Meta ทุ่ม $135,000 ล้านสร้าง AI แต่ model ใหม่สู้คู่แข่งไม่ได้ อาจต้องขอยืม Gemini จาก Google
Meta ทุ่มเงิน $135,000 ล้านสร้าง AI ที่จะเปลี่ยนโลก แต่ model ใหม่รหัส Avocado ที่ควรจะเป็นดาวเด่นกลับสู้คู่แข่งไม่ได้ ถูกดีเลย์ไปเดือนพฤษภาคม และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ Mark Zuckerberg อาจต้องไปขอไลเซนส์ Gemini จาก Google มาใช้ชั่วคราว
นี่คือเรื่องราวของบริษัทที่ใช้เงินมากที่สุดในการแข่ง AI race แต่กลับตามหลังทุกคน
Avocado คืออะไร ทำไมต้องสนใจ
Avocado คือ AI model รุ่นใหม่ของ Meta ที่พัฒนาขึ้นมาแทน Llama series เป็น closed-source model ที่ออกแบบมาเพื่อแข่งโดยตรงกับ GPT ของ OpenAI, Gemini ของ Google และ Claude ของ Anthropic
ความแตกต่างที่สำคัญคือ Avocado เป็น closed-source ซึ่งหมายความว่า Meta กำลังทิ้ง open-source strategy ที่เคยทำให้ Llama โด่งดัง เปลี่ยนมาเป็นระบบปิดเหมือนคู่แข่ง
Model นี้ถูกสร้างโดย TBD Lab ทีมพิเศษที่นำโดย Alexandr Wang อดีต CEO ของ Scale AI ที่ Meta ทุ่มเงินเกือบ $15,000 ล้านซื้อตัวมาพร้อมทีมวิศวกรระดับท็อป
ผลทดสอบที่ทำให้ต้องดีเลย์
ตามรายงานของ New York Times, Avocado ถูกทดสอบภายในและพบว่าแม้จะเอาชนะ Gemini 2.5 ของ Google ได้ แต่ยังตามหลัง Gemini 3.0 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน รวมถึง model ล่าสุดของ OpenAI และ Anthropic
ด้านที่ Avocado ตามหลังชัดเจนคือ logical reasoning, coding และ writing ซึ่งเป็นความสามารถหลักที่ผู้ใช้ต้องการมากที่สุด
Meta ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวจากเดือนมีนาคมไปอย่างน้อยเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้แข่งขันได้
$135,000 ล้าน ที่ไม่มี cloud revenue รองรับ
ตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดคือ Meta วางแผนจะใช้เงิน $115,000-135,000 ล้านในปี 2026 เพื่อสร้าง data center, ชิป และ infrastructure สำหรับ AI ซึ่งเกือบสองเท่าของ capex ทั้งปี 2025
ปัญหาคือ Meta ไม่มี cloud business เหมือน Amazon (AWS), Microsoft (Azure) หรือ Google (GCP) ที่สามารถขาย computing power ให้ลูกค้าองค์กรได้
Amazon, Microsoft และ Google สร้าง data center แล้วเอาไปขายให้คนอื่นใช้ด้วย สร้างรายได้ทั้งจากการใช้เองและการขาย แต่ Meta ต้องพึ่งพาการทำเงินจาก AI ผ่านระบบโฆษณาบน Facebook, Instagram และ WhatsApp เท่านั้น
ถ้า AI ของ Meta ไม่ดีพอ เงิน $135,000 ล้านนี้จะกลายเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำมาก
จาก Llama สู่ Avocado: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เรื่องนี้เริ่มต้นจาก Llama 4 ที่เปิดตัวเดือนเมษายน 2025 แล้วล้มเหลว model ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องประสิทธิภาพ โดยเฉพาะด้าน coding ที่ทำคะแนนได้แค่ 16% บน aider polyglot benchmark ซึ่งต่ำกว่า DeepSeek V3 และ Claude 3.7 Sonnet อย่างมาก
ที่แย่กว่านั้น Meta ถูกจับได้ว่า optimize model สำหรับ LM Arena benchmark เป็นพิเศษ ทำให้ได้อันดับสูง แต่ model ที่ปล่อยออกมาจริงกลับทำคะแนนแย่กว่ามาก
หลัง Llama 4 ล้มเหลว Zuckerberg เริ่มเปลี่ยนท่าที จากที่เคยเขียนบทความว่า open-source AI คือทางข้างหน้า กลายเป็นพูดว่าต้องระวังเรื่อง open source มากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ DeepSeek ของจีนเอาสถาปัตยกรรมของ Llama ไปใช้สร้าง R1 model
Avocado จึงถูกออกแบบเป็น closed-source ตั้งแต่แรก เป็นการหักมุมครั้งใหญ่ของ Meta
ไลเซนส์ Gemini จาก Google?
ข่าวที่สะเทือนวงการมากที่สุดคือ ผู้บริหารระดับสูงของ Meta ได้พูดคุยกันเรื่องการขอไลเซนส์เทคโนโลยี Gemini จาก Google มาใช้ชั่วคราว ระหว่างที่ Avocado ยังไม่พร้อม
ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะ Meta เคยวาง position ตัวเองเป็นผู้นำ open-source AI ที่ไม่ต้องพึ่งพาใคร การไปขอใช้เทคโนโลยีของคู่แข่งโดยตรงจะทำลายภาพลักษณ์นั้นทันที
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ เป็นแค่การพูดคุยในระดับผู้บริหาร
หุ้น Meta ร่วง นักวิเคราะห์แตกเป็นสองฝ่าย
หลังข่าว Avocado ดีเลย์ออกมา หุ้น META ร่วงลงประมาณ 2% ซึ่งเป็นการร่วงมากที่สุดในรอบ 4 เดือน
นักวิเคราะห์จาก Wall Street แบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งยังมองบวกโดย 39 คนจาก 44 คนให้คำแนะนำ Strong Buy ส่วนอีกฝ่ายเริ่มกังวลว่า Meta กำลังเข้าสู่ยุคที่ margin จะลดลงประมาณ 630 basis points ในปี 2026 เพราะการลงทุน AI หนักเกินไป
ทำไมคนไทยต้องสนใจ
ถ้าคุณใช้ Facebook, Instagram หรือ WhatsApp (ซึ่งคนไทยเกือบทุกคนใช้) AI ของ Meta จะกำหนดว่าคุณเห็น content อะไร, โฆษณาอะไร และ feed ของคุณหน้าตาเป็นยังไง
ถ้า Meta AI ตามหลังคู่แข่ง ประสบการณ์ใช้งาน Facebook และ Instagram ของคุณจะแย่กว่าที่ควรจะเป็น recommendation จะแม่นน้อยกว่า โฆษณาจะ target ผิดมากขึ้น และ AI assistant ของ Meta จะฉลาดน้อยกว่า ChatGPT หรือ Claude
สำหรับ developer ไทย เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่า เพราะ Llama เคยเป็น open-source model ยอดนิยมที่หลายคนใช้ ถ้า Meta หันไปทาง closed-source ทั้งหมด ตัวเลือก open-source ที่ดีจะน้อยลง
สรุป
Meta กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ใช้เงินมากที่สุดในบรรดาบริษัท tech ทั้งหมด แต่ AI model ยังตามหลังคู่แข่ง ทิ้ง open-source strategy ที่เคยทำให้โดดเด่น และอาจต้องไปพึ่งพาเทคโนโลยีของ Google ชั่วคราว
คำถามสำคัญคือ เงิน $135,000 ล้านจะพลิกสถานการณ์ได้หรือไม่ หรือ Meta จะกลายเป็นบริษัทที่ลงทุนมากที่สุดแต่ได้ผลน้อยที่สุดในการแข่ง AI
คำตอบน่าจะชัดเจนขึ้นภายในเดือนพฤษภาคม เมื่อ Avocado (ถ้าไม่ถูกดีเลย์อีก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
บทความที่เกี่ยวข้อง

Claude Code Channels: สั่ง AI สร้างแอป iPhone จากห้องน้ำผ่าน Telegram ทำได้จริงแล้ว
Anthropic เปิดตัว Channels เชื่อม Telegram กับ Claude Code สั่ง AI เขียนโค้ดจากมือถือได้ มีคนทดสอบสร้างแอป iPhone จริงแล้ว


WordPress เปิดให้ AI เขียนและจัดการเว็บได้แล้ว: 42.5% ของอินเทอร์เน็ตจะไม่เหมือนเดิม
WordPress.com เปิดให้ AI สร้างและจัดการเนื้อหาบนเว็บได้แล้ว เว็บ 42.5% ของโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่หุ่นยนต์เขียนแทนคน


ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น!