Cloudflare เตือนจาก SXSW: ปี 2027 บอท AI จะมากกว่ามนุษย์บนอินเทอร์เน็ต

เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา Matthew Prince ซีอีโอของ Cloudflare ขึ้นเวที SXSW 2026 ที่ออสติน เท็กซัส แล้วพูดประโยคที่ทำให้คนในห้องเงียบกริบ
ภายในปี 2027 บอท AI จะมีมากกว่ามนุษย์บนอินเทอร์เน็ต
ผมอ่านแล้วนั่งนิ่งไปพักหนึ่ง เพราะคนพูดไม่ใช่ใครก็ได้ Cloudflare ดูแล traffic ราว 20% ของเว็บทั้งโลก Prince เห็นตัวเลขจริงผ่านหน้าจอทุกวัน
ก่อนยุค generative AI อินเทอร์เน็ตมี bot traffic แค่ประมาณ 20% แต่ตามรายงาน Imperva Bad Bot Report 2025 ตัวเลขนั้นแตะ 51% ไปแล้วในปี 2024 เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ครอง traffic มากกว่ามนุษย์
Prince ถูกนิตยสาร TIME เลือกเป็น 1 ใน 100 คนทรงอิทธิพลด้าน AI ประจำปี 2025 และสิ่งที่เขาเล่าบนเวทีวันนั้นทำให้ภาพอนาคตของอินเทอร์เน็ตชัดขึ้นมาก
5,000 เว็บต่อการซื้อกล้อง 1 ตัว
Prince ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ทำให้เข้าใจทันที
ถ้าคุณอยากซื้อกล้องดิจิทัลสักตัว คุณอาจเข้าแค่ 5 เว็บไซต์เพื่อเปรียบเทียบราคาและรีวิว แต่ AI agent ที่ทำงานเดียวกันจะเข้ามากกว่า 1,000 เท่า นั่นคือประมาณ 5,000 เว็บไซต์
มันสแกนข้อมูลได้เร็วกว่ามนุษย์อย่างเทียบไม่ได้ ไม่สนใจ branding ไม่ดู design ไม่คลิก banner ads อ่าน content แล้วไปต่อทันที แล้วค่อยสรุปผลลัพธ์กลับมาให้คุณ
ลองนึกภาพ traffic ที่เพิ่มขึ้น 1,000 เท่าจากแค่ task เดียว แล้วคูณด้วยจำนวน AI agent ที่ทำงานพร้อมกันทั่วโลก นั่นคือสาเหตุที่ Prince มั่นใจว่าปี 2027 คือจุดเปลี่ยน
51% ของเว็บไม่ใช่มนุษย์แล้ว
ข้อมูลจาก Imperva Bad Bot Report 2025 ที่ใช้ข้อมูล Q4 2024 แสดงแนวโน้มชัดเจน bot traffic เพิ่มจาก 47% ในปี 2022 เป็น 49% ในปี 2023 แล้วแตะ 51% ในปี 2024
คาดว่าจะถึง 55-60% ภายในปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027
ข้อมูลจาก TollBit ยืนยันทิศทางเดียวกัน ใน Q1 ปี 2025 สัดส่วน AI bot visit ต่อ human visit อยู่ที่ 1:200 แต่พอ Q4 กลายเป็น 1:31 เพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าภายในปีเดียว
รายงาน Cloudflare Radar 2025 Year in Review เสริมว่า AI bots เฉลี่ย 4.2% ของ HTML requests ตลอดปี 2025 ผันผวนระหว่าง 2.4% ถึง 6.4% ขณะที่ Googlebot อยู่ที่ 4.5%
แต่ตัวเลขที่ผมว่าน่ากลัวที่สุดคือ user-driven AI bot crawling ที่เพิ่มขึ้น 15 เท่าตลอดปี 2025 แปลว่าคนเริ่มสั่ง AI agent ให้ท่องเว็บแทนตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
ใครกำลัง crawl เว็บของคุณ
Cloudflare เปิดเผยส่วนแบ่งตลาดของ AI bots ที่เปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงกรกฎาคม 2024 ถึงกรกฎาคม 2025
GPTBot ของ OpenAI พุ่งจาก 4.7% เป็น 11.7% ส่วน ClaudeBot ของ Anthropic เพิ่มจาก 6% เป็น 9.9% และ Meta-ExternalAgent กระโดดจาก 0.9% เป็น 7.5% ขณะที่ ByteSpider ของ ByteDance ร่วงจาก 14.1% เหลือแค่ 2.4%
ประเด็นสำคัญคือ training crawling ครองเกือบ 80% ของ AI bot activity ทั้งหมด เพิ่มจาก 72% เมื่อปีก่อน ส่วน search คิดเป็น 18% และ user actions แค่ 2%
AI bots ส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพื่อช่วยผู้ใช้ค้นหาข้อมูล แต่มาเพื่อดูด content ไป train model นั่นคือ 80% ของทุกอย่างที่เกิดขึ้น
Crawl 300,000 หน้า ส่งคนกลับ 1 คน
ตัวเลขที่ Prince เปิดเผยบนเวที SXSW ทำให้เห็นปัญหาชัดมาก
10 ปีก่อน Google crawl 2 หน้าต่อการส่ง visitor กลับ 1 คน ถือว่าแฟร์ ดู content แล้วก็ส่งคนมาเข้าเว็บ 6 เดือนก่อนเพิ่มเป็น 6 หน้า ตอนนี้เป็น 18 หน้า
OpenAI? 6 เดือนก่อนอยู่ที่ 1 visitor ต่อ 250 หน้า ตอนนี้เป็น 1 visitor ต่อ 1,500 หน้า
Anthropic? 6 เดือนก่อนอยู่ที่ 1 visitor ต่อ 6,000 หน้า ตอนนี้? 1 visitor ต่อ 60,000 หน้า
ข้อมูลจากบล็อก Cloudflare อย่างเป็นทางการยืนยันว่าอัตราส่วน crawl-to-refer ของ Anthropic สูงถึง 286,930:1 ในเดือนมกราคม 2025 แปลว่า crawl เกือบ 300,000 หน้าต่อการส่ง visitor กลับแค่ 1 คน
"People aren't following the footnotes." - Matthew Prince, CEO Cloudflare กล่าวที่ SXSW 2026
ผู้คนไม่คลิกลิงก์อ้างอิงจาก AI ถามอะไร AI ก็ตอบให้เลย ไม่มีใครเข้าเว็บต้นทาง
Google Referral ที่กำลังหายไป
ปัญหาไม่ได้มาจาก AI bots หน้าใหม่เท่านั้น แม้แต่ Google เองก็เปลี่ยนพฤติกรรม
Google referral traffic ไปยังเว็บข่าวลดลง 15% ในเดือนเมษายน 2025 เทียบกับมกราคมปีเดียวกัน สาเหตุหลักมาจากการเปิดตัว Gemini 2.0 และ AI Mode ที่ตอบคำถามผู้ใช้โดยตรงบนหน้า Google
Google AI Overviews ทำให้ desktop click-through rates ลดลงถึง 2 ใน 3 สำนักข่าวยุโรปถึงกับเรียกร้องเงิน 1.3 พันล้านยูโรต่อปีจาก Google
ข้อมูลจาก TollBit ระบุว่า 37% ของผู้ใช้ AI เริ่มค้นหาข้อมูลจาก ChatGPT หรือ Gemini แทน Google แล้ว และ 62% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ใช้ AI อย่างน้อยหลายครั้งต่อสัปดาห์
clickthrough rate จาก AI search ลดจาก 0.8% ใน Q2 ปี 2025 เหลือแค่ 0.27% ใน Q4 ลดเกือบ 3 เท่า ถ้าถามผม ตัวเลขนี้บอกชัดว่าคนกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลไปแล้วจริงๆ
Walmart เปิดรับ Amazon ปิดกั้น
เรื่องน่าสนใจคือบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่มีท่าทีต่อ AI bot ต่างกันสุดขั้ว
Walmart เปิดรับเต็มที่ ให้ AI bot เข้ามาช้อปแทนลูกค้าได้เลย Amazon เลือกบล็อกบอททั้งหมด ส่วน Target ทดสอบแนวทางตรงกลาง
ท่าทีที่ต่างกันสะท้อนว่ายังไม่มีใครรู้คำตอบที่ถูกต้อง เรากำลังอยู่ในช่วงที่ทุกคนหาทางของตัวเอง
Cloudflare สู้กลับ 416 พันล้านครั้ง
Cloudflare ไม่ได้แค่เตือน แต่ลงมือทำจริง
ในช่วง 5 เดือน Cloudflare บล็อก AI bot scrape requests ไปแล้ว 416 พันล้านครั้ง ตั้งแต่กรกฎาคม 2024 บริษัทเริ่มบล็อก crawler bots เป็นค่าเริ่มต้นให้เว็บไซต์ทุกแห่งที่อยู่ในระบบ
เครื่องมือ AI Audit แสดงให้เจ้าของเว็บเห็นว่าใครมา scrape และบ่อยแค่ไหน ส่วน AI Labyrinth ที่เปิดตัวมีนาคม 2025 ฉลาดกว่านั้นมาก มันส่ง crawler ที่ไม่ได้รับอนุญาตไปวนอยู่ในหน้า decoy ที่ AI สร้างขึ้น ไม่มี content จริงสักบรรทัด
GPTBot, ClaudeBot และ CCBot คือบอทที่ถูก disallow ใน robots.txt มากที่สุดจากเว็บไซต์ทั่วโลก
Business Model ของเว็บกำลังพัง
Prince เรียกสถานการณ์นี้ตรงๆ ว่า "existential crisis" สำหรับ business model ของอินเทอร์เน็ต
รูปแบบเดิมที่ใช้กันมาหลายสิบปีคือ ผู้ใช้ค้นหาใน search engine แล้วคลิกเข้าเว็บไซต์ จากนั้นเว็บก็หาเงินจากโฆษณาหรือ transaction แต่เมื่อ AI ตอบคำถามโดยตรงโดยไม่ต้องเข้าเว็บ ห่วงโซ่นี้ก็ขาด
"I'm optimistic that if we get this right, it unlocks a golden age of content creation." - Matthew Prince, CEO Cloudflare
Prince เสนอ pay-per-crawl model ที่ Cloudflare อาจเป็น marketplace ให้เว็บไซต์ตั้งราคาสำหรับ AI training data access ใครอยาก train model ก็ต้องจ่ายเงิน
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วคือ OpenAI มีสัญญา license กับ Atlantic, Financial Times และ Reuters ส่วน News Corp มีดีลที่ลือกันว่ามูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ใน 5 ปี
Prince ยังมองไกลกว่านั้น เขาเชื่อว่าต้องมีเทคโนโลยีแบบ sandbox สำหรับ AI agents ที่สร้างขึ้นทันทีแล้วทำลายเมื่อเสร็จงาน โดยคาดว่าจะมี sandbox แบบนี้หลายล้านอันถูกสร้างทุกวินาที
แล้วเราล่ะ
ถ้าคุณเป็นเจ้าของเว็บ คนทำ content หรือทำธุรกิจออนไลน์ เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณโดยตรง
Olivia Joslin ซีโอโอของ TollBit กล่าวว่า AI จะกลายเป็น "primary reader" ของอินเทอร์เน็ต ส่วน Ahrefs ประมาณว่า 74% ของหน้าเว็บใหม่จะเป็น AI-generated ภายในปี 2026
ผมว่าเรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของอินเทอร์เน็ตนับตั้งแต่ยุค search engine คำถามไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไหม แต่คือเราจะปรับตัวทันไหม
Prince พูดไว้ที่ SXSW ว่าพนักงานที่ใช้ AI ทำงานได้ 2-3 เท่า ขณะที่คนต่อต้าน AI ยังได้เงินเดือนเท่าเดิม เขาเรียกปัญหานี้ว่า "Messy Middle" ที่องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ได้แก้
"The game has changed." - Matthew Prince ซีอีโอ Cloudflare ผู้เห็น traffic 20% ของอินเทอร์เน็ตโลกทุกวัน
แหล่งอ้างอิง
- TechCrunch: Online bot traffic will exceed human traffic by 2027, Cloudflare CEO says
- Cloudflare Blog: The crawl-to-click gap: Cloudflare data on AI bots, training, and referrals
- Cloudflare Blog: The 2025 Cloudflare Radar Year in Review
- Capitol Communicator: The internet after search: Cloudflare's Matthew Prince on AI, local media and the 'Messy Middle'
- The Register: AI bot traffic closing in on human web visits, study finds
- Tom's Hardware: Cloudflare says it has fended off 416 billion AI bot scrape requests in five months
- NEXAIRI: Bots Own the Internet: 51% Traffic Confirmed
- Roastbrief: The Post-Search Era: Cloudflare Analyzes the Future of the Web at SXSW 2026
- Gadgetbond: Cloudflare CEO warns AI chatbots are killing publisher traffic
- TIME: Matthew Prince: The 100 Most Influential People in AI 2025
บทความที่เกี่ยวข้อง

Claude Code Channels: สั่ง AI สร้างแอป iPhone จากห้องน้ำผ่าน Telegram ทำได้จริงแล้ว
Anthropic เปิดตัว Channels เชื่อม Telegram กับ Claude Code สั่ง AI เขียนโค้ดจากมือถือได้ มีคนทดสอบสร้างแอป iPhone จริงแล้ว


WordPress เปิดให้ AI เขียนและจัดการเว็บได้แล้ว: 42.5% ของอินเทอร์เน็ตจะไม่เหมือนเดิม
WordPress.com เปิดให้ AI สร้างและจัดการเนื้อหาบนเว็บได้แล้ว เว็บ 42.5% ของโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่หุ่นยนต์เขียนแทนคน


ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น!