OpenCut โปรแกรมตัดต่อวิดีโอโอเพนซอร์สบนเบราว์เซอร์ ทางเลือกแทน CapCut ที่เก็บฟุตเทจไว้ในเครื่อง
OpenCut ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ได้โดยไม่ต้องสมัครบัญชี และไฟล์วิดีโอจะอยู่ในเครื่องตั้งแต่เริ่มตัดจนถึงตอน export เวอร์ชันที่เปิดใช้ได้ตอนนี้คือ classic ซึ่งทีมหยุดเพิ่มฟีเจอร์เพื่อไปเขียนใหม่ทั้งตัว

แค่เปิด opencut.app แล้วกด new project หน้าตัดต่อก็พร้อมใช้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล และไม่มี onboarding quiz มาคั่นก่อนเข้าไทม์ไลน์ คลิปที่ลากเข้ามาจะอยู่ใน local storage ของเบราว์เซอร์บนเครื่องของผู้ใช้ ไม่มีการอัปโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ของใคร โปรแกรมนี้ใช้ฟรี โค้ดทั้งหมดเปิดสาธารณะ และโปรเจกต์นิยามตัวเองว่าเป็น "The open-source CapCut alternative"
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เกี่ยวกับคนตัดคลิปโดยตรงคือสิทธิ์ในฟุตเทจ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2025 CapCut ซึ่ง ByteDance เป็นเจ้าของ ออก terms of service ชุดใหม่ เงื่อนไขดังกล่าวให้สิทธิ์ CapCut ใช้ content ที่ผ่านแอปแบบ perpetual · worldwide · royalty-free · irrevocable ไม่ว่าจะเป็น content ที่เผยแพร่แล้วหรือยังค้างอยู่ในโปรเจกต์ สิทธิ์นี้ครอบคลุมไปถึง biometrics อย่างใบหน้าและเสียง และนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ อีกสิบวันต่อมา วันที่ 22 มิถุนายน repo ชื่อ OpenCut ก็เปิดขึ้นบน GitHub
เครื่องมือที่มีให้ใช้ และงานที่ยังทำไม่ได้

เลย์เอาต์เป็นแบบที่คนใช้ CapCut เห็นแล้วเข้าใจได้ทันที คือ media กับ assets ซ้าย · preview กลาง · properties ขวา · timeline ล่าง ในไทม์ไลน์มี razor สำหรับ split คลิป มี snapping ให้คลิปดูดเข้าหากัน คำสั่ง duplicate กับ delete ก็มีครบ และรองรับ multi-track จึงซ้อนวิดีโอบนวิดีโอได้ แถบเครื่องมือด้านซ้ายมี text · audio · stickers · captions · adjustments ส่วนการจัดตำแหน่งและย่อขยายทำผ่าน transform panel

เท่านี้ก็พอกับงานตัดคลิปสั้นที่ทำกันประจำ ทั้ง trim คลิป ใส่ไตเติล ซ้อนคลิปสองสามตัว แล้วส่งออกไปโพสต์ สิ่งที่ยังไม่มีคือคลัง template กับ effect สำเร็จรูปขนาดใหญ่แบบที่ CapCut สะสมมานาน โปรเจกต์อธิบายตัวเองว่านำวิธีใช้งานที่ง่ายแบบ CapCut มาใช้ แต่ไม่เอาโมเดลธุรกิจตามมาด้วย
จุดต่างที่ชัดที่สุดจะเห็นได้ตอน export หน้าต่าง export มีให้เลือกแค่ format · quality · audio และมีปุ่มเดียว ไม่มีตารางราคาสอดเข้ามาระหว่างทาง ไฟล์ที่ได้เป็น MP4 อยู่ในโฟลเดอร์ downloads ตามปกติ ไม่มีลายน้ำ และไม่มีการขอให้สมัครบัญชีตอนจบ เพราะการ render เกิดขึ้นในเบราว์เซอร์บนเครื่องเดียวกับที่ใช้ตัด ฟุตเทจจึงอยู่กับเจ้าของตั้งแต่เริ่มจนจบงาน
เวอร์ชันที่ใช้ได้วันนี้คือ classic ส่วนทีมย้ายไปเขียนใหม่ทั้งตัวแล้ว

เอกสารของโปรเจกต์ระบุชัดว่าเวอร์ชันที่ใช้งานได้ตอนนี้คือ OpenCut classic และ opencut.app ที่เปิดอยู่ก็ยังรันโค้ดชุดนั้น แต่ตอนนี้ทีมทุ่มแรงทั้งหมดไปกับการเขียนใหม่ จึงแทบไม่มีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มลงใน classic อีก คนที่ย้ายมาใช้ตอนนี้จะได้โปรแกรมที่ใช้งานจริงได้ แต่การเพิ่มฟีเจอร์แทบหยุดนิ่งแล้ว ไม่ใช่เวอร์ชันที่จะดีขึ้นทุกเดือน
โค้ดของเวอร์ชันที่เขียนใหม่อยู่ใน repo หลักของ OpenCut ทีมรื้อเขียนจากศูนย์โดยใช้ Rust เป็นแกน และออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ plugin-first โดยมี Editor API ให้ปลั๊กอินจากคนนอกทำงานได้ในฐานะส่วนหลักของระบบ โค้ดเบสเดียวกันใช้ทำเวอร์ชัน desktop · mobile · browser ได้ และมีฟีเจอร์ที่ตัวตัดต่อทั่วไปไม่มี ได้แก่ headless mode สำหรับ automation กับ batch rendering · scripting tab ในตัว editor · MCP server ส่วน MCP คือโปรโตคอลที่ทำให้ AI agent สั่งงานซอฟต์แวร์จริงได้ เมื่อตัวตัดต่อมีทั้ง MCP server และ headless mode ก็หมายความว่า agent สั่ง editor ให้ทำงานตัดต่อแทนเจ้าของงานได้
เวอร์ชันใหม่ยังเปิดไว้ที่ new.opencut.app จนกว่าจะพร้อมมาแทนเวอร์ชันเดิม และระหว่างที่ทีมยังวางสถาปัตยกรรม โปรเจกต์ก็ปิดรับ contribution จากคนนอกไว้ก่อน การฝากงานไว้กับทีมที่กำลังรื้อระบบของตัวเองจึงมีความเสี่ยงจริง แต่โค้ดใช้สัญญาอนุญาต MIT และเปิดสาธารณะ หากวันหนึ่งคนดูแลเปลี่ยนไปเก็บเงินหรือปิดโค้ด โค้ดฉบับที่เผยแพร่ภายใต้ MIT ไปแล้วก็ยังนำไป fork และพัฒนาต่อได้
งานแบบไหนย้ายได้เลย งานแบบไหนยังไม่ควร
| ย้ายมา OpenCut ได้ตั้งแต่วันนี้ | ยังอยู่กับตัวเดิมไปก่อน |
|---|---|
| งานตัดสั้น trim · ใส่ไตเติล · ซ้อนคลิปไม่กี่ตัวแล้วโพสต์ | งานที่พึ่งพาคลัง template กับ effect สำเร็จรูปเป็นหลัก |
| ฟุตเทจส่วนตัวหรือข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่อยากให้ออกจากเครื่อง | งานที่ต้องถอดเสียงเป็น caption อัตโนมัติทุกโพสต์ |
| งานลูกค้าที่ไม่อยากอัปโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ของแพลตฟอร์มใดๆ | งานลูกค้าที่มีเดดไลน์จ่ออยู่ |
| ห้องเรียนหรืองานกับเด็กที่ไม่อยากให้สมัครบัญชี | งานที่ต้องรอให้มีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ |
ตัวโปรแกรมยังเป็น beta และอายุยังน้อย การเจอ rough edges จึงเป็นเรื่องปกติ ส่วนยอดดาวบน GitHub ที่ขึ้นไปถึง 82.4k ก็มีคนตั้งข้อสังเกตตั้งแต่ตอนโปรเจกต์เพิ่งดังว่าเพิ่มเร็วผิดปกติ ยอดดาวจึงยังใช้ตัดสินไม่ได้ว่าโปรแกรมพร้อมสำหรับงานที่มีเดดไลน์
ทดลองสิบนาทีด้วยงานเก่าชิ้นล่าสุด
วิธีลองที่ใช้ต้นทุนน้อยคือหยิบงานตัดง่ายๆ ชิ้นล่าสุดที่คุณเคยทำใน CapCut มาทำซ้ำอีกครั้ง
- เปิด opencut.app แล้วกด new project
- ลากคลิปจาก assets ลงไปวางบน track
- ใส่ไตเติลหนึ่งอันด้วย text tool แล้วจัดตำแหน่งด้วย transform
- กด export แล้วเปิดไฟล์ MP4 ที่ได้ดู
สิบนาทีนี้พอให้เห็นเบื้องต้นว่า OpenCut ทำขั้นตอนหลักของงานชิ้นนั้นได้ไหม ระหว่างนี้ยังไม่ต้องเลิกใช้ตัวเดิม ใช้ทั้งสองตัวควบคู่กันไปจนกว่าเวอร์ชันใหม่จะออกมา ถ้าอยากรู้ว่าเวอร์ชันใหม่พัฒนาไปถึงไหนแล้ว ก็ดูได้ที่ new.opencut.app กับหน้า repo ส่วนสายเทคนิคที่อยากมีตัวตัดต่อส่วนตัวไว้ใช้จริงๆ ก็ clone โค้ด classic ไปรันเองบนเครื่องด้วย Bun กับ Docker ได้
ที่มา: โปรเจกต์ OpenCut บน GitHub
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


