เมื่อนักเรียนส่งงานที่ AI เขียน
คืนวันอาทิตย์ ครูอ้อนั่งตรวจรายงานเรื่องแรงลัพธ์ของ ม.2/1 อ่านไปได้สิบฉบับก็เจอฉบับหนึ่งที่สะดุดตา ประโยคเรียบร้อยผิดปกติ ศัพท์บางคำเกินตัวเด็ก ม.2 ไปมาก และไม่มีร่องรอยความคิดของเจ้าตัวที่ครูคุ้นเคยจากงานในห้องเลย ครูอ้อเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น คำถามที่ผุดขึ้นมาคือคำถามเดียวกับที่ครูทั้งประเทศกำลังถาม: มีโปรแกรมจับไหม
คำตอบตรงๆ ของบทนี้คือ มี แต่เชื่อไม่ได้ และคนที่บอกเรื่องนี้ชัดที่สุดคือ OpenAI (บริษัทผู้สร้าง ChatGPT) เอง
ทำไมโปรแกรมจับ AI เชื่อไม่ได้
หน้าคำแนะนำสำหรับครูของ OpenAI ตอบคำถาม "โปรแกรมตรวจจับข้อความ AI ใช้ได้จริงไหม" ไว้สั้นๆ ว่า จากประสบการณ์ของบริษัทเอง ยังไม่มีตัวไหนน่าเชื่อถือพอ ในเมื่อผลตัดสินอาจติดตัวเด็กไปอีกนาน เหตุผลที่ยกมาแต่ละข้อฟังแล้วชวนใจเย็นลงทั้งนั้น
- OpenAI เคยลองฝึกเครื่องมือตรวจจับของตัวเอง ผลคือมันชี้งานเขียนของมนุษย์แท้ๆ อย่างบทประพันธ์ของเชกสเปียร์ และคำประกาศอิสรภาพของอเมริกา ว่าเป็นข้อความจาก AI
- เด็กที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง กับเด็กที่เขียนตามแบบแผนเป๊ะๆ มีแนวโน้มโดนชี้ผิดมากกว่าคนอื่น เครื่องมือแบบนี้จึงลำเอียงใส่เด็กบางกลุ่มโดยที่เด็กไม่ได้ทำอะไรผิด
- ต่อให้เครื่องจับแม่นจริง เด็กแค่แก้ถ้อยคำนิดเดียวก็หลบผ่านได้แล้ว
- ถามตัว ChatGPT เองว่า "ข้อความนี้ AI เขียนหรือเปล่า" ก็ไม่ได้อะไร เพราะมันไม่รู้ว่าข้อความไหนมาจาก AI คำตอบที่ได้เป็นการเดาล้วนๆ OpenAI เขียนกำกับไว้เองว่าคำตอบแบบนี้ไม่มีมูลความจริงรองรับ
สรุปเป็นกติกาประจำบทได้หนึ่งข้อ: ผลจากโปรแกรมจับ AI ห้ามใช้ตัดสินหรือลงโทษเด็กเด็ดขาด เพราะโอกาสชี้ผิดสูงเกินกว่าจะเอาอนาคตของเด็กคนหนึ่งไปแขวนไว้กับมัน แนวทางของ UNESCO เรื่องการใช้ AI ในการศึกษาก็ยึดหลักเดียวกัน คือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เรื่องที่กระทบตัวผู้เรียนต้องให้คนเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่โปรแกรม

ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เป็นคนแรกได้เลย