Runway มาอยู่ใน ChatGPT แล้ว สั่งสร้างและแก้วิดีโอและภาพได้ในหน้าต่างแชตเดียว
Runway โมเดลสร้างวิดีโอด้วย AI ย้ายเข้าไปทำงานในหน้าต่างแชตของ ChatGPT ได้แล้ว สั่งสร้างและแก้วิดีโอกับภาพได้ในที่เดียว ไม่ต้องสลับแท็บไปมาอีกต่อไป

Runway โมเดลสร้างวิดีโอด้วย AI ที่หลายคนใช้ทำคลิปสั้นและภาพเคลื่อนไหว เพิ่งประกาศว่าตอนนี้เรียกใช้ได้ตรงในหน้าต่างแชตของ ChatGPT แล้ว ประกาศนี้สั้นมาก ใจความคือใช้ Runway ใน ChatGPT เพื่อสร้างและแก้วิดีโอและภาพได้เลย โดยไม่ต้องสลับแท็บไปมา
ฟังดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่คำว่า "ไม่ต้องสลับแท็บ" นี่แหละคือหัวใจของเรื่อง เพราะมันเปลี่ยนจังหวะการทำงานทั้งกระบวนการ จากเดิมที่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายหน้าจอ กลายเป็นจบในช่องแชตเดียว
ก่อนหน้านี้ต้องเปิดกี่หน้าจอ
ลองนึกถึงขั้นตอนเดิมก่อน เวลาจะทำคลิปสั้นสักชิ้น คนทั่วไปมักเริ่มจากเปิด ChatGPT ไว้แท็บหนึ่งเพื่อช่วยคิดบทหรือเขียนคำสั่ง แล้วเปิดเว็บของเครื่องมือสร้างวิดีโออีกแท็บ จากนั้นคัดลอกคำสั่งจากแท็บแรกไปวางในแท็บที่สอง รอผลออกมา ถ้าไม่ถูกใจก็กลับไปแก้คำสั่งที่แท็บแรก แล้ววางกลับไปอีกรอบ
การเด้งไปมาแบบนี้ไม่ได้แค่เสียเวลา แต่มันตัดความต่อเนื่องของความคิด พอต้องสลับหน้าจอบ่อยๆ ไอเดียที่กำลังลื่นอยู่ก็สะดุด และของที่ทำค้างไว้ในแต่ละแท็บก็หลุดจากหัวได้ง่าย
ทุกอย่างมาอยู่ในแชตเดียว

สิ่งที่ Runway ทำคือย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในบทสนทนาของ ChatGPT ทำให้คำสั่งกับผลลัพธ์อยู่ในที่เดียวกัน พิมพ์บอกว่าอยากได้วิดีโอหรือภาพแบบไหนในช่องแชต ผลก็ออกมาในแชตนั้น อยากแก้ตรงไหนก็พิมพ์ต่อในบทสนทนาเดิมได้เลย
จุดที่น่าสนใจคือคำว่า "แก้" ไม่ใช่แค่ "สร้าง" เพราะประกาศบอกชัดว่าทำได้ทั้งสร้างของใหม่และแก้ของที่มีอยู่ ทั้งวิดีโอและภาพ แปลว่าขั้นตอนลองแล้วปรับ ซึ่งปกติเป็นส่วนที่กินเวลาที่สุด สั้นลงเหลือแค่การพิมพ์คุยต่อในแชตเดียว แทนที่จะต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทุกครั้ง
เริ่มลองได้จากตรงไหน
ถ้าอยากลองด้วยตัวเอง จุดเริ่มต้นไม่ซับซ้อน เพราะเครื่องมือนี้ไปอยู่ในที่ที่หลายคนเปิดใช้อยู่แล้วทุกวัน
- เปิด ChatGPT ที่ใช้ประจำ ไม่ต้องเปิดเว็บเครื่องมือสร้างวิดีโอแยกอีกแท็บ
- พิมพ์บอกในแชตว่าอยากได้วิดีโอหรือภาพแบบไหน เช่น สั่งให้สร้างคลิปสั้นจากคำบรรยายฉากที่นึกไว้
- พอผลออกมาแล้วยังไม่ถูกใจ ให้พิมพ์บอกสิ่งที่อยากแก้ต่อในบทสนทนาเดิม แทนที่จะกลับไปตั้งต้นใหม่
ข้อดีที่เห็นได้ทันทีคือคนที่ไม่เคยแตะเครื่องมือตัดต่อมาก่อน ก็เข้าถึงการทำวิดีโอด้วย AI ได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องเรียนรู้หน้าตาโปรแกรมใหม่ แค่พิมพ์คุยในที่ที่คุ้นเคยอยู่แล้ว
ของใหม่ที่ยังต้องดูกันต่อ
อีกด้านที่ควรพูดให้ครบคือ นี่เพิ่งเป็นการประกาศเปิดตัว ไม่ใช่บทสรุปจากการใช้งานจริงระยะยาว ตอนนี้รู้แน่แค่ว่ามันทำอะไรได้ ส่วนคุณภาพของวิดีโอที่ออกมา ความยาวที่รองรับ หรือขีดจำกัดในการแก้งานจริง ยังต้องรอดูเมื่อมีคนได้ลองใช้มากขึ้น เพราะการรู้ว่า "ทำได้" กับการรู้ว่า "ทำได้ดีแค่ไหน" เป็นคนละเรื่องกัน
ของที่มาอยู่ใกล้มือขึ้นไม่ได้แปลว่างานจะดีขึ้นเองโดยอัตโนมัติ มันแค่ลดแรงเสียดทานในการเริ่ม ส่วนคลิปจะออกมาดีหรือไม่ ยังขึ้นกับว่าคนสั่งงานคิดมาชัดแค่ไหนเหมือนเดิม
ที่เปลี่ยนไปจริงๆ ไม่ใช่ว่า AI ทำวิดีโอเก่งขึ้น แต่คือระยะทางจากความคิดในหัวไปถึงคลิปแรกสั้นลงจนเหลือแค่ประโยคที่พิมพ์ในแชต
ที่มา: โพสต์ Runway (@runwayml) on X จากช่อง Runway



