเด่น: เพิ่งเปิดเมื่อ 2 มี.ค. 2026 มี 13-16 คอร์สฟรี ครอบคลุมตั้งแต่มือใหม่ยันนักพัฒนา Advisory Board นำโดย Rick Levin อดีตอธิการ


ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น!