Anthropic ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ของ Claude Code ชื่อ Agent View เป็น dashboard ใน terminal สำหรับดู Claude Code session หลายตัวที่รันพร้อมกันจากหน้าจอเดียว ผู้ใช้งานสลับเข้า-ออก session ผ่าน keyboard shortcut, ดูสถานะแบบ real-time (กำลังรัน / รอ input / เสร็จ) และสั่ง agent ใหม่จาก dashboard ได้โดยตรง ในคลิปของ Nate Herk จากช่อง Nate Herk | AI Automation แสดงตัวอย่างการรัน Claude Code 4 ตัวพร้อมกันใน Agent View เดียว พร้อมอธิบายว่าฟีเจอร์นี้ช่วยแก้ปัญหาที่นักพัฒนาเคยเจอเมื่อเปิด VS Code terminal tab หลายแท็บ แล้วจำไม่ได้ว่า session ไหนกำลังทำอะไรอยู่
Nate Herk ระบุว่าฟีเจอร์นี้เปิดตัวในวันเดียวกับที่อัดคลิป และยังอยู่ในสถานะ research preview จึงมีข้อจำกัดและ bug บางส่วนที่ Anthropic ยังต้องปรับแก้ต่อ

Agent View คืออะไร และแก้ปัญหาอะไร
Agent View เป็นมุมมองใหม่ใน Claude Code CLI ที่รวม session ทุกตัวที่รันอยู่บนเครื่องไว้ในหน้าจอเดียว ผู้ใช้งานสลับเข้าไปดูแต่ละ session ได้โดยตรง และกลับออกมายัง dashboard กลางเมื่อต้องการ ในคลิป Nate Herk อธิบายว่า ก่อนหน้านี้ผู้ที่รัน Claude Code หลาย session พร้อมกันมักต้องเปิด terminal tab หลายแท็บใน VS Code จนสับสนว่าแต่ละแท็บกำลังทำงานอะไรอยู่ แม้ Anthropic จะเคยเพิ่ม notification hook เพื่อแจ้งเตือนเมื่อ session ทำงานเสร็จ และเพิ่ม recap section สำหรับสรุปสิ่งที่ session ทำตอนจบ แต่ก็ยังแก้ปัญหาการ navigate ระหว่าง session ได้ไม่หมด
Nate Herk ชี้ว่าจุดเด่นของ Agent View คือ status indicator ของแต่ละ session ซึ่งแสดงสีตามสถานะ ถ้า session เปลี่ยนเป็นสีเหลือง แปลว่ารอ input จากผู้ใช้ เช่น รอ approve plan หรือรอ feedback ส่วนสีเขียวหมายถึงทำงานเสร็จแล้ว ระบบจะย้าย session นั้นลงไปอยู่ส่วนล่างของรายการ ผู้ใช้งานจึงเห็นภาพรวมทันทีว่ามี session กี่ตัวที่ต้องเข้าไปจัดการต่อ และกี่ตัวที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ฟีเจอร์นี้ใช้งานได้ผ่าน Claude Code CLI เท่านั้น Nate Herk ระบุว่าคนที่ใช้ extension ของ Claude Code อยู่ก่อนหน้านี้ แม้ extension จะหน้าตาเรียบง่ายและเริ่มใช้งานได้คล่องกว่า แต่จะยังไม่ได้ใช้ Agent View จึงแนะนำให้ลองเปลี่ยนมาใช้ CLI เพราะ feature ใหม่ของ Claude Code มักออกบน CLI ก่อนเสมอ
วิธีใช้งานพื้นฐาน
ในคลิป Nate Herk สาธิตชุดคำสั่งหลักที่ใช้ใน Agent View สรุปได้เป็น 4 รูปแบบหลัก คำสั่งทั้งหมดออกแบบให้ใช้จาก keyboard ได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานไม่ต้องสลับมือไปจับ mouse บ่อย
รูปแบบแรกคือการเปิด Agent View จาก session ที่กำลังใช้งานอยู่ โดยกดปุ่ม ← (ลูกศรซ้าย) จากภายใน session ใดก็ได้ Agent View จะแสดงรายการ session ทั้งหมด เมื่อเลือก session ที่ต้องการแล้วกดปุ่ม → (ลูกศรขวา) ระบบจะพาเข้าไปใน session นั้น และกด ← อีกครั้งเพื่อกลับมาที่ Agent View
รูปแบบที่สองคือการ push session ปัจจุบันเข้า background ของ Agent View ในคลิป Nate Herk ระบุว่าคำสั่ง /bg (ย่อมาจาก background) จะย้าย session ปัจจุบันเข้าไปอยู่ใน Agent View ทันที และ session นั้นยังทำงานต่อในเบื้องหลังตามปกติ
รูปแบบที่สามคือการสั่ง agent ใหม่จากใน Agent View โดยตรง Nate Herk อธิบายว่าผู้ใช้งานพิมพ์ description ของงานที่ต้องการลงใน Agent View แล้วกด enter ได้เลย ระบบจะ kick off session ใหม่ให้อัตโนมัติและเพิ่มเข้าไปในรายการ ตัวอย่างในคลิปคือพิมพ์ "do some research on Claude's new agent view" จากนั้น session ใหม่ก็ปรากฏใน Agent View ทันทีหลังกด enter
รูปแบบที่สี่คือการเปิด session ใหม่จาก terminal เปล่าโดยตรง ในคลิป Nate Herk แสดงคำสั่ง claude --bg "task description" โดยต้องใส่ task ใน double quote เสมอ Nate Herk ตั้งข้อสังเกตว่าตอนทดลองเอง square bracket ใช้ไม่ได้ ต้องเป็น double quote เท่านั้นถึงจะ parse ถูก อีกทางเลือกที่สั้นกว่าคือพิมพ์ claude agents จาก terminal เปล่า เพื่อเปิด Agent View ขึ้นมาเลย โดยไม่ต้อง launch session ใดก่อน
นอกจากนี้ยังมีคำสั่งสำหรับลบ session ที่ไม่ต้องการ Nate Herk ระบุว่าให้เลือก session ใน Agent View แล้วกด Ctrl + X สองครั้งติดกัน เพื่อ kill session นั้นทันที ถ้า session ไหนต้องการ input ก็สามารถตอบกลับจาก Agent View ได้เลย โดยกด space แล้วพิมพ์ reply ลงไป ไม่ต้องเข้าไปใน session นั้นก่อน

4 Use Case Patterns ที่ Anthropic แนะนำ
เอกสารของ Anthropic ที่ Nate Herk อ้างถึงในคลิป ระบุ pattern การใช้งาน Agent View ที่นักพัฒนาน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุดไว้ 4 ข้อ
ข้อแรกคือ scaling concurrent sessions หรือการเพิ่มจำนวน session ที่รันพร้อมกัน ในคลิป Nate Herk ชี้ว่าก่อนหน้านี้ การรัน Claude Code หลายตัวพร้อมกันมักติดข้อจำกัดที่ผู้ใช้งานต้อง track session เอง เมื่อ session เกิน 5 ตัวขึ้นไปและกระจายอยู่ตาม terminal tab การจัดการก็เริ่มยาก Agent View จึงช่วยให้ขยาย scale ของ concurrent session ได้ง่ายขึ้น
ข้อที่สองคือ managing long-running agents หรือการจัดการ agent ที่รันนานหลายชั่วโมง Nate Herk ระบุว่าฝั่งขวาของ Agent View จะแสดงเวลาที่แต่ละ session ทำงานมาแล้ว จึงเห็นได้ว่า session ไหนรันมานานเท่าไร ถ้าตั้งใจรัน session ค้างคืน ก็จะรู้ชัดว่ายังทำงานอยู่หรือเสร็จแล้ว
ข้อที่สามคือ /goal Ralph-Wiggum loop ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ Anthropic เพิ่งปล่อยพร้อม Agent View ในคลิป Nate Herk อธิบายว่า /goal ช่วยให้ผู้ใช้งานตั้ง objective ให้ Claude Code ทำตามได้ ระบบจะลองทำหลายแบบจนกว่าจะถึง goal ที่ตั้งไว้ คล้ายฟีเจอร์ goal ที่ Codex มีอยู่ก่อนหน้า Nate Herk ยกตัวอย่างว่าถ้าสั่ง /goal ให้สร้าง 3D monster fighting game ระบบจะรันต่อเนื่องหลายชั่วโมงจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ตรงตาม goal เขาเสริมว่า prompt ที่ใช้กับ /goal ควรมี metric แบบ objective ที่วัดผลได้ ไม่ใช่ subjective อย่างตัวอย่างที่สาธิตในคลิป แนวคิดนี้อ้างอิง Andrej Karpathy เรื่อง auto research ที่มักออกแบบ optimization target เป็น metric ตัวเลข เพื่อให้ระบบมี criteria สำหรับทดลองและประเมินผล
ข้อที่สี่คือ cross-directory work หรือการทำงานข้าม project ใน folder ที่ต่างกัน Nate Herk อธิบายว่า ถ้าเปิด terminal ใหม่ใน project A แล้วรัน Claude Code session ใหม่ ระบบจะ inherit working directory ของ terminal นั้นโดยอัตโนมัติ หากต้องการรัน Claude Code ใน project B จาก terminal เดียวกัน ก็ cd ไป directory นั้นก่อน แล้วใช้ claude --bg "task" เพื่อ kick off session ใน project B ได้ Agent View ตัวเดียวจึงรวม session ของหลาย project ไว้พร้อมกันได้ Nate Herk ตั้งข้อสังเกตว่าจุดที่ยังควรปรับคือ Agent View ปัจจุบันยังไม่แสดง working directory ของแต่ละ session ให้ชัด ต้องสลับเข้าไปใน session ก่อนถึงจะเห็นว่ารันอยู่ใน project ไหน

ข้อจำกัดของ Research Preview
แม้ Agent View จะแก้ปัญหาเรื่อง session management ได้ชัดเจน แต่ Nate Herk ย้ำในคลิปว่าฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในสถานะ research preview จึงมี bug บางส่วนที่ผู้ใช้งานควรระวัง
ในคลิป Nate Herk ระบุว่า ครั้งแรกที่เปิดใช้ Agent View เครื่องของผู้สาธิตทำงานช้าลงผิดปกติ ถ้าใครเจออาการคล้ายกัน เขาแนะนำให้มองว่าเป็นพฤติกรรมที่พบในเวอร์ชัน preview นี้ ไม่ใช่ปัญหาฮาร์ดแวร์โดยตรง นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ session ใหม่ซึ่ง launch ผ่าน claude --bg แสดงบาง field ไม่ครบในตอนแรก ก่อนจะ recover กลับมาเอง
Nate Herk ยังตั้งข้อสังเกตว่าฟีเจอร์ที่ยังขาด และน่าจะมีในเวอร์ชันถัดไป คือการแสดง working directory ของแต่ละ session ใน Agent View โดยตรง ผู้ใช้งานจะได้เห็นทันทีว่า session ที่กำลังเลือกอยู่รันอยู่ใน project ไหน โดยไม่ต้องเข้าไปใน session แต่ละตัวก่อน
สำหรับผู้ที่สนใจลองใช้ Agent View Nate Herk แนะนำให้เริ่มจาก use case ที่ตรงกับงานจริงของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องจำคำสั่งทั้งหมดในคราวเดียว คำสั่งหลักที่ใช้บ่อยมีแค่ claude agents สำหรับเปิด Agent View, ลูกศรซ้าย-ขวาสำหรับ navigate, /bg สำหรับ push session เข้า background และ Ctrl + X สองครั้งสำหรับ kill session ที่ไม่ต้องการ
ที่มา: Nate Herk | AI Automation: Claude Code Just Got an Agent Dashboard (YouTube, 12 พฤษภาคม 2026)
ผู้ที่ต้องการเห็นการสาธิตจริงและ workflow แบบ end-to-end สามารถดูคลิปต้นฉบับของ Nate Herk ได้ที่ลิงก์ด้านบน





ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น!