คน Uninstall ChatGPT พุ่ง 295% กระแส QuitGPT ลุกลาม Claude ขึ้น #1 App Store
คนอเมริกัน uninstall ChatGPT พุ่ง 295% หลัง OpenAI ปิดดีล Pentagon 200 ล้านเหรียญ กระแส #QuitGPT ลุกลาม Claude แซงขึ้น #1 App Store เป็นครั้งแรก
295% คือตัวเลขยอดถอนการติดตั้ง (Uninstall) แอปพลิเคชัน ChatGPT ในสหรัฐฯ ภายในวันเดียว หลัง OpenAI ประกาศลงนามในสัญญากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) มูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แรงกระเพื่อมไม่ได้หยุดอยู่แค่การลบแอป ยอดรีวิว 1 ดาวบนสโตร์พุ่งขึ้นถึง 775% แฮชแท็ก #CancelChatGPT และ #QuitGPT กลายเป็นไวรัลข้ามคืน มีผู้ลงชื่อร่วมบอยคอตมากกว่า 2.5 ล้านคน ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวชูป้ายหน้าสำนักงานใหญ่ของ OpenAI ในซานฟรานซิสโก
ขณะเดียวกัน Claude จากค่าย Anthropic ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บน App Store สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ศึกชิงยอดดาวน์โหลดระหว่างสองค่าย AI แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ใช้งานทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามจริงจังว่า บริษัทเทคโนโลยีที่เรามอบข้อมูลให้ใช้งานอยู่ทุกวัน มีจุดยืนทางจริยธรรมแบบไหนกันแน่
จุดเริ่มต้น: OpenAI ปิดดีล Pentagon หลัง Anthropic ถอยฉาก
จุดชนวนเริ่มต้นจาก Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เรียกร้องให้ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ปลดล็อกข้อจำกัดโมเดล AI สำหรับภารกิจทางทหารแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงระบบอาวุธอัตโนมัติและการสอดแนมข้อมูลประชากร ทว่า Amodei ปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วยประโยคชัดเจนว่า "Threats do not change our position" ส่งผลให้ Pentagon สั่งขึ้นบัญชีดำและยกเลิกข้อตกลงกับ Anthropic ทันที
ในวันเดียวกันนั้น OpenAI ตัดสินใจเข้าเสียบรับสัญญามูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยยอมรับเงื่อนไขในแบบที่ Anthropic ปฏิเสธไป
กระแสวิจารณ์บนโซเชียลมีเดียปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้จำนวนมากมองว่าการกระทำของ OpenAI ขัดแย้งกับพันธกิจตั้งต้นขององค์กรที่เคยระบุไว้ว่าจะพัฒนา "AI เพื่อประโยชน์สูงสุดของมนุษยชาติ"
ตัวเลขสะท้อนปฏิกิริยาของผู้ใช้งาน
ข้อมูลวิเคราะห์จาก Sensor Tower และ Appfigures ชี้ให้เห็นผลกระทบเป็นรูปธรรม:
ในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ เพียงหนึ่งวันหลังข่าวสัญญาเผยแพร่ออกไป อัตราการลบแอป ChatGPT ในสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 295% เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยปกติที่มีการเติบโตเพียง 9% ยอดรีวิว 1 ดาวเพิ่มขึ้น 775% ขณะที่ยอดดาวน์โหลดใหม่ของ ChatGPT ร่วงลง 13%
ในทางตรงกันข้าม Claude มียอดดาวน์โหลดพุ่งขึ้น 37% ในวันศุกร์ และขยับเพิ่มอีก 51% ในวันเสาร์ จนสามารถแซงหน้า ChatGPT ในยอดดาวน์โหลดรายวันของสหรัฐฯ ได้เป็นครั้งแรก ก่อนจะขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ App Store อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มีนาคม
นอกจากนี้ Anthropic ยังระบุว่าตั้งแต่ต้นปี 2026 ฐานผู้ใช้งานแบบฟรี (Free Active Users) เติบโตขึ้นมากกว่า 60% และยอดสมัครสมาชิกใหม่รายวันเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า
QuitGPT: จากแฮชแท็กออนไลน์ สู่การเคลื่อนไหวเชิงกายภาพ
แคมเปญ #QuitGPT ไม่ได้หยุดอยู่แค่กระแสไวรัลชั่วคราวบนแพลตฟอร์ม X แต่ยกระดับสู่การชุมนุมเชิงสัญลักษณ์
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม กลุ่มผู้ประท้วงราว 40 ถึง 50 คนรวมตัวกันหน้าสำนักงานใหญ่ของ OpenAI ณ ซานฟรานซิสโก พร้อมชูป้ายข้อความอย่าง "Sam Altman is watching you" และ "No killer robots" รวมถึงใช้ชอล์กเขียนข้อความเรียกร้องบนทางเท้า เช่น "Technology in service of humanity, not war"
สถิติจากเครือข่าย QuitGPT ระบุว่ามีผู้ร่วมแคมเปญมากกว่า 2.5 ล้านคน ทั้งกลุ่มที่กดยกเลิกแพ็กเกจ Subscription กลุ่มที่ประกาศเลิกใช้งานถาวร และกลุ่มที่ช่วยกระจายข่าวสารการบอยคอต
Altman แถลงยอมรับความผิดพลาด พร้อมปรับแก้เงื่อนไขสัญญา
เมื่อเผชิญแรงต้านอย่างหนัก Sam Altman ออกมายอมรับว่าการจัดการข้อตกลงนี้ "looked opportunistic and sloppy" (ดูเป็นการฉวยโอกาสและสะเพร่า) พร้อมระบุว่าไม่ควรเร่งรัดปิดดีลในช่วงสุดสัปดาห์
Altman เผยแพร่ข้อความที่ระบุว่าเป็นบันทึกภายในลงบน X ชี้แจงว่า OpenAI ได้ดำเนินการแก้ไขสัญญาเพื่อเพิ่มข้อจำกัดความปลอดภัย โดยระบุชัดเจนว่า "โมเดล AI จะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อสอดแนมพลเมืองอเมริกัน" และทางกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าจะไม่ส่งต่อเครื่องมือนี้ให้หน่วยข่าวกรองอย่าง NSA พร้อมทั้งมีข้อกำหนดคุ้มครองข้อมูลเชิงพาณิชย์ เช่น พิกัดตำแหน่งจากสมาร์ตโฟนหรือข้อมูลจากแอปสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และชุมชนเทคโนโลยีจำนวนมากมองว่า นี่เป็นเพียงปฏิบัติการควบคุมความเสียหาย (Damage Control) มากกว่าการเปลี่ยนท่าทีเชิงนโยบายอย่างแท้จริง
เสียงทักท้วงจากคนในองค์กร
แรงกดดันไม่ได้มาจากภายนอกเท่านั้น พนักงานของ OpenAI หลายคนได้ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก เพื่อสนับสนุนจุดยืนของ Anthropic ในการปฏิเสธเงื่อนไขทางทหาร
หนึ่งในนั้นคือ Leo Gao นักวิจัยของ OpenAI ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทิศทางของบริษัทอย่างเปิดเผยบนแพลตฟอร์ม X โดยตั้งคำถามถึงความรัดกุมของกลไกควบคุมความปลอดภัย (Safeguards) ในสัญญากับ Pentagon
การออกมาชี้แจงของ Altman ในช่วงวันหยุด จึงเป็นการส่งสารเพื่อลดความตึงเครียดภายในองค์กรควบคู่ไปกับการสื่อสารต่อสาธารณะ
บริบทสำคัญ: ก้าวต่อไปของตลาดผู้ให้บริการ AI
กรณีศึกษานี้สะท้อนบทเรียนสำคัญสำหรับผู้พัฒนา AI ทั่วโลก ว่าการแข่งขันในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข Benchmark หรือความเร็วในการประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่ความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาลและการรักษาจุดยืนทางจริยธรรม กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้งานใช้ตัดสินใจเลือกใช้บริการ
Anthropic แสดงให้เห็นว่าการยอมเสียสัญญาทางธุรกิจก้อนโตเพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัย สามารถสร้างแต้มต่อด้านความไว้วางใจจากชุมชนผู้ใช้งาน ขณะที่ OpenAI ต้องเร่งปรับกระบวนการสื่อสารและโครงสร้างข้อตกลงเพื่อกู้คืนภาพลักษณ์
สำหรับผู้ใช้งานในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนมุมมองที่น่าคิดว่า เมื่อโมเดล AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานประจำวัน คำถามที่เราควรใส่ใจจึงไม่ใช่แค่เรื่องความเก่งกาจของระบบ แต่รวมถึงนโยบายและทิศทางที่ผู้พัฒนาเลือกนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ด้วยเช่นกัน
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
ChatGPT Work ฉบับเข้าใจง่าย มอบงานให้ AI ทำจนจบ ตั้งแต่งานแรกจนถึงงานอัตโนมัติ พร้อม workflow ใช้ได้จริง 8 แบบ
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


