รัฐบาลสหรัฐฯ เสียงแตก ทหารแบน Anthropic แต่คลังสั่งแบงก์ใหญ่รีบใช้ด่วน
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เรียกแบงก์ใหญ่ประชุมด่วน เชียร์ให้ใช้ AI จาก Anthropic ทั้งที่กระทรวงกลาโหมเพิ่งแบนบริษัทนี้เรื่องความมั่นคง

ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoD) เพิ่งประกาศขึ้นบัญชีดำ Anthropic เป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน แต่ในอีกฟากหนึ่ง กระทรวงการคลังและธนาคารกลางสหรัฐฯ กลับเรียกผู้บริหารธนาคารยักษ์ใหญ่เข้าพบด่วน เพื่อผลักดันให้เร่งนำโมเดล AI ตัวใหม่ล่าสุดของ Anthropic ไปใช้ทดสอบความปลอดภัยของระบบการเงิน
ศูนย์กลางของความขัดแย้งเชิงนโยบายครั้งนี้คือโมเดลความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง "Claude Mythos Preview" ซึ่งมีความสามารถในการวิเคราะห์โค้ดและค้นหาช่องโหว่ระดับ Zero-day ได้อย่างแม่นยำ จนทำให้เกิดคำถามครั้งใหญ่ว่า เทคโนโลยีระดับนี้เป็นเกราะป้องกันชั้นยอด หรือเป็นอาวุธไซเบอร์ที่อันตรายเกินกว่าจะปล่อยสู่สาธารณะ
ศักยภาพด้านไซเบอร์ที่ก้าวกระโดด: ขุดพบบั๊กอายุ 27 ปีในเวลาไม่กี่สัปดาห์
Claude Mythos ถูกพัฒนาขึ้นโดยมุ่งเน้นงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์โดยเฉพาะ ในการทดสอบมาตรฐาน CyberGym Vulnerability Reproduction โมเดลนี้ทำคะแนนได้สูงถึง 83.1% (เปรียบเทียบกับ Claude Opus 4.6 ที่ทำได้ 66.6%) และบนชุดทดสอบ SWE-bench Verified ทำคะแนนพุ่งขึ้นไปถึง 93.9%
ความสามารถที่สร้างความตื่นตัวให้กับวงการความปลอดภัย คือการค้นพบช่องโหว่ความปลอดภัยที่ซ่อนอยู่ในระบบปฏิบัติการ OpenBSD มายาวนานถึง 27 ปี และช่องโหว่ใน FFmpeg ที่มีอายุกว่า 16 ปี ซึ่งเครื่องมือตรวจสอบโค้ดแบบอัตโนมัติ (Automated Fuzzers) แบบเดิมเคยรันเทสต์ไปกว่า 5 ล้านครั้งแต่ตรวจไม่พบ
จากเดิมที่การค้นหาช่องโหว่ Zero-day ต้องอาศัยนักวิจัยฝีมือดีใช้เวลาไล่โค้ดทีละบรรทัดเป็นแรมเดือน ปัจจุบัน AI Agent สามารถอ่าน ทำความเข้าใจสถาปัตยกรรมโค้ดหลายล้านบรรทัด และวางแผนขั้นตอนการทดสอบเจาะระบบเพื่อยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) ได้ด้วยตัวเอง
Project Glasswing: โครงการปิดเพื่อฝั่งตั้งรับ
เนื่องจากความเสี่ยงหากโมเดลหลุดสู่สาธารณะ ทาง Anthropic จึงเลือกที่จะไม่เปิดให้บริการแบบ Public แต่เปิดตัวโครงการนำร่องภายใต้ชื่อ Project Glasswing (ตั้งชื่อตามผีเสื้อปีกแก้ว สะท้อนถึงความโปร่งใสและการมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่)
โครงการนี้จำกัดการเข้าถึงเฉพาะพันธมิตรผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระดับวิกฤต (Critical Infrastructure) และบริษัทยักษ์ใหญ่กว่า 12 แห่ง เช่น AWS, Apple, Google, Microsoft และ JPMorganChase พร้อมมอบเครดิตใช้งานมูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้องค์กรเหล่านี้ใช้สแกนหาช่องโหว่และจัดทำแพตช์อุดรอยรั่วก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะพัฒนาเครื่องมือที่ทัดเทียมกันขึ้นมา
สำหรับอัตราค่าบริการเชิงพาณิชย์กำหนดไว้ที่ 25 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Input Tokens และ 125 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Output Tokens แต่การเข้าใช้งานยังต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด
ความย้อนแย้งในระดับนโยบายของสหรัฐฯ
ภาพความขัดแย้งเด่นชัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม เมื่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoD) กำหนดให้ Anthropic เป็น Supply Chain Risk อันเนื่องมาจากนโยบายของบริษัทที่ไม่ยินยอมให้นำโมเดลไปประยุกต์ใช้กับระบบอาวุธอัตโนมัติหรือการสอดแนม จนนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายตามที่ระบุในแถลงการณ์ Where things stand with the Department of War
แต่ในเวลาไล่เลี่ยกัน Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กลับจัดประชุมฉุกเฉินร่วมกับซีอีโอของ Citigroup, Morgan Stanley, Bank of America, Wells Fargo และ Goldman Sachs ตามรายงานของ Fortune และ TechCrunch เพื่อผลักดันให้ภาคการเงินนำโมเดลนี้ไปใช้ตรวจสอบระบบป้องกันตนเอง สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินมีความเร่งด่วนจนไม่อาจรอการคลี่คลายข้อพิพาทฝั่งความมั่นคง
หน้าต่างเวลาในการเตรียมตัว: โมเดลคู่แข่งกำลังตามมา
Logan Graham หัวหน้าทีมวิจัยด้าน Cyber Security ของ Anthropic ประเมินว่า ค่ายคู่แข่งและห้องแล็บ AI จากประเทศอื่นๆ จะสามารถพัฒนาโมเดลที่มีขีดความสามารถใกล้เคียงกันได้ภายในระยะเวลา 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากวงการระบุว่า OpenAI กำลังพัฒนาโครงการลักษณะเดียวกันภายใต้โค้ดเนม "Spud" และรายงานจากห้องทดลองอิสระหลายแห่งชี้ว่า โมเดล Open-Weight ขนาดเล็กเริ่มมีความสามารถในการค้นหาบั๊กพื้นฐานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานบทวิเคราะห์ใน Fortune และ NBC News
ผลกระทบต่อทีมพัฒนาและองค์กรในไทย
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับองค์กรและนักพัฒนาในประเทศไทย:
- สำหรับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์: การนำ AI มาช่วยตรวจสอบ Security Linting และ Static Code Analysis ในขั้นตอน CI/CD ก่อนการ Deploy จะกลายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อปิดช่องโหว่พื้นฐานตั้งแต่เนิ่นๆ
- สำหรับองค์กรธุรกิจและสถาบันการเงิน: วงรอบการทดสอบระบบ (Penetration Testing) ที่เคยทำแบบรายไตรมาสหรือรายปีจะไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรจำเป็นต้องปรับสู่ระบบ Continuous Security Monitoring เพื่อรับมือกับการโจมตีแบบอัตโนมัติที่มีความถี่และความเร็วสูงขึ้น
สมรภูมิด้านความปลอดภัยไซเบอร์กำลังเปลี่ยนจากความชำนาญของตัวบุคคล ไปสู่การแข่งขันด้านความเร็วในการตรวจจับและแพตช์ระบบอัตโนมัติ ฝ่ายใดที่ปรับตัวช้าจะกลายเป็นเป้าหมายที่เปราะบางที่สุดในระบบทันที
แหล่งอ้างอิง
- Fortune: Bessent, Powell Summon Bank CEOs to Urgent Meeting Over Anthropic's New AI Model
- TechCrunch: Trump officials may be encouraging banks to test Anthropic's Mythos model
- Anthropic: Project Glasswing
- Fortune: Anthropic Mythos: AI-driven cybersecurity risks are already here
- NBC News: The 'Vulnpocalypse': Why experts fear AI could tip the scales toward hackers
- Anthropic: Where things stand with the Department of War
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
ChatGPT Work ฉบับเข้าใจง่าย มอบงานให้ AI ทำจนจบ ตั้งแต่งานแรกจนถึงงานอัตโนมัติ พร้อม workflow ใช้ได้จริง 8 แบบ
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


