Hermes คือ AI agent ที่อยู่กับคุณตลอด จำคุณได้ และทำงานเองแม้ไม่มีคนนั่งเฝ้า
Hermes คือ AI agent ที่ไม่ใช่แค่แชตบอตตอบคำถาม แต่จำเจ้าของได้ เชื่อมกับแอปทุกตัว และทำงานต่อแม้ปิดจอไปแล้ว ถ้าเคยสงสัยว่า "agent" ต่างจาก "แชตบอต" ตรงไหน บทความนี้ค่อยๆ ไล่ให้เห็นทีละชั้นแบบที่คนไม่สายเทคก็ตามทัน

ลองนึกถึง AI ที่ไม่ได้รอให้พิมพ์ถามอย่างเดียว แต่จำได้ว่าคุณเป็นใคร ชอบอะไร ทำงานแบบไหน แล้วลงมือทำให้จริง แม้ตอนนั้นคุณจะปิดจอไปนอนแล้วก็ตาม นั่นคือ Hermes · AI agent ที่ออกแบบมาให้อยู่กับเจ้าของในระยะยาว ไม่ใช่เปิดมาคุยทีเดียวแล้วลืมหมดเหมือนแชตทั่วไป
คลิปอธิบายแนวคิด Hermes ของ Jack Roberts ไล่คอนเซปต์หลักไว้ถึง 21 ข้อ ตั้งแต่พื้นฐานสุดจนถึงฟีเจอร์ที่ลึกมาก ฟังดูเยอะ แต่จริงๆ แล้วทุกข้อวนอยู่รอบคำถามเดียวคือ "agent ต่างจากแชตบอตตรงไหน" บทความนี้จะไม่ไล่ทีละ 21 ข้อตามคลิป แต่จะจับมารวมเป็นประเด็นหลักไม่กี่ข้อให้เห็นภาพว่า Hermes คืออะไร ทำงานยังไง และถ้าจะเริ่มใช้ ต้องเริ่มจากตรงไหน
แชตบอตบอกวิธี · agent ลงมือทำ

จุดต่างที่ง่ายที่สุดอยู่ตรงนี้ ถ้าถามแชตบอตว่า "จองตั๋วเครื่องบินยังไง" มันจะ บอกขั้นตอน ให้คุณไปทำเอง แต่ agent อย่าง Hermes จะ จองให้เลย เพราะมันมีเครื่องมือ (tools) ในมือ ไม่ได้มีแค่คำพูด ความต่างระหว่าง "บอก" กับ "ทำให้" คือหัวใจของทั้งเรื่อง · แชตบอตคือคนให้คำแนะนำ ส่วน agent คือคนที่ลงมือทำตามคำแนะนำนั้นแทนคุณ
แล้ว Hermes ต่างจากเครื่องมือ AI อื่นที่ลงมือทำได้เหมือนกันยังไง · คลิปเปรียบ Hermes เป็น "สุนัข" ที่อยู่กับคุณทุกวัน ยิ่งอยู่นานยิ่งรู้จักคุณดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเครื่องมือสาย builder อย่าง Claude Code เหมือนช่างรับเหมาฝีมือดี งานเป๊ะมาก แต่จบงานแล้วก็ไม่ได้จำว่าคุณเป็นใคร ความต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวไหนเก่งกว่า แต่อยู่ที่ "ความจำเกี่ยวกับตัวคุณ" · นี่คือสิ่งที่ทำให้ Hermes รู้สึกเหมือนผู้ช่วยส่วนตัว ไม่ใช่เครื่องมือที่หยิบมาใช้เป็นครั้งๆ
มีตัวเลขหนึ่งที่ช่วยให้เห็นขนาดการใช้งาน · ในคลิปบอกว่า Hermes ถูกใช้งานไปแล้วราว 271 พันล้าน token (ประมาณ 230,000 ล้านคำ) และเข้าถึงได้จากแพลตฟอร์มแชตถึง 22 ช่องทาง ทั้ง Telegram, Discord, WhatsApp, Slack ไปจนถึง browser โดยยังเป็น agent ตัวเดิม ความจำชุดเดิม ไม่ว่าคุณจะเปิดคุยจากช่องไหน · พูดง่ายๆ คือสมองตัวเดียว แต่มีปากให้คุยได้ 22 ช่อง
มันอยู่ตรงไหน และใครเป็นสมองให้
อีกคำถามที่คนมักงงคือ Hermes "อยู่" ที่ไหน · คำตอบมีสองแบบ เลือกได้ตามสิ่งที่ต้องการ
- รันบนคอมพิวเตอร์ตัวเอง — ฟรี เหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองก่อน ข้อแลกคือพอปิดเครื่อง Hermes ก็หยุดทำงานตามไปด้วย
- รันบน VPS (เซิร์ฟเวอร์เช่ารายเดือน) — ทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงแม้คุณปิดคอม แลกกับค่าเช่ารายเดือนและต้องดูแลความปลอดภัยเองมากขึ้น
เลือกแบบไหนดี · ถ้าเพิ่งเริ่มและแค่อยากเห็นว่ามันทำอะไรได้ ให้รันบนเครื่องตัวเองไปก่อน ยังไม่ต้องเสียเงิน · ต่อเมื่อเริ่มอยากให้มันทำงานให้ตลอดเวลาแม้คุณไม่อยู่ ค่อยขยับไป VPS
อีกเรื่องที่ทำให้ Hermes ยืดหยุ่นคือมันไม่ได้ผูกกับโมเดล AI ตัวใดตัวหนึ่ง · ตัว Hermes เองเป็นเหมือนกรอบการทำงาน ส่วน "สมอง" ที่เป็น LLM นั้นสลับได้ด้วยคำสั่ง /model · ในคลิปแนะนำให้ผ่าน OpenRouter ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์รวมที่เข้าถึงโมเดลได้แทบทุกตัวจากที่เดียว แล้วเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน
- งานคิดหนักๆ ที่ต้องใช้เหตุผลลึก — ใช้โมเดลตัวท็อปอย่างสาย Opus
- งานทั่วไปที่มี subscription อยู่แล้ว — ต่อกับ ChatGPT ที่จ่ายรายเดือนอยู่
- งานปริมาณมากที่อยากประหยัด — เลือกโมเดลราคาถูกอย่างสาย DeepSeek ที่ได้ประสิทธิภาพเกือบเท่าตัวหลักแต่ราคาถูกกว่ามาก
ใครอยากเก็บข้อมูลไว้กับตัวเองล้วนๆ ก็รันโมเดลบนเครื่องตัวเองได้ผ่าน Ollama · ข้อดีคือเป็นส่วนตัว 100% และใช้แบบออฟไลน์ได้ ข้อแลกคือพลังจะสู้โมเดลใหญ่ใน data center ไม่ได้ · แนวคิดรวมตรงนี้คือไม่จำเป็นต้องยึดติดกับโมเดลเดียว เลือกตัวที่เหมาะกับงานตรงหน้าได้เสมอ
หัวใจคือมันจำคุณได้
ถ้าจะมีสิ่งเดียวที่แยก Hermes ออกจากแชตทั่วไป สิ่งนั้นคือความจำ · แชตทั่วไปเริ่มทุกบทสนทนาจากศูนย์ คุยเสร็จก็ลืม แต่ Hermes สร้างความจำที่อยู่ติดตัวคุณไปเรื่อยๆ ผ่านสองชิ้นง่ายๆ
ชิ้นแรกคือไฟล์ชื่อ memory.md · เป็นไฟล์ข้อความธรรมดาบนเครื่องที่จดสะสมสิ่งที่ Hermes รู้เกี่ยวกับคุณ บวกกับระบบค้นหาที่ไล่ดูทุกบทสนทนาเก่าได้ · ในคลิปบอกตามตรงว่าต้องใช้เวลาสักสองสัปดาห์ ความจำถึงจะสะสมพอจนรู้สึกว่ามัน "เก็ต" คุณจริง ช่วงแรกๆ ยังเหมือนคนเพิ่งรู้จักกัน
ชิ้นที่สองคือไฟล์ soul.md · เป็นเหมือนสมุดบันทึกตัวตนของ agent ที่กำหนดว่ามันเป็นใคร ถือเรื่องอะไรสำคัญ พูดจาสไตล์ไหน · ไฟล์นี้เองที่ทำให้ Hermes ของแต่ละคนมีบุคลิกไม่เหมือนกัน บางคนได้ผู้ช่วยที่พูดตรงไปตรงมา บางคนได้ตัวที่อบอุ่นเป็นกันเอง ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขียนไว้ในไฟล์นี้
พอมีความจำเป็นฐานแล้ว Hermes ก็ต่อกับเครื่องมือรอบตัวได้ · อะไรก็ตามที่มี API key ก็เชื่อมเข้ามาได้หมด ทั้งระบบแปลงข้อความเป็นเสียง, เครื่องมือจดบันทึกการประชุม, Gmail, Google Drive · มีจุดที่ต้องระวังคือ API key พวกนี้ควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัยของระบบ ไม่ใช่พิมพ์ลงไปในช่องแชตตรงๆ เพราะทุกบทสนทนาถูกเก็บเข้าความจำหมด การวาง key ลงแชตจึงเท่ากับฝากกุญแจบ้านไว้ในสมุดที่เปิดอ่านได้ตลอด
ทำงานต่อแม้ไม่มีคนนั่งเฝ้า
ถึงตรงนี้ Hermes ยังเป็นแค่ผู้ช่วยที่รอคำสั่งอยู่ดี · สิ่งที่ทำให้มันข้ามเส้นไปเป็น agent เต็มตัวคือมันลงมือทำเองได้ แม้ไม่มีใครนั่งสั่ง
เริ่มจากการควบคุมเครื่อง · Hermes ที่รันบนคอมพิวเตอร์สั่งให้เปิด browser คลิกหน้าจอ ขยับเคอร์เซอร์ อ่านสิ่งที่เห็นบนจอ และรันคำสั่งในเครื่องได้จริง · ไม่ใช่แค่พิมพ์ตอบ แต่ "ใช้" คอมพิวเตอร์แทนคุณได้
ขั้นต่อมาคือการตั้งงานประจำให้มันทำเองตามเวลา เรียกว่า heartbeat หรือ cron · เช่นตั้งให้ทุกเช้ามันสรุปอีเมลกับตารางนัดของวันนั้นมาวางให้ตั้งแต่ก่อนตื่น โดยไม่ต้องสั่งซ้ำทุกวัน · พอใช้ความสามารถนี้คู่กับการรันบน VPS ที่เปิดตลอด Hermes ก็กลายเป็นผู้ช่วยที่ทำงานเบื้องหลังให้ตลอดเวลาจริงๆ
และถ้างานใหญ่เกินจะทำคนเดียว Hermes แตกตัวเองออกเป็นทีมได้ · มันสร้าง sub agent หลายตัวให้ช่วยกันทำงานพร้อมกัน แต่ละตัวมีพื้นที่คิดของตัวเอง แล้วรวมผลลัพธ์กลับมา · ในคลิปเล่าว่าทีมผู้สร้าง Hermes เองยังใช้วิธีนี้ สั่ง Hermes หลายตัวทำงานขนานกันเพื่อสร้างตัว Hermes ขึ้นมา
ของฟรีไม่มีในโลก · ราคาที่ต้องจ่าย

เล่าด้านดีมาเยอะ ของพวกนี้มีต้นทุนที่ต้องเข้าใจก่อนใช้จริง · ด้านแรกคือเรื่องเงิน เพราะ agent ที่ทำงานเองตลอดเวลากินค่า token ได้ไวกว่าที่คิดมาก
ในคลิปยกตัวอย่างที่น่าตกใจคือมีคนใช้ไปถึง 4 ล้าน token ในสองชั่วโมง แค่ถามเรื่องสภาพอากาศ · สาเหตุคือทุกครั้งที่ถาม จะมีต้นทุนคงที่ติดมาด้วยเสมอ (ราว 73% ของแต่ละคำขอเป็นส่วนนี้) ยิ่งใส่ทุกอย่างเข้าไปในบทสนทนาเดียวยาวๆ ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งบาน · วิธีคุมง่ายๆ คือหนึ่งบทสนทนาต่อหนึ่งเป้าหมาย ทำงานเสร็จแล้วเคลียร์ทิ้ง อย่าให้ทุกอย่างกองรวมกันในที่เดียว
ด้านที่สองคือความปลอดภัย · เมื่อ AI ลงมือทำเองได้ การให้สิทธิ์มันมากเกินไปก็อันตราย หลักที่ปลอดภัยที่สุดคือให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น · เช่นช่วงแรกอาจให้มันอ่านอีเมลได้แต่ยังไม่ให้ส่งเอง รอจนมั่นใจค่อยเปิดสิทธิ์เพิ่มทีละอย่าง การเริ่มจากสิทธิ์น้อยแล้วค่อยขยายปลอดภัยกว่าการเปิดหมดตั้งแต่วันแรกมาก
จะเริ่มลองวันนี้ เริ่มจากตรงไหน
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลองจริง ลำดับเริ่มต้นที่ทำได้ทันทีโดยยังไม่ต้องเสียเงินมีแบบนี้
- รัน Hermes บนคอมพิวเตอร์ตัวเองก่อน ยังไม่ต้องไปยุ่งกับ VPS หรือค่าเช่ารายเดือน
- เขียน
soul.mdสามบรรทัดแรกตามที่บอกไว้ข้างบน เพื่อให้มันเริ่มมีตัวตน - ลองให้มันทำงานเล็กๆ ที่เห็นผลทันที เช่นสรุปอีเมลของเช้านี้ แล้วค่อยๆ เพิ่มงานทีละอย่าง
อยากศึกษาเรื่อง skill ต่อ ดูได้ที่ AgentSkills · ส่วนเครื่องมือที่ Hermes เชื่อมต่อได้อย่าง Granola สำหรับจดบันทึกการประชุม หรือ Zapier สำหรับเชื่อมแอปต่างๆ ก็ค่อยเพิ่มเข้ามาเมื่อพร้อม · ข้อสำคัญคืออย่าใส่ทุกอย่างพร้อมกันตั้งแต่วันแรก เพราะยิ่งใส่เยอะ ค่า token และความเสี่ยงก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
เสน่ห์ที่แท้จริงของ Hermes ไม่ได้อยู่ที่มันทำได้ 21 อย่าง · มันอยู่ตรงที่ยิ่งใช้ ยิ่งจำคุณได้ และยิ่งกลายเป็นผู้ช่วยของคุณคนเดียว ไม่ใช่ของใครก็ได้
ที่มา: คลิป Every Hermes Concept explained for Normal People จากช่อง Jack Roberts
vibecodingth
ทีมผู้เขียน Vibe Coding Thailand



