Meta ทุ่ม $135,000 ล้านสร้าง AI แต่ model ใหม่สู้คู่แข่งไม่ได้ อาจต้องขอยืม Gemini จาก Google
Meta ดีเลย์ AI model Avocado ไปเดือนพฤษภาคม หลังผลทดสอบภายในแสดงว่าตามหลัง Gemini 3.0, OpenAI และ Anthropic ขณะที่ทุ่มเงินมากที่สุดในวงการ
แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลแตะระดับ 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ความพยายามของ Meta ในการขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI กลับต้องสะดุด เมื่อโมเดลเรือธงรุ่นใหม่อย่างรหัส "Avocado" ทำผลงานทดสอบภายในได้น่าผิดหวัง จนต้องเลื่อนกำหนดการเปิดตัวออกไปเป็นเดือนพฤษภาคม ซ้ำร้ายยังมีรายงานว่าผู้บริหารระดับสูงกำลังพิจารณาขอซื้อไลเซนส์โมเดล Gemini จาก Google มาใช้งานขัดตาทัพ
นี่คือสถานการณ์น่าจับตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI สูงสุดในอุตสาหกรรม แต่กลับเผชิญอุปสรรคในการพัฒนาโมเดลระดับแนวหน้า
Avocado คืออะไร และทำไมถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
Avocado คือโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นถัดไปที่ Meta วางแผนนำมาแทนที่ตระกูล Llama โดยได้รับการออกแบบให้เป็นโมเดลระบบปิด (Closed-source) เพื่อท้าชนโดยตรงกับ GPT ของ OpenAI, Gemini ของ Google และ Claude ของ Anthropic
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ Meta ละทิ้งยุทธศาสตร์แบบโอเพนซอร์สที่เคยผลักดันให้ Llama โด่งดัง แล้วหันมาใช้ระบบปิดเหมือนคู่แข่งรายอื่นในตลาด
โมเดลนี้พัฒนาโดยทีมพิเศษ TBD Lab ภายใต้การนำของ Alexandr Wang อดีตผู้ก่อตั้ง Scale AI ซึ่ง Meta ดึงตัวมาร่วมทีมพร้อมระดมวิศวกรระดับหัวกะทิด้วยเม็ดเงินลงทุนเกือบ 15,000 ล้านดอลลาร์
ผลการทดสอบภายในที่ไม่เป็นไปตามเป้า
รายงานจาก The New York Times ระบุว่า ผลการทดสอบภายในของ Avocado แม้จะทำคะแนนเอาชนะ Gemini 2.5 ได้ แต่ยังคงตามหลัง Gemini 3.0 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า รวมถึงยังไม่สามารถแซงหน้าโมเดลรุ่นล่าสุดจาก OpenAI และ Anthropic ได้
ความสามารถที่ Avocado ยังตามหลังคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ การคิดเชิงตรรกะ (Logical Reasoning) การเขียนโค้ด (Coding) และทักษะการเรียบเรียงเนื้อหา (Writing) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องการ
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจเลื่อนกำหนดการเปิดตัวจากเดิมในเดือนมีนาคม ออกไปเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อจูนประสิทธิภาพเพิ่มเติม
เงินลงทุนมหาศาลที่ไร้ธุรกิจคลาวด์รองรับความเสี่ยง
ตัวเลขงบประมาณด้านทุน (Capex) ของ Meta สำหรับปี 2026 ตั้งเป้าไว้สูงถึง 115,000 ถึง 135,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้าง Data Center จัดซื้อชิปประมวลผล และขยายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคิดเป็นเกือบสองเท่าของงบลงทุนตลอดทั้งปี 2025
ความท้าทายของ Meta คือการไม่มีธุรกิจ Cloud Provider เหมือนอย่าง Amazon (AWS), Microsoft (Azure) หรือ Google (GCP) ที่สามารถนำพลังการคำนวณส่วนเกินไปขายต่อให้ลูกค้าองค์กรเพื่อสร้างกระแสเงินสดกลับมาได้ทันที
รายได้หลักของ Meta ยังคงผูกอยู่กับระบบโฆษณาบน Facebook, Instagram และ WhatsApp หากโมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นไม่สามารถสร้างความเหนือกว่าในการเพิ่มยอด Engagement หรือยกระดับความแม่นยำของโฆษณาได้ การลงทุนระดับแสนล้านดอลลาร์นี้จะสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรของบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถอดบทเรียนจาก Llama สู่ยุทธศาสตร์ระบบปิด
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนทิศทางเกิดขึ้นหลังจาก Llama 4 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2025 ได้รับเสียงวิจารณ์ด้านประสิทธิภาพ โดยเฉพาะคะแนนด้าน Coding บนเกณฑ์ Aider Polyglot ที่ทำได้เพียง 16% ซึ่งตามหลัง DeepSeek V3 และ Claude 3.7 Sonnet อยู่มาก
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทีมวิจัย DeepSeek ในจีนนำสถาปัตยกรรมของ Llama ไปต่อยอดเป็นโมเดล R1 ได้สำเร็จ ทำให้ Mark Zuckerberg เริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อโอเพนซอร์ส และหันมาวางตำแหน่งของ Avocado ให้เป็นระบบปิดอย่างเต็มรูปแบบ
ทางออกชั่วคราว: เจรจาขอใช้ Gemini จาก Google
ประเด็นที่สร้างความประหลาดใจให้แวดวงเทคโนโลยี คือกระแสข่าวที่ว่าทีมผู้บริหารระดับสูงของ Meta ได้เปิดโต๊ะพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขอซื้อไลเซนส์โมเดล Gemini จาก Google เข้ามาใช้งานชั่วคราว เพื่อรองรับฟังก์ชัน AI ในแอปพลิเคชันหลักระหว่างรอความพร้อมของ Avocado
แม้จะยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่เพียงแค่การมีบทสนทนานี้เกิดขึ้น ก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันมหาศาลที่ Meta กำลังเผชิญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ผลกระทบต่อผู้ใช้งานและนักพัฒนาในไทย
ทิศทางของ Meta ส่งผลโดยตรงต่อผู้ใช้งานและคนทำงานสายเทคโนโลยีในไทย:
- ประสบการณ์บนโซเชียลมีเดีย: AI ของ Meta เป็นกลไกหลักในการจัดอันดับฟีดและยิงโฆษณาบน Facebook, Instagram และ WhatsApp หากโมเดลพัฒนาล่าช้า ความแม่นยำของระบบแนะนำคอนเทนต์และผู้ช่วย AI ในแอปก็จะพัฒนาช้ากว่าแพลตฟอร์มอื่น
- ตัวเลือก Open-source ที่ลดลง: นักพัฒนาไทยที่เคยพึ่งพาโมเดลตระกูล Llama เพื่อนำมาปรับแต่งและโฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว อาจต้องมองหาทางเลือกอื่นจากชุมชนโอเพนซอร์ส หาก Meta ปิดประตูการแจกจ่ายโมเดลฟรีในอนาคต
ความชัดเจนของทิศทางทั้งหมดจะปรากฏขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 เมื่อ Avocado เปิดตัวสู่สาธารณะ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าเม็ดเงินระดับแสนล้านดอลลาร์จะช่วยให้ Meta กลับมาทวงพื้นที่แถวหน้าได้หรือไม่
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
ChatGPT Work ฉบับเข้าใจง่าย มอบงานให้ AI ทำจนจบ ตั้งแต่งานแรกจนถึงงานอัตโนมัติ พร้อม workflow ใช้ได้จริง 8 แบบ
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


