ถ่ายรูปและส่งไฟล์ให้ดู
แม่ของคุณนกกลับจากหาหมอพร้อมยาห้าซอง ฉลากแต่ละซองพิมพ์ตัวเล็กมาก บางซองเขียนว่าหลังอาหาร บางซองเขียนว่าก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง แม่ถามว่าตกลงต้องกินตอนไหนบ้าง คุณนกนั่งอ่านอยู่สิบนาทีแล้วก็ยังจัดตารางไม่ถูก
งานแบบนี้ไม่ได้อยู่ในรูปข้อความให้พิมพ์ มันอยู่บนกระดาษที่ถืออยู่ในมือ และนี่คือจุดที่การถ่ายรูปส่งเข้าไปเปลี่ยนเรื่องทั้งหมด
สามอย่างที่มันทำกับของที่เราส่งไปได้
เอกสารทางการแบ่งงานที่ทำกับไฟล์ได้ไว้เป็นสามกลุ่ม และสามกลุ่มนี้ครอบคลุมเกือบทุกอย่างที่คนทั่วไปอยากทำ
- ดึงของที่ต้องการออกมา หาว่ามีคำนี้อยู่ตรงไหนบ้าง ดึงเฉพาะส่วนที่ต้องการ นับว่ามีกี่รายการที่เข้าเงื่อนไข
- เปลี่ยนรูปแบบโดยไม่เปลี่ยนเนื้อ ย่อของยาวให้สั้น เขียนใหม่ด้วยภาษาที่ง่ายกว่า เปลี่ยนของที่อยู่ในกระดาษให้เป็นตาราง
- รวมหรือวิเคราะห์หลายชิ้น เทียบสองฉบับว่าต่างกันตรงไหน ดูตารางตัวเลขแล้วบอกว่าเห็นอะไร
ก่อนถ่ายรูป ล้างก่อนเสมอ
บทนี้เป็นบทที่กติกาเหล็กข้อ 2 เข้มที่สุดในเล่ม เพราะการถ่ายรูปส่งไปคือการส่งทุกอย่างที่อยู่ในเฟรมไปด้วย รวมถึงของที่ไม่ได้ตั้งใจส่ง
เอกสารทางการของ ChatGPT ระบุไว้เองว่าไฟล์ที่อัปโหลดอาจถูกนำไปใช้ปรับปรุงระบบได้ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเรา และหน้าเรื่อง memory ก็เขียนไว้ตรงๆ ว่าข้อมูลอ่อนไหวจะเข้าไปอยู่ใน memory ได้ถ้าเราเป็นคนพิมพ์มันเข้าไปเอง
ทำสามอย่างนี้ก่อนกดส่งทุกครั้ง
- ดูให้ทั่วเฟรม ไม่ใช่แค่ตรงที่อยากถาม มุมกระดาษมักมีชื่อ เลขที่ผู้ป่วย เลขบัตร หรือที่อยู่ติดมาด้วย
- ปิดหรือครอบตัดส่วนที่ระบุตัวคนออก ใช้เครื่องมือครอบตัดในแอปรูปของมือถือ ตัดส่วนหัวกระดาษทิ้งก่อนแล้วค่อยส่ง
- ถ้าเป็นเรื่องของคนอื่น ให้ถามตัวเองด้วยว่าจำเป็นต้องมีชื่อเขาไหม ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น เพราะสิ่งที่เราอยากได้คือการจัดเรียงข้อมูล ไม่ใช่ตัวชื่อ
อย่างฉลากยาของแม่คุณนกก็ทำแบบนี้ คือครอบตัดเอาเฉพาะส่วนวิธีใช้ยา ตัดชื่อคนไข้ เลขที่ผู้ป่วย และชื่อโรงพยาบาลออกให้หมด แล้วค่อยถ่ายส่ง สิ่งที่ต้องการคือตารางเวลากินยา ซึ่งไม่ต้องรู้ว่าใครเป็นคนกิน

ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เป็นคนแรกได้เลย