ScreenMind · บันทึกทุกอย่างบนจอ แล้วค้นย้อนหลังได้ด้วย vision model ที่รันบนเครื่องตัวเอง 100%
ScreenMind เป็น open-source tool ที่ถ่ายหน้าจอต่อเนื่อง แล้วให้ vision model อ่านว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เพื่อค้นย้อนหลังได้ทีหลัง ต่างตรงที่ทุกอย่างประมวลผลบนเครื่องตัวเอง ภาพหน้าจอไม่ถูกส่งออกไปไหนเลย

ScreenMind คือเครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ช่วยบันทึกภาพหน้าจอของเราอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พร้อมใช้ vision model วิเคราะห์ว่าเรากำลังทำอะไร เปิดแอปพลิเคชันไหน หรือทำงานชิ้นใดค้างอยู่ จากนั้นจึงจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลความจำที่เราสามารถค้นหาย้อนหลังหรือพิมพ์ถามตอบได้ แนวคิดนี้คล้ายกับฟีเจอร์ Recall ของ Microsoft แต่ ScreenMind เลือกแนวทางที่ต่างออกไป คือทุกภาพหน้าจอจะประมวลผลอยู่บนเครื่องของเราเองทั้งหมด โดยไม่มีการส่งข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์แม้แต่ภาพเดียว
หัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบนี้เกิดขึ้นได้จริงคือโมเดลขนาดกะทัดรัดอย่าง Gemma 4 E2B ที่ทำงานอยู่บนการ์ดจอในเครื่องของเราโดยตรง โมเดลตัวนี้สามารถวิเคราะห์ภาพ ถอดความเสียง และประมวลผลข้อความได้ครบในตัวเดียว ช่วยให้ ScreenMind รวมความสามารถทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นระบบบันทึกความจำที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาบริการภายนอกเลย
ทำไมการประมวลผลบนเครื่องถึงเปลี่ยนทุกอย่าง

เครื่องมือช่วยจำกิจกรรมบนหน้าจอไม่ใช่เรื่องใหม่ ฟีเจอร์อย่าง Microsoft Recall ก็ทำงานคล้ายกัน แต่กลับเจอกระแสคัดค้านเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะมีการจัดเก็บข้อมูลเป็นข้อความธรรมดา (plaintext) และยังส่งข้อมูล telemetry กลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ หากลองนึกภาพว่าในหนึ่งวันหน้าจอของเรามีข้อมูลอะไรบ้าง ตั้งแต่อีเมล รหัสผ่านที่ปรากฏบนฟอร์ม แชตงาน เลขบัญชีธนาคาร ไปจนถึงข้อมูลความลับของโปรเจกต์ การปล่อยให้ภาพหน้าจอเหล่านั้นส่งออกไปประมวลผลภายนอกจึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
ScreenMind ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ตั้งแต่ต้น หลังจากดาวน์โหลดโมเดลมาติดตั้งในเครื่องเรียบร้อยแล้ว ตัวโปรแกรมจะไม่เชื่อมต่อไปยังเครือข่ายภายนอกอีกเลย ข้อมูลทั้งหมดจะจัดเก็บไว้ในโฟลเดอร์ ~/.screenmind/ บนเครื่องของเราโดยตรง ไม่มีการส่งข้อมูล telemetry และไม่มีการส่งภาพออกไปข้างนอก สิ่งที่ทำให้แนวทางนี้เกิดขึ้นได้จริงในปัจจุบันคือโมเดลอย่าง Gemma 4 E2B ที่มีขนาดกะทัดรัดและเร็วพอที่จะทำงานบนการ์ดจอทั่วไปได้ จากเดิมที่โมเดลสาย Vision มักต้องการทรัพยากรมหาศาลจนต้องรันบนเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ พอมีโมเดลที่รันบนเครื่องตัวเองได้ ความเป็นส่วนตัวและความสามารถในการใช้งานจึงเดินไปด้วยกันได้ทันที
โมเดลเดียว ครบทั้งสามความสามารถ
เหตุผลที่ ScreenMind เลือกใช้ Gemma 4 E2B ไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาด แต่เป็นเพราะโมเดลตัวนี้ตอบโจทย์เงื่อนไขสำคัญพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการเปิดทำงานต่อเนื่องได้ตลอดทั้งวัน เข้าใจภาพหน้าจอได้โดยตรง ทำงานแบบ local ได้สมบูรณ์ มีระบบถอดเสียงในตัว และมีความเร็วในการประมวลผลที่ทันกับรอบการบันทึกภาพหน้าจอ
ความครบถ้วนนี้ช่วยลดความซับซ้อนของระบบลงไปมาก ทำให้ ScreenMind ทำงานหลักได้ถึงสามรูปแบบผ่านโมเดลเพียงตัวเดียว:
- วิเคราะห์ภาพ โมเดลจะอ่านภาพหน้าจอเพื่อระบุชื่อแอปพลิเคชัน ประเภทของกิจกรรม และสรุปเนื้อหาสั้นๆ ของหน้าจอนั้น
- ถอดความเสียง เมื่อกดปุ่มลัดค้างไว้เพื่อบันทึกเสียง โมเดลจะแปลงเสียงพูดเป็นข้อความให้ทันทีในตัวโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมภายนอกเพิ่ม รวมถึงสามารถช่วยถอดเสียงจากการประชุมได้ด้วย
- คิดและตอบคำถาม นำประวัติความจำที่บันทึกไว้มาสนทนาและสืบค้นได้ เช่น ถามว่า "เมื่อวานช่วงบ่ายทำงานอะไรค้างไว้บ้าง"
การรวมทุกอย่างไว้ในโมเดลเดียวทำให้ระบบเบาและควบคุมได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีกระบวนการเบื้องหลังแอบส่งข้อมูลออกไปภายนอก
ขั้นตอนการทำงานตั้งแต่บันทึกภาพจนถึงการสืบค้น

กลไกที่ช่วยให้ ScreenMind ไม่กินทรัพยากรเครื่องจนเกินไป คือการไม่ตั้งเวลาบันทึกภาพแบบตายตัว แต่จะบันทึกเมื่อหน้าจอมีการเปลี่ยนแปลงจริงเท่านั้น พร้อมทั้งมีระบบคัดกรองภาพซ้ำทิ้งไปก่อน เพื่อไม่บันทึกภาพหน้าจอนิ่งๆ ซ้ำให้เปลืองเนื้อที่ จากนั้นแต่ละภาพจะผ่านขั้นตอนการประมวลผลดังนี้:
- เมื่อบันทึกภาพแล้ว ระบบจะใช้ตัวอ่านข้อความ (OCR) สกัดตัวอักษรดิบที่ปรากฏบนหน้าจอออกมาก่อน
- Gemma 4 E2B จะรับภาพและข้อความไปวิเคราะห์ร่วมกัน แล้วแปลงเป็นข้อมูลโครงสร้าง เช่น ชื่อโปรแกรม หมวดหมู่กิจกรรม คำสรุปสั้น บริบทของหน้าจอ ไปจนถึงตำแหน่งขององค์ประกอบต่างๆ
- ระบบนำข้อความสรุปไปแปลงเป็นเวกเตอร์ความหมาย (Embedding) เพื่อให้รองรับการค้นหาตามบริบทและความหมาย ไม่จำกัดเฉพาะคำที่สะกดตรงกัน
- จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดลงในฐานข้อมูลบนเครื่อง พร้อมสร้างดัชนี (Index) สำหรับการค้นหาอย่างรวดเร็ว
ในการค้นหาประวัติย้อนหลัง ระบบจะผสานสองวิธีเข้าด้วยกัน ทั้งการค้นหาเชิงความหมาย (Semantic Search เช่น พิมพ์ค้นหาว่า "ตอนที่แก้โค้ดระบบล็อกอิน" แล้วพบข้อมูลแม้ในหน้าจอจะไม่มีคำนั้นตรงๆ) ควบคู่กับการค้นหาคำแบบตรงตัว (Exact Match) ช่วยให้ค้นหาเจอได้ง่ายไม่ว่าจะจำคำแม่นยำหรือไม่ก็ตาม
มาตรการความเป็นส่วนตัวในรายละเอียด
ความเป็น local-first จะใช้งานได้จริงก็ต่อเมื่อมีกลไกรองรับความปลอดภัยอย่างรัดกุม ScreenMind จึงมีระบบคัดกรองข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรเครดิต รหัสผ่าน และ API key ออกก่อนการจัดเก็บ พร้อมเข้ารหัสไฟล์ภาพที่บันทึกไว้ในดิสก์ และมีโหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito mode) ที่สามารถกดหยุดการบันทึกชั่วคราวได้ทันที นอกจากนี้ยังตั้งค่าให้ลบข้อมูลเก่าทิ้งโดยอัตโนมัติ (ค่าเริ่มต้นคือ 7 วัน หรือเลือกเก็บถาวรได้ตามต้องการ) และระบบจะหยุดบันทึกภาพหน้าจอเองโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดเล่นเกม ใช้งานโปรแกรมตัดต่อ หรือรันซอฟต์แวร์ 3D เพื่อไม่ให้รบกวนประสิทธิภาพของงานหนัก
อย่างไรก็ตาม การประมวลผลบนเครื่องก็มีข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องคำนึงถึง เพราะภาระงานทั้งหมดตกอยู่กับการ์ดจอในเครื่อง หากการ์ดจอมีประสิทธิภาพไม่สูงพอ การวิเคราะห์ภาพอาจใช้เวลาและกินทรัพยากรเครื่องได้ นอกจากนี้ตัวโปรเจกต์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ปัจจุบันทำงานได้เสถียรบนระบบ Windows ส่วนบน macOS และ Linux ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและทดสอบเพิ่มเติมจากชุมชน
เริ่มต้นใช้งานได้ทันที
สำหรับเครื่องที่มีการ์ดจอ VRAM ตั้งแต่ 4GB ขึ้นไป, มีพื้นที่ว่างในดิสก์ประมาณ 5GB และติดตั้ง Python เวอร์ชัน 3.10 ขึ้นไป สามารถเริ่มต้นได้ด้วยคำสั่งต่อไปนี้:
git clone https://github.com/ayushh0110/ScreenMind
pip install -r requirements.txt
python main.pyจากนั้นเปิดเบราว์เซอร์ไปที่ http://127.0.0.1:7777 ในการรันครั้งแรก โปรแกรมจะดาวน์โหลดตัวโมเดลขนาดประมาณ 5GB มาติดตั้งให้อัตโนมัติ เมื่อโมเดลพร้อมใช้งาน หน้า Dashboard จะแสดงแถบไทม์ไลน์ของวัน ช่องสนทนาถามตอบข้อมูล ช่องค้นหา และโหมด rewind สำหรับดูภาพกิจกรรมย้อนหลังในรูปแบบ timelapse
ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการทำงานเพิ่มเติมได้ผ่านไฟล์ .env หรือแท็บ Settings บน Dashboard เช่น หากต้องการให้บันทึกภาพห่างขึ้น สามารถปรับค่า CAPTURE_INTERVAL จากค่าเริ่มต้น 40 วินาที หรือปรับระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลผ่านตัวแปร RETENTION_DAYS ให้เหมาะกับการใช้งาน
เมื่อใช้งานจนคุ้นเคยแล้ว ยังสามารถต่อยอดให้ระบบสรุปกิจกรรมประจำวันส่งต่อไปยังแอปพลิเคชันจดบันทึก ส่งข้อความแจ้งเตือน หรือสร้างรายงานสรุปการทำงานในแต่ละวันได้โดยอัตโนมัติ
การมีผู้ช่วยบันทึกกิจกรรมบนหน้าจอไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ วันนี้เราสามารถเก็บบันทึกความทรงจำการทำงานทั้งหมดไว้บนเครื่องของเราเองได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปฝากไว้บนคลาวด์ของใครอีกต่อไป
ที่มา: ScreenMind บน GitHub
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


