สงครามอิหร่าน 2026 กับบทบาทของ AI ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านพร้อมกัน สหรัฐฯ เรียกว่า Operation Epic Fury อิสราเอลเรียก Operation Roaring Lion
ภายใน 12 ชั่วโมงแรก มีการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเกือบ 900 ครั้ง ความเร็วระดับนี้ในอดีตต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์
สิ่งที่ทำให้สงครามครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ขนาดของการโจมตี แต่เป็นเพราะ AI เข้ามามีบทบาทในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ข่าวกรอง การระบุเป้าหมาย ไปจนถึงการจำลองสถานการณ์รบ
บทความนี้สรุปสิ่งที่เกิดขึ้น บทบาทของ AI ในสงคราม และผลกระทบที่ตามมา
สิ่งที่เกิดขึ้น
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีเป้าหมายหลายจุดในอิหร่าน รวมถึงกรุงเตหะราน, อิสฟาฮาน, กอม, คาราจ และเคอร์มันชาห์ เป้าหมายหลักคือโครงการนิวเคลียร์ คลังขีปนาวุธ โรงงานผลิตอาวุธ และฐานทัพเรือ
การโจมตีรวมถึงการสังหารผู้นำสูงสุด Ayatollah Ali Khamenei และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน ประธานาธิบดี Trump ระบุว่าปฏิบัติการจะใช้เวลาไม่เกิน 4 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายทั้งทางทหารและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในอิหร่าน
ฝั่งอิหร่านตอบโต้ด้วย Operation True Promise IV ยิงโดรนและขีปนาวุธใส่บาห์เรน อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ณ วันที่ 2 มีนาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตฝั่งอิหร่านอย่างน้อย 787 คนตามข้อมูลสภากาชาดอิหร่าน ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 6 นาย
หมายเหตุ: ตัวเลขผู้เสียชีวิตมาจากหลายแหล่งที่รายงานไม่ตรงกัน สภากาชาดอิหร่านรายงาน 787 คน ขณะที่ Hengaw ประเมินว่าทหารอิหร่านเสียชีวิต 1,300 นาย ตัวเลขจริงยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นอิสระ
AI ถูกใช้อย่างไรในสงครามนี้
Claude ของ Anthropic
CBS News รายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ใช้ Claude ซึ่งเป็น AI ของ Anthropic ในการปฏิบัติการครั้งนี้ โดยใช้สำหรับ 3 อย่างหลัก คือ วิเคราะห์ข่าวกรอง (intelligence assessment), ระบุเป้าหมาย (target identification) และจำลองสถานการณ์รบ (battle scenario simulation)
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนคือ กองทัพใช้ Claude เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดี Trump ประกาศแบน Anthropic จากสัญญารัฐบาลทั้งหมด
Palantir
Palantir ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านข่าวกรอง ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากโดรน ดาวเทียม การดักฟังสื่อสาร และเซ็นเซอร์ภาคพื้นดิน เพื่อระบุและจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย รวมถึงแนะนำอาวุธที่เหมาะสมสำหรับแต่ละเป้าหมาย
Claude ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ Palantir พัฒนาร่วมกับ Pentagon
ระบบ AI ของอิสราเอล
อิสราเอลมีระบบ AI ที่พัฒนาเองหลายตัว
Habsora (The Gospel) ใช้มาตั้งแต่ปี 2021 เป็น AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองอัตโนมัติเพื่อสร้างรายชื่อเป้าหมาย โดยตรวจสอบข้อมูลจากการเฝ้าระวังเพื่อหาอาคาร อุปกรณ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายตรงข้าม แล้วแนะนำเป้าหมายให้นักวิเคราะห์มนุษย์ตัดสินใจ
Lavender เป็นอีกระบบหนึ่งที่ใช้ machine learning ให้คะแนนบุคคลตามความน่าจะเป็นว่าเป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ ระบบนี้เคยถูกใช้ในฉนวนกาซาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องจริยธรรม
หมายเหตุ: ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Habsora หรือ Lavender ถูกใช้ในปฏิบัติการอิหร่านโดยเฉพาะ แต่ IDF เคยยืนยันว่าใช้ AI ในการทำสงคราม
โดรนอัตโนมัติและฝูงโดรน
รายงานจากหลายแหล่งระบุว่ามีการใช้ฝูงโดรน (drone swarms) ที่นำทางด้วย AI เพื่อเจาะช่องโหว่ในระบบป้องกันทางอากาศ สร้างความสับสน และเปิดทางให้การโจมตีหลัก โดรนเหล่านี้ใช้ระบบนำทางอัตโนมัติและเรียนรู้แบบ adaptive
ดราม่า Anthropic กับ Pentagon
ก่อนเปิดปฏิบัติการ Pentagon เจรจากับ Anthropic เพื่อขอใช้ Claude สำหรับ "ทุกวัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมาย" (all lawful purposes)
Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ยอมเซ็นสัญญาแต่ขอเงื่อนไข 2 ข้อ คือ ห้ามใช้ Claude เพื่อสอดแนมประชาชนอเมริกันแบบ mass surveillance และห้ามใช้ในระบบอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่ไม่มีมนุษย์ควบคุม
Amodei ให้สัมภาษณ์ CBS News ว่า Anthropic ต้องการขีดเส้นแดง (red lines) เพราะเชื่อว่าการข้ามเส้นนั้นขัดกับคุณค่าของอเมริกา
Pentagon ปฏิเสธ ทำเนียบขาวตอบโต้โดย Trump ประกาศแบน Anthropic เรียกว่าเป็น "บริษัท AI ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง" (Radical Left AI company) รัฐมนตรีกลาโหม Pete Hegseth ออกคำสั่งให้ทุกผู้รับเหมาที่ทำธุรกิจกับกองทัพสหรัฐฯ ห้ามทำธุรกิจกับ Anthropic ทันที
แต่กองทัพก็ยังใช้ Claude ในการโจมตีอิหร่านในวันเดียวกัน OpenAI และ xAI เข้ามาเสนอตัวแทนที่ Anthropic ทันที
พนักงาน Tech ลุกขึ้นประท้วง
หลังเหตุการณ์ทั้งหมด พนักงานบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มเคลื่อนไหว
จดหมายเปิดผนึกชื่อ "We Will Not Be Divided" มีผู้ลงชื่อเพิ่มขึ้นจากไม่กี่ร้อยคนในวันศุกร์เป็นเกือบ 900 คนภายในวันจันทร์ โดยมีพนักงาน OpenAI เกือบ 100 คน และ Google เกือบ 800 คน
พนักงาน Google กว่า 100 คนที่ทำงานด้าน AI ส่งจดหมายถึงผู้บริหารขอให้กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่ากองทัพจะใช้ Gemini ทำอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะห้ามใช้สอดแนมประชาชนและห้ามใช้ในอาวุธอัตโนมัติ
จดหมายอีกฉบับที่ลงชื่อโดยพนักงาน OpenAI 50 คนและ Google 175 คน เรียกร้องให้ผู้นำอุตสาหกรรม tech "รวมตัวกันปฏิเสธข้อเรียกร้องของ Pentagon"
ผลกระทบด้านมนุษยธรรม
ท่ามกลางตัวเลขทางเทคนิคและข้อถกเถียงเรื่อง AI สิ่งที่ไม่ควรถูกกลบคือผลกระทบต่อชีวิตคน
Al Jazeera รายงานว่าอิหร่านเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการ หลังการโจมตีกระทบโรงพยาบาลและโรงเรียน UNESCO ระบุว่าการทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนประถมระหว่างปฏิบัติการเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง ICRC ย้ำว่าการโจมตีที่กระทบศูนย์ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นสิ่งที่กฎหมายระหว่างประเทศห้ามไว้
เมืองที่ได้รับผลกระทบมีถึง 131 เมืองทั่วอิหร่าน
หมายเหตุ: รายงานเรื่องผลกระทบต่อพลเรือนมาจากหลายแหล่งซึ่งมีจุดยืนต่างกัน ตัวเลขและรายละเอียดยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ควรติดตามจากแหล่งข่าวที่หลากหลาย
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนทำ tech
สงครามอิหร่านกลายเป็นสิ่งที่หลายคนเรียกว่า "สงคราม AI ครั้งแรก" (The First AI War) ไม่ใช่เพราะ AI ยิงปืนเอง แต่เพราะ AI เข้าไปอยู่ในทุกขั้นตอนของ decision chain ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์เป้าหมาย จำลองสถานการณ์ แนะนำอาวุธ ไปจนถึงประเมินผลหลังโจมตี
นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า AI ทำให้ timeline ของการตัดสินใจในสงครามถูกบีบจนเหลือระดับนาทีหรือวินาที จนมนุษย์อาจไม่มีเวลาตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนสั่งโจมตี Fortune เรียกสิ่งนี้ว่า "เร็วกว่าความเร็วของความคิด" (faster than the speed of thought)
เมื่อบริษัท AI พยายามขีดเส้นจริยธรรม แต่ถูกรัฐบาลบีบจนต้องถอย ใครจะเป็นคนกำหนดว่า AI ควรถูกใช้ทำอะไรได้บ้างในสงคราม
The Conversation เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า "ข่าวร้ายสำหรับอนาคตของ AI ที่มีจริยธรรม" (dark news for the future of ethical AI)
สำหรับคนทำ tech ทุกคน นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โค้ดที่เราเขียน โมเดลที่เราเทรน อาจถูกใช้ในสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น
แหล่งข้อมูล
CBS News: Anthropic's Claude AI being used in Iran war by U.S. military
The Times of Israel: Hours after Trump announced ban on Claude AI, US military used it in Iran strikes
CNBC: Google employees call for military limits on AI amid Iran strikes
Fortune: Iran war heralds era of AI-powered bombing quicker than speed of thought
Al Jazeera: Iran demands international action after attacks impact hospitals, schools
The Conversation: The Pentagon strongarmed AI firms before Iran strikes
CSIS: Operation Epic Fury and the Remnants of Iran's Nuclear Program
USNI News: 3 U.S. Service Members Killed in Operation Epic Fury
The Globe and Mail: AI, cyberattacks, and cheap drones helped U.S., Israel carry out Iran assassinations
UN News: Strikes continue from US, Israel and Iran as UN urges restraint
บทความที่เกี่ยวข้อง

Claude Code Channels: สั่ง AI สร้างแอป iPhone จากห้องน้ำผ่าน Telegram ทำได้จริงแล้ว
Anthropic เปิดตัว Channels เชื่อม Telegram กับ Claude Code สั่ง AI เขียนโค้ดจากมือถือได้ มีคนทดสอบสร้างแอป iPhone จริงแล้ว


WordPress เปิดให้ AI เขียนและจัดการเว็บได้แล้ว: 42.5% ของอินเทอร์เน็ตจะไม่เหมือนเดิม
WordPress.com เปิดให้ AI สร้างและจัดการเนื้อหาบนเว็บได้แล้ว เว็บ 42.5% ของโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่หุ่นยนต์เขียนแทนคน


ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น!