PenEcho เขียนโจทย์ด้วยลายมือลงกระดาน แล้ว AI ตอบข้างๆ ตรงนั้น เปิดซอร์สและรันบนเครื่องตัวเอง
PenEcho เป็นกระดานวาดโอเพนซอร์สที่อ่านทั้งลายมือและตำแหน่งบนหน้ากระดาน แล้ววางคำตอบเป็นร่างไว้ข้างจุดที่เขียน ตัวโปรแกรมฟรีและรันในเครื่องเราเอง แต่ค่าเรียกโมเดลยังต้องจ่ายผ่านคีย์ API หรือใช้โควตาของบัญชี Codex หรือ Claude Code ที่ล็อกอินอยู่

PenEcho เปิดหน้ากระดานเปล่าให้ลากปากกาเขียนสมการลงไปได้เลย แล้วหยุดมือ คำตอบพร้อมวิธีคิดจะโผล่ขึ้นมาข้างจุดที่เพิ่งเขียน ไม่ต้องเปิดหน้าต่างอื่นขึ้นมาพิมพ์อธิบายอะไรเลย
ลองเทียบเวลากันตรงๆ สมการที่มีเศษส่วนซ้อนสามชั้น เขียนด้วยมือสิบวินาทีก็เสร็จ แต่ถ้าต้องพิมพ์ให้โมเดลอ่านรู้เรื่อง ต้องไล่วงเล็บทีละชั้นให้ครบก่อน งานแปลงความคิดให้เป็นข้อความตรงนี้คือสิ่งที่ PenEcho ตั้งใจตัดออก ตัวโปรแกรมเป็นโอเพนซอร์สที่รันอยู่บนเครื่องของผู้ใช้เอง เพิ่งเปิดตัวมาตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2026 และมีคนกดดาวให้แล้วราว 1.8 พันดวงในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ก่อนถาม AI ทุกอย่างต้องกลายเป็นตัวอักษรก่อน

พอต้องถาม AI เรื่องที่มองเห็นเป็นภาพ ขั้นตอนแรกไม่ใช่การถาม แต่เป็นการแปลภาพในหัวออกมาเป็นตัวหนังสือ
โจทย์เลขที่มีเศษส่วนซ้อนกันต้องพิมพ์เป็นบรรทัดยาวพร้อมวงเล็บครบทุกชั้น ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปเรียนระบบพิมพ์สูตรคณิตศาสตร์อย่าง LaTeX ผังงานสามกล่องที่วาดในสมุดต้องบรรยายเป็นคำว่ากล่องไหนต่อกับกล่องไหน แล้วเงื่อนไขไหนแยกไปทางซ้าย แบบร่างหน้าจอต้องเขียนบอกว่าปุ่มอยู่มุมไหน ห่างจากหัวข้อเท่าไร และอะไรวางอยู่ใต้อะไร
รวมแล้วเวลาที่หมดไปกับการแปลมักเยอะกว่าเวลาที่ใช้ถามจริงๆ บางครั้งพิมพ์ไปได้ครึ่งทางก็รู้ตัวว่าสิ่งที่พิมพ์ยังไม่ตรงกับที่เห็นในหัว
ที่ติดขัดจึงไม่ใช่ว่าโมเดลไม่เก่งพอ แต่เป็นเพราะช่องกรอกข้อความรับได้แค่ตัวอักษรที่เรียงต่อกันเป็นแถว ส่วนความคิดที่เป็นภาพมีทั้งรูปทรงและตำแหน่งติดมาด้วย
PenEcho ทำงานยังไง ตั้งแต่หยุดมือจนคำตอบโผล่

เริ่มจากเขียนอะไรก็ได้ลงบนกระดาน สมการ คำถาม ผังงานหยาบๆ หรือไอเดียที่ยังคิดไม่จบ ใช้สไตลัสก็ได้ ใช้เมาส์ก็ได้ แล้วหยุดมือไว้ก่อน
จากนั้นเบราว์เซอร์จะตัดเฉพาะบริเวณกระดานที่เกี่ยวข้องออกมา ส่งไปพร้อมข้อมูลตำแหน่งและรูปทรงของลายเส้น แล้วตัวโปรแกรมบนเครื่องเราจะตรวจคำขอ แล้วส่งต่อไปหาโมเดลที่ตั้งค่าไว้ ตรงนี้เลือกได้ว่าจะยิงผ่านคีย์ API หรือเรียกผ่านโปรแกรมคำสั่งที่ล็อกอินไว้แล้ว อย่าง Codex CLI กับ Claude Code CLI
จุดที่ต่างจากการพิมพ์ถามคือมันไม่ได้อ่านแค่ว่าเราเขียนอะไร แต่อ่านด้วยว่าเราเขียนไว้ตรงไหน ของที่อยู่ใกล้กันบนกระดานจึงถูกส่งไปพร้อมกันในฐานะเรื่องเดียวกัน ไม่ต้องพิมพ์บอกว่าอันไหนเกี่ยวกับอันไหน
ของที่โผล่กลับมาข้างจุดที่เขียนมีหลายแบบ ทั้งคำตอบตรงๆ คำใบ้ คำอธิบายแบบยาว ข้อความที่เขียนต่อจากของเดิม สูตร กราฟ ไปจนถึงไดอะแกรม
ร่างของ AI ไม่แตะงานเดิมจนกว่าจะกดรับ
ของที่ช่องแชตทำไม่ได้อยู่ตรงนี้ ร่างที่โมเดลตอบกลับมาแยกออกจากหมึกที่เรายืนยันแล้วเสมอ
ร่างนั้นลากไปวางที่อื่นได้ ปรับขนาดได้ทั้งแบบยกกลุ่มและแบบดึงทีละด้าน ก๊อบปี้ตัวหนังสือหรือสูตรในนั้นไปใช้ต่อได้ และมันจะเข้ามาเป็นส่วนของงานเราเมื่อกดรับเท่านั้น ถ้าไม่ถูกใจก็กดทิ้ง ของที่เราเขียนเองไม่หายไปด้วย
ส่วนหมึกที่ยืนยันแล้ว จัดการด้วยการวาดวงด้วยมือรอบบริเวณที่ต้องการ แล้วสั่งได้ห้าอย่าง คือย้าย ย่อขยาย เปลี่ยนสี ลบทิ้ง หรือส่งแค่ในวงนั้นไปให้จัดพิมพ์ใหม่ด้วยคำสั่ง Typeset การเลือกและการยกเลิกแบบธรรมดาจะไม่ยิงคำขอไปหาโมเดล เพราะฉะนั้นการจัดหน้ากระดานเล่นๆ ไม่ทำให้บิลค่าโมเดลเดินโดยไม่รู้ตัว
กระดาน 20,000 x 20,000 ที่เก็บงานไว้ในเบราว์เซอร์
กระดานกว้าง 20,000 x 20,000 หน่วย ซูมเข้าออกและลากไปทางไหนก็ได้ เหมือนกระดาษที่ไม่มีขอบให้ชน ระบบเก็บเฉพาะช่องขนาด 512 x 512 พิกเซลตรงที่มีหมึกจริงอยู่ กระดานใหญ่ขนาดนั้นจึงไม่กลายเป็นไฟล์ภาพมหึมา
บรรยากาศของกระดานเลือกได้สี่แบบ คือ Arcane · Sci-fi · Research · Studio
งานถูกบันทึกไว้ในเบราว์เซอร์ของเราเอง พอเริ่มกระดานใหม่ก็เลือกได้สามทาง คือทับชุดเดิม แยกเก็บเป็นชุดใหม่ หรือไม่เก็บเลย ร่างของ AI ที่ยังไม่กดรับจะไม่ติดไปกับไฟล์ที่บันทึก ส่วนตอนส่งออกเป็นไฟล์ PNG ระบบตัดกรอบให้พอดีกับหมึกจริง แล้วเว้นขอบกระดาษไว้ 512 พิกเซลรอบด้าน
ปลั๊กอินใน 0.7.2 ที่ทำให้ PenEcho ไม่ใช่แค่กระดานวาด
สามเวอร์ชันล่าสุดเพิ่มของที่กระดานวาดธรรมดาทำไม่ได้เข้ามาหลายอย่าง
อย่างแรกคือปลั๊กอินค้นรูปสองตัว Real Photo Search หยิบรูปจริงจากเว็บมาแปะบนกระดานให้เลย ส่วน Image Search หารูปได้สูงสุดห้าใบจากคลัง Wikimedia Commons แล้วบอกด้วยว่ารูปมาจากไหนและใช้ได้ในเงื่อนไขอะไร
ปลั๊กอินผังงานวาดไดอะแกรมได้ห้าแบบ ทั้งผังกระบวนการ ผังการตัดสินใจ ผังสถาปัตยกรรม ผังลำดับ และผังสถานะ แล้วมีปุ่มก๊อบโค้ดไดอะแกรม Mermaid ไปวางต่อในเอกสารหรือในโค้ด
บนมือถือกับแท็บเล็ต ใส่รูปจากคลังภาพหรือถ่ายสดจากกล้องได้ แล้วกดค้างที่รูปเพื่อเลือกได้สองแบบ แบบ Place จะให้รูปลอยอยู่ใต้หมึกไว้ให้วาดทับ ส่วนแบบ Merge จะเปลี่ยนรูปให้เป็นเส้นจริงที่ลบทีละเส้นได้
อีกตัวที่เปลี่ยนภาพของกระดานไปเลยคือปลั๊กอิน General HTML มันให้โมเดลสร้างหน้าจอที่กดใช้งานได้จริงลงบนกระดาน จะเป็นเครื่องคิดเลข นาฬิกา หรือแดชบอร์ดเล็กๆ ก็ได้ แล้วกดใช้ได้ทันทีตรงนั้น
นอกจากนั้นยังมีปลั๊กอินข้อมูลอีกชุดหนึ่ง ทั้งพยากรณ์อากาศ ราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ข่าวสายเทคโนโลยี ข้อมูลแผ่นดินไหว เหตุการณ์ทางธรรมชาติอื่นๆ สภาพอวกาศ ไปจนถึงความเคลื่อนไหวใน GitHub
ปลั๊กอินต่อออกเน็ตเอง ไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์ PenEcho
เรื่องที่โปรเจกต์ตั้งใจออกแบบไว้ชัดคือเส้นทางของข้อมูลปลั๊กอิน คำขอแต่ละครั้งวิ่งออกจากเบราว์เซอร์ตรงไปยังปลายทางของแต่ละบริการเอง ไม่ได้ผ่านตัว PenEcho และไม่มีการเก็บข้อมูลชั่วคราวไว้ที่ไหน
ทุกปลั๊กอินต้องบอกไว้ล่วงหน้าว่าจะต่อออกไปที่ไหนได้ แล้ววิดเจ็ตก็ต่อได้แค่ตามรายชื่อนั้น ส่วน HTML ที่โมเดลสร้างขึ้นรันอยู่ในกรอบแยกของตัวเองที่ถูกจำกัดสิทธิ์ไว้ตั้งแต่ต้น และปลั๊กอินตัวที่ปิดไว้ ไม่มีอะไรของมันปนเข้าไปในคำขอเลย ทั้งตัวคำสั่ง ข้อมูลที่แนบ และโค้ดที่ใช้รันวิดเจ็ต
ติดตั้ง PenEcho ด้วย npm แล้วเปิดที่ localhost:3888
ติดตั้งได้สองทาง ทางแรกไปโหลดแอปเดสก์ท็อปที่หน้า Releases ของโปรเจกต์ ทางที่สองลงผ่านคำสั่ง npm
npm install -g penecho
penecho configure
penechoบรรทัด penecho configure จะเปิดเมนูตั้งค่าให้เลือกว่าจะใช้โมเดลจากไหน ก่อนถึงขั้นนั้นต้องมี Node.js เวอร์ชัน 20.3 ขึ้นไปบนเครื่อง และต้องมีอย่างน้อยหนึ่งในสามนี้ คือคีย์ API หรือ Codex CLI ที่ล็อกอินเอาไว้ หรือ Claude Code CLI ที่ล็อกอินเอาไว้
พอสั่ง penecho โปรแกรมจะเปิดให้ใช้ที่ http://localhost:3888 แล้วทุกรอบที่เปิดโปรแกรมขึ้นมาใหม่ เบราว์เซอร์เครื่องแรกต้องตั้งรหัสหกหลักที่จะใช้ร่วมกัน หรือกดยืนยันชัดๆ ว่ายอมให้เครื่องอื่นในวงแลนเข้ามาได้โดยไม่มีรหัส ตัวรหัสไม่ถูกเขียนลงไฟล์ อยู่ในหน่วยความจำของโปรแกรมเท่านั้น และหายไปตอนโปรแกรมรีสตาร์ท
ส่วนที่ถูกใจคนถนัดเขียนด้วยปากกาคือ ตอนโปรแกรมเริ่มทำงาน มันจะพิมพ์ที่อยู่ของเครื่องนี้ในวงแลนออกมาให้ เปิดที่อยู่นั้นบนไอแพดแล้วใส่รหัสหกหลักเดียวกัน ก็เขียนด้วยปากกาบนแท็บเล็ตได้ทันที โดยตัวโมเดลยังทำงานอยู่ที่คอมเครื่องหลัก ถ้าเชื่อมไม่ติดให้ตั้งค่าไฟร์วอลล์ของเครื่องนั้นให้เปิดรับการเชื่อมต่อก่อน
เลือกโมเดลไหน แล้วจ่ายเท่าไรต่อคำขอ
ตัวโปรแกรมฟรี แต่การเรียกโมเดลไม่ฟรี เพราะฉะนั้นการเลือกโมเดลคือการเลือกทั้งคุณภาพและบิล
ในเมนูตั้งค่ามีตัวเลือกชื่อ effort อยู่คู่กับชื่อโมเดล นั่นคือระดับที่ยอมให้โมเดลใช้เวลาคิดก่อนตอบ ตั้งสูงขึ้นแล้วผลละเอียดขึ้น แต่ตอบช้าลงและกินโทเคนมากขึ้น ส่วนโทเคนคือหน่วยที่ผู้ให้บริการใช้นับปริมาณข้อความเพื่อคิดเงิน ตารางข้างล่างคัดมาเฉพาะตัวที่คนไทยหาทางใช้ได้จริง คือเข้าได้ทั้งทางคีย์ API และทางบัญชี CLI ที่ล็อกอินไว้อยู่แล้ว
| โมเดล | ระดับ effort | เลือกเมื่อ |
|---|---|---|
| claude-opus-4-8 | medium | งานกระดานประจำวันที่อยากได้คุณภาพกับความเร็วพอกัน |
| claude-opus-4-8 | high | ลายมืออ่านยาก โจทย์เลข หรือไดอะแกรมที่ยอมช้าเพื่อความแม่น |
| Fable 5 | medium | อยากได้เร็วโดยผลยังดี ในการทดสอบตอนนี้ ใช้เวลาตอบราวครึ่งเดียว เทียบกับ gpt-5.6-sol ที่ตั้ง xhigh |
| kimi-k3 | medium | กระดานที่แน่นและงานหนัก |
| gpt-5.6-terra | low ถึง high | ใช้ฝั่ง OpenAI อยู่แล้ว และอยากได้ผลที่ดีกว่า gpt-5.6-sol บนกระดาน |
ฝั่ง Claude โปรเจกต์แนะนำ Opus 4.8 ขึ้นไป รุ่น Sonnet และ Opus 4.6 ก็ตอบได้ เพียงแต่ผลที่ออกมาบนกระดานอาจสู้ไม่ได้ ส่วนคนที่ใช้แพลตฟอร์มของ Kimi อยู่แล้ว ค่าที่โปรเจกต์แนะนำไว้คือ kimi-k3 ที่ระดับ medium
คำแนะนำโมเดลทั้งชุดนี้ ในหน้า PenEcho บน GitHub ระบุไว้ว่ามาจากการนั่งลองใช้เองของผู้พัฒนา ไม่ใช่คะแนนจากชุดทดสอบมาตรฐาน และเวลาตอบจริงยังขึ้นกับผู้ให้บริการแต่ละเจ้า ความซับซ้อนบนกระดาน กับขนาดภาพที่ส่งไปด้วย
เรื่องต้นทุน ต่อคำขอหนึ่งครั้ง โมเดลจะตอบออกมาราวหนึ่งพันโทเคนถ้าตั้ง low ราวสามพันโทเคนถ้าตั้ง medium และราวห้าพันถึงแปดพันถ้าตั้ง xhigh หรือ max
ตัวเลขค่าใช้จ่ายที่โปรเจกต์คำนวณให้ดู คิดบนกรณี low ที่ส่งเข้าไปหนึ่งหมื่นโทเคนและตอบออกมาหนึ่งพันโทเคน ออกมาราว 1.6 ถึง 8 เซ็นต์ต่อการถามหนึ่งครั้ง ขึ้นกับว่าเลือกโมเดลตัวไหน ถ้าตั้ง medium ขึ้นไปก็แพงกว่านั้น เพราะโทเคนที่โมเดลใช้คิดถูกนับเป็นขาออกด้วย
มีสองทางที่ไม่ต้องเปิดบิล API แยก ทางแรก ใช้บัญชี ChatGPT ล็อกอินเข้า Codex แล้วโปรแกรมจะไปใช้โควตาที่แพ็กเกจนั้นแถมมาแทนคีย์ API ทางที่สองคือโหมด Claude CLI ที่ยืมบัญชีซึ่งล็อกอินอยู่กับ Claude Code มาใช้ คนละกระเป๋ากับบิล API ของ Anthropic
การเลือกรุ่นให้เหมาะกับความยากของงานเป็นวิธีคุมบิลที่เครื่องมืออื่นก็ใช้ อย่าง workweave/router ที่คั่นกลางระหว่างเครื่องมือ AI coding กับ API ของโมเดล แล้วเลือกให้อัตโนมัติว่างานไหนควรใช้รุ่นไหน
ลายมือไทยยังไม่มีตัวเลขจากฝั่งโปรเจกต์
เอกสารของโปรเจกต์ไม่ได้เขียนถึงการอ่านลายมือไทยไว้เลยแม้แต่บรรทัดเดียว ตัวเอกสารเองมีให้อ่านเก้าภาษาซึ่งไม่มีไทย และหน้าตาโปรแกรมตอนนี้มีแค่อังกฤษกับจีน เพราะฉะนั้นคำถามว่าอ่านลายมือไทยแม่นแค่ไหนยังไม่มีคำตอบจากฝั่งผู้พัฒนาให้ยึด
วิธีเริ่มที่ได้ผลแน่กว่าคือหยิบของที่ไม่ผูกกับภาษาขึ้นมาก่อน พวกสมการ ตัวเลข ผังงาน แบบร่างหน้าจอ ล้วนอ่านได้เหมือนกันหมดไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษาอะไร และเป็นงานที่กระดานแบบนี้เข้าทาง
จากนั้นค่อยเอาลายมือไทยของตัวเองไปลองว่าโมเดลตัวไหนอ่านออกกว่ากัน ข้อดีคือโปรแกรมเปลี่ยนโมเดลได้อิสระ อยากเทียบสามตัวก็เปลี่ยนในเมนูตั้งค่าแล้วเขียนคำเดิมซ้ำ
ข้อแลกที่ต้องรู้ก่อนเปิดใช้
รหัสหกหลักเป็นแค่ยามเฝ้าประตูของวงแลนที่เราไว้ใจ เอกสารของโปรเจกต์เขียนเองว่ามันไม่ได้แข็งพอจะเป็นระบบยืนยันตัวตนสำหรับอินเทอร์เน็ต
อีกข้อที่ต้องรู้คือ ในโหมด API ถ้าเลือกข้ามการตั้งรหัสหกหลัก คำขอที่ยิงไปหาโมเดลก็เปิดกว้างตามเดิม
ส่วนคีย์ API นั้นถูกเก็บเป็นข้อความธรรมดาอยู่ในไฟล์ ~/.penecho/config.env ไฟล์นี้ตั้งสิทธิ์ให้เฉพาะเจ้าของเครื่องเปิดอ่านได้บนระบบยูนิกซ์ ส่วนตัวคีย์ก็ไม่ถูกส่งออกไปฝั่งเบราว์เซอร์เลย แต่ก็ยังต้องดูแลมันเหมือนรหัสผ่านอันหนึ่ง
โปรแกรมรันบนเครื่องเราเอง แต่ภาพที่ตัดจากกระดานยังต้องเดินทางไปหาโมเดลที่เลือกไว้ ถ้าอยากได้แบบที่ข้อมูลไม่ออกจากเครื่องเลย ต้องมองเครื่องมือคนละแบบ อย่าง Memento ที่อ่านอีเมลเก่าหลายปีแล้วจัดใหม่เป็นวิกิถาม AI ได้ โดยข้อมูลในกล่องอีเมลไม่ต้องออกไปไหน
ฝั่ง Google ยังไม่มีโมเดลตัวไหนถูกลองใช้เลย ผู้พัฒนาเปิดรับให้ใครที่ลองแล้วส่งผลกลับมาบอก ว่าใช้โมเดลตัวไหน ตั้งค่าอย่างไร แล้วตอบเร็วช้าแค่ไหน
สัญญาอนุญาตเป็น GNU AGPL v3.0 only เอาไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ตามเงื่อนไขของสัญญานี้ แต่ถ้าแก้โค้ดแล้วเอาไปเปิดเป็นบริการบนเครือข่าย ต้องส่งซอร์สรุ่นที่แก้แล้วให้ผู้ใช้ด้วย ใครทำตามข้อนี้ไม่ได้ โปรเจกต์เปิดสัญญาเชิงพาณิชย์อีกฉบับไว้ให้
และอย่าลืมว่าเวอร์ชันล่าสุดยังเป็น 0.7.2 คือยังไม่ถึงเลข 1.0 ของที่จะเปลี่ยนยังมีอีกเยอะ
ใครควรลอง ใครยังไม่ควร
คนที่น่าจะได้ประโยชน์ก่อนคือคนที่ต้องอธิบายอะไรเป็นภาพอยู่แล้ว ทั้งครูกับติวเตอร์ที่ต้องแก้โจทย์ให้ดูทีละบรรทัด นักเรียนกับนักศึกษาสายคำนวณ คนออกแบบที่ต้องร่างหน้าจอลงกระดาษก่อนทุกครั้ง และคนที่คิดงานออกมาเป็นผังก่อนจะเป็นตัวหนังสือ
กลุ่มที่ยังไม่ควรรีบคือคนที่ไม่เคยลงโปรแกรมผ่านหน้าต่างคำสั่งเทอร์มินัลมาก่อนและไม่มีใครช่วยข้างๆ เพราะขั้นตอนแรกยังต้องพิมพ์คำสั่งหรือตั้งค่าโมเดลเอง อีกกลุ่มคือคนที่งานเป็นตัวหนังสือล้วนๆ อยู่แล้ว เพราะช่องแชตธรรมดาก็ตอบโจทย์นั้นได้ครบ
ถ้าจะลอง เริ่มจากเรื่องเดียวก่อนก็พอ นึกถึงโจทย์ที่เคยขี้เกียจนั่งพิมพ์อธิบาย เขียนมันลงไปด้วยมือ แล้วดูว่าคำตอบที่โผล่ขึ้นข้างๆ ตรงกับที่คิดไว้ในหัวหรือเปล่า
เครื่องมือที่เปลี่ยนวิธีถาม สุดท้ายจะเปลี่ยนคำถามที่เราเลือกจะถามไปด้วย
ที่มา: โปรเจกต์ penecho/penecho: Think with AI beyond the chat box บน GitHub
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


