ShipGenAI รีโปโอเพนซอร์สที่แจกโครงแอป AI SaaS พร้อมขาย 50 ตัว เอาไป rebrand แล้วเก็บรายได้ 100%
ShipGenAI คือรีโปโอเพนซอร์สที่รวมโครงแอป AI SaaS พร้อมขายไว้ 50 ตัว ครบทั้งระบบเก็บเงิน ล็อกอิน และ deploy ไลเซนส์เป็น MIT จึงเอาไป rebrand แล้วปล่อยขายและเก็บรายได้ 100% เองได้ โดยไม่ต้องเขียนระบบหลังบ้านตั้งแต่ศูนย์

ShipGenAI คือรีโปโอเพนซอร์สบน GitHub ที่รวมโครงแอป Generative AI SaaS แบบพร้อมขายไว้ 50 ตัวในที่เดียว แจกฟรีภายใต้ไลเซนส์ MIT และอนุญาตให้เอาไปขายต่อได้แบบไม่มีเงื่อนไข จุดที่ทำให้ต่างจากชุดเทมเพลตสวย ๆ ทั่วไปคือ แต่ละแอปไม่ได้มีแค่หน้าตา แต่ให้ระบบหลังบ้านที่เก็บเงินได้จริงตั้งแต่วันแรกมาด้วย ทั้งระบบรับชำระเงินผ่าน Stripe ระบบล็อกอินด้วยบัญชี Google และปุ่มกด deploy ขึ้นเซิร์ฟเวอร์จริงในคลิกเดียว
คนที่อยากมีโปรดักต์ AI เป็นของตัวเองมักไปสะดุดที่งานหลังบ้านก่อนเสมอ เพราะกว่าจะต่อระบบเก็บเงิน ทำหน้าล็อกอิน วางฐานข้อมูล และ deploy ให้คนเข้าใช้ได้จริง ก็หมดไปหลายสัปดาห์ทั้งที่ยังไม่ได้แตะไอเดียหลักด้วยซ้ำ ShipGenAI ตัดงานส่วนนี้ออกให้ทั้งก้อน เหลือให้โฟกัสแค่ว่าจะหยิบแอปไหนไป rebrand แล้วปล่อยขาย
เปิดกล่องมาเจออะไรบ้าง
ทุกเทมเพลตมีชุดพื้นฐานเหมือนกัน และเป็นชุดที่ SaaS ใช้งานจริงต้องมี หน้าบ้านเป็น Next.js 14 กับ TypeScript และ Tailwind CSS ส่วนหลังบ้านมีระบบล็อกอินผ่าน NextAuth.js ที่ผูกกับบัญชี Google ฐานข้อมูล PostgreSQL ต่อผ่าน Prisma และระบบเก็บเงินผ่าน Stripe Checkout พร้อม webhook ที่คอยอัปเดตสถานะการชำระเงินให้อัตโนมัติ
ทั้งหมดนี้คือส่วนที่ปกติต้องนั่งเขียนเองทีละชิ้น แต่รีโปนี้ต่อไว้ให้พร้อมแล้ว เหลือแค่ใส่ key ของแต่ละบริการ ผลคือเวลาที่เคยหมดไปกับงานระบบพื้นฐาน เอาไปคิดเรื่องตัวโปรดักต์กับลูกค้าได้แทน
นี่ไม่ใช่เดโม่หรือชุดหน้าตา แต่เป็นโปรดักต์ AI ที่ขายได้จริงตั้งแต่วันแรก
50 ตัว เลือกตัวไหนก่อนดี
แอปทั้ง 50 ตัวแบ่งเป็น 11 หมวด ตั้งแต่สายภาพ สายวิดีโอ ไปจนถึงบอทแชต ไม่ต้องไล่ดูให้ครบทุกตัว แค่รู้ว่าแต่ละกลุ่มทำเงินจากอะไรก็พอเลือกได้
- สายภาพ เช่น AI Headshot Generator ที่แปลงรูปเซลฟี่เป็นรูปโปรไฟล์ระดับมืออาชีพ และ AI Logo Studio สำหรับสร้างโลโก้ เหมาะกับงานที่คนยอมจ่ายจบเป็นครั้ง
- สายวิดีโอ เช่น AI Youtube Shorts Generator และ AI Clipping Generator ที่ตัดคลิปยาวให้เป็นคลิปสั้น ตรงกับครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์อยู่แล้ว
- สายอสังหา เช่น AI Virtual Staging ที่จัดเฟอร์นิเจอร์ลงในรูปห้องว่างให้ดูน่าซื้อ เป็นงานที่นายหน้าและคนขายบ้านต้องการตรงตัว
- สายบอท เช่น AI Customer Support และ AI Sales Agent สำหรับทำแชตบอทตอบลูกค้า กลุ่มนี้ตลาดใหญ่แต่ต้องแข่งกับเจ้าใหญ่ที่มีอยู่แล้ว
ถ้ายังใหม่และอยากเห็นเงินเข้าเร็ว ให้เริ่มจากแอปที่ลูกค้าจ่ายจบเป็นครั้งอย่างพวกแปลงรูปหรือจัดห้อง เพราะขายง่ายและเห็นผลไว ส่วนบอทแชตที่ต้องขายแบบเก็บรายเดือนนั้นรายได้นิ่งกว่าก็จริง แต่กว่าจะแย่งลูกค้าจากเจ้าตลาดมาได้ต้องใช้แรงมากกว่ามาก
รัน AI ได้โดยไม่ต้องมีบัญชี OpenAI
จุดที่หลายคนคิดว่าจะยุ่งคือเรื่องโมเดล AI แต่ในรีโปนี้ทุกแอปไม่ได้ต่อตรงไปที่ OpenAI ทุก request วิ่งผ่าน MuAPI ซึ่งเป็นตัวกลางให้เรียกโมเดล AI กว่า 100 ตัวได้จากที่เดียว แปลว่าไม่ต้องเปิดบัญชี OpenAI เองก็เริ่มได้ ใช้ MuAPI key ตัวเดียวจบ
ข้อดีของตัวกลางแบบนี้คือ วันไหนอยากเปลี่ยนไปใช้โมเดลที่ถูกกว่าหรือเก่งกว่า ก็สลับได้โดยไม่ต้องไปแก้โค้ดของแอป และ MuAPI ยังช่วยจัดการงานหลังบ้านตอนเรียกโมเดลให้ด้วย ทั้งการรอผลแบบ async การ retry เมื่อเรียกพลาด และการสลับไปใช้โมเดลสำรองเวลาตัวหลักล่ม
ลองกางเลขกำไรให้ดู

README ของรีโปยกตัวอย่าง AI Headshot Generator ให้เห็นภาพชัด ๆ แอปแบบนี้ในตลาดตั้งราคาแพ็กละ 29 ดอลลาร์สำหรับรูป 10 ใบ ขณะที่ต้นทุน AI ต่อแพ็กผ่าน MuAPI อยู่ราว 1.5 ดอลลาร์ ส่วนต่างจึงเหลือราว 27.5 ดอลลาร์ต่อแพ็ก หรือคิดเป็นกำไรประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์
ถ้ามีลูกค้าเดือนละ 100 คน รายได้ต่อเดือนจะอยู่ราว 2,750 ดอลลาร์ และถ้าขยับเป็น 500 คนก็แตะราว 13,750 ดอลลาร์ ตัวเลขพวกนี้คือสิ่งที่ README กางให้ดูเพื่อจูงใจ ไม่ใช่รายได้ที่การันตีว่าจะได้ มันบอกแค่ว่าโครงสร้างราคาของงานสายนี้เปิดช่องให้ทำกำไรได้สูงจริง ส่วนจะมีลูกค้าครบตามนั้นหรือไม่เป็นอีกเรื่อง
เริ่มจริงต้องทำสี่ขั้น

ขั้นตอนลงมือจริงสั้นกว่าที่คิด ถ้าอยากลองทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นจนขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ทำตามนี้ได้เลย
- เลือกแอปที่อยากขายจากเว็บ ShipGenAI แล้ว clone เทมเพลตนั้นลงเครื่องด้วยคำสั่ง
git clone https://github.com/SamurAIGPT/<template-name> - กรอกค่าในไฟล์
.envให้ครบ ค่าหลักที่ต้องเตรียมคือ Stripe key, ค่า Google OAuth, MuAPI key และที่อยู่ฐานข้อมูล PostgreSQL - สั่ง
npx prisma db push && npm run devเพื่อสร้างตารางในฐานข้อมูลแล้วรันแอปในเครื่องดูก่อนว่าทุกอย่างต่อกันติด - พอใจแล้วกดปุ่ม Deploy to Vercel ที่อยู่ใน README ของเทมเพลตนั้น แอปก็จะขึ้นเซิร์ฟเวอร์จริงให้คนเข้าใช้ได้ทันที
ค่าที่ต้องกรอกในขั้นที่สองหน้าตาประมาณนี้ กรอกครบเมื่อไหร่ระบบก็พร้อมเก็บเงิน
DATABASE_URL=...
NEXTAUTH_SECRET=...
GOOGLE_CLIENT_ID=...
GOOGLE_CLIENT_SECRET=...
STRIPE_SECRET_KEY=...
STRIPE_WEBHOOK_SECRET=...
MUAPI_API_KEY=...ส่วนที่ไม่ได้แจกมากับโค้ด
สิ่งที่รีโปนี้ให้คือโครงที่ขายได้ ไม่ใช่ธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่แล้ว และนี่คือจุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนตัดสินใจ เพราะทุกคนที่ clone ไปได้แอปหน้าตาเหมือนกันหมด สิ่งที่ทำให้โปรดักต์ของคุณขายได้จึงไม่ใช่ตัวโค้ด แต่เป็นการทำให้แตกต่าง การทำการตลาด และการหาคนที่ยอมจ่าย ซึ่งทั้งหมดนั้นยังเป็นงานที่ต้องลงแรงเอง
อีกข้อที่ต้องระวังคือตัวเลขรายได้ก้อนโตที่ README ชอบยกมา เช่น Midjourney ที่ทำรายได้หลักร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ Opus Clip ที่แตะหลัก 20 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขพวกนั้นเป็นของบริษัทอื่น มันบอกแค่ว่าตลาดนี้ใหญ่จริง ไม่ได้แปลว่าแอปที่ clone ไปจะทำได้เท่ากัน และเพราะรีโปนี้เพิ่งโผล่มาได้ไม่กี่วัน คนที่เอาไปทำเป็นธุรกิจจริงจังจึงยังมีไม่มาก ควรมองเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ไม่ใช่หลักประกันว่าจะทำเงินได้แน่
ของที่ลอกได้ กับของที่ลอกไม่ได้
สิ่งที่ ShipGenAI ตัดออกให้คือส่วนที่ใคร ๆ ก็ลอกแบบกันได้ ทั้งระบบเก็บเงิน ล็อกอิน และ deploy ส่วนที่ยังเหลือคือการหาคนที่ยอมจ่ายให้โปรดักต์ของคุณ ซึ่งเป็นส่วนเดียวที่ลอกกันไม่ได้และยังต้องลงแรงหาเอง โค้ดไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป อุปสรรคสุดท้ายที่เหลือคือการทำให้คนเชื่อพอจะกดจ่าย
ที่มา: รีโป ShipGenAI — 50 production-ready Generative AI SaaS apps (MIT) จาก ShipGenAI



