วางแผนอ่านสอบ 4 สัปดาห์ตามความยากวิชาและวันสอบ
สร้างตารางอ่านสอบ 4 สัปดาห์ที่จัดสรรเวลาอย่างชาญฉลาด โดยให้น้ำหนักวิชายากมากกว่า เน้นวิชาที่สอบก่อนในช่วงแรก และกันเวลาทบทวนก่อนสอบจริงโดยไม่มีเนื้อหาใหม่

คัดลอกพรอมต์ฉบับมีตัวแปร {{...}} ไปแก้ไขในเครื่องมือของคุณเอง
ตัวอย่างผลลัพธ์ที่จะได้
ก่อนเริ่มลงมือปรับพรอมต์ ดูตัวอย่างผลลัพธ์ที่คุณจะได้จริงเพื่อให้แน่ใจว่าพรอมต์นี้ตรงกับงานที่ต้องการ
ส่วนที่ 1 — ตารางสัดส่วนเวลา
| วิชา | ความยาก | วันสอบ | สัดส่วน | ชั่วโมงรวม (โดยประมาณ) |
|---|---|---|---|---|
| Calculus 2 | ยากมาก | 28 พ.ค. | 35% | ~33 ชม. |
| Microeconomics | ยาก | 30 พ.ค. | 28% | ~26 ชม. |
| English for Business | ปานกลาง | 25 พ.ค. | 22% | ~21 ชม. |
| Thai History | ง่าย | 22 พ.ค. | 15% | ~14 ชม. |
เวลารวม ~94 ชม. จากเวลาทั้งหมด ~112 ชม. (buffer 20% สำรองสำหรับทบทวนและพักผ่อน)
เหตุผล: Thai History สอบก่อนสุด ต้องปิดให้ได้ภายในสัปดาห์ที่ 2 ขณะที่ Calculus 2 ยากที่สุดจึงได้สัดส่วนมากที่สุด
ปรับให้เข้ากับงานของคุณ
แก้ค่าตัวแปรด้านล่าง พรอมต์ฉบับสมบูรณ์จะอัปเดตอัตโนมัติ พร้อมคัดลอกไปวางใน Claude หรือ ChatGPT ได้ทันที
ชื่อวิชาพร้อมระดับความยาก เช่น ง่าย / ปานกลาง / ยาก / ยากมาก
ระบุวันสอบของแต่ละวิชาให้ครบ เพื่อให้จัดลำดับความสำคัญได้ถูกต้อง
วันแรกที่จะเริ่มใช้แผนการอ่านหนังสือ
จำนวนชั่วโมงที่ว่างจริงสำหรับอ่านหนังสือต่อวัน (ไม่นับเวลาเรียนในห้อง)
**ข้อมูลการเรียนของฉัน**
- วิชาและระดับความยาก: Calculus 2 (ยากมาก), English for Business (ปานกลาง), Microeconomics (ยาก), Thai History (ง่าย)
- วันสอบของแต่ละวิชา: Calculus 2: 28 พ.ค., English for Business: 25 พ.ค., Microeconomics: 30 พ.ค., Thai History: 22 พ.ค.
- วันที่เริ่มต้นแผน: 1 พฤษภาคม 2026
- ชั่วโมงที่ว่างสำหรับอ่านหนังสือต่อวัน: 4 ชั่วโมง
**หลักการจัดสรรเวลา**
จัดตารางโดยยึดหลัก 3 ข้อนี้:
1. วิชายากกว่าหรือมีน้ำหนัก (credit) มากกว่า → จัดเวลาสัดส่วนมากกว่า
2. วิชาที่มีวันสอบก่อน → เน้นหนักในสัปดาห์แรก
3. สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบแต่ละวิชา → ทบทวนเนื้อหารวม ห้ามเพิ่มเนื้อหาใหม่
**รูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ (4 ส่วน)**
ส่วนที่ 1 — ตารางสัดส่วนเวลา
แสดง % เวลาที่จัดให้แต่ละวิชา พร้อมเหตุผลสั้นๆ ว่าทำไมจึงจัดสัดส่วนนั้น
ส่วนที่ 2 — แผนรายสัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 1–4)
แสดงเป็นตาราง: วัน | วิชาที่เน้น | ชั่วโมง | เป้าหมายของวัน
ส่วนที่ 3 — Checkpoint รายสัปดาห์
ระบุสิ่งที่ควรทำเสร็จก่อนเข้าสัปดาห์ถัดไป พร้อมวิธีประเมินตัวเองอย่างง่าย
ส่วนที่ 4 — เคล็ดลับวิธีอ่านเฉพาะวิชา
แนะนำเทคนิคการอ่านที่เหมาะกับความยากของแต่ละวิชา เช่น การทำโจทย์ การวาด diagram หรือการทำ mind map
**ข้อห้าม**
- ห้ามจัดตารางแน่นจนไม่มีเวลาพัก ให้เผื่อ buffer 20% ของเวลารวมสำหรับทบทวนและพักผ่อน
- ห้ามกำหนดให้อ่านเนื้อหาใหม่ในวันก่อนสอบหรือวันสอบ
เข้าใจเทคนิคที่ซ่อนอยู่
คลิกที่ส่วนไฮไลต์ในพรอมต์เพื่อกระโดดไปดูคำอธิบายเทคนิคแต่ละจุด ใช้ความเข้าใจนี้เพื่อปรับพรอมต์อื่นของคุณเองในภายหลัง
**ข้อมูลการเรียนของฉัน**
- วิชาและระดับความยาก: {{รายวิชาและความยาก}}
- วันสอบของแต่ละวิชา: {{วันสอบแต่ละวิชา}}
- วันที่เริ่มต้นแผน: {{วันเริ่ม}}
- ชั่วโมงที่ว่างสำหรับอ่านหนังสือต่อวัน: {{ชั่วโมงต่อวัน}} ชั่วโมง2
**หลักการจัดสรรเวลา**
จัดตารางโดยยึดหลัก 3 ข้อนี้:
1. วิชายากกว่าหรือมีน้ำหนัก (credit) มากกว่า → จัดเวลาสัดส่วนมากกว่า
2. วิชาที่มีวันสอบก่อน → เน้นหนักในสัปดาห์แรก
3. สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบแต่ละวิชา → ทบทวนเนื้อหารวม ห้ามเพิ่มเนื้อหาใหม่3
**รูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ (4 ส่วน)**
ส่วนที่ 1 — ตารางสัดส่วนเวลา
แสดง % เวลาที่จัดให้แต่ละวิชา พร้อมเหตุผลสั้นๆ ว่าทำไมจึงจัดสัดส่วนนั้น
ส่วนที่ 2 — แผนรายสัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 1–4)
แสดงเป็นตาราง: วัน | วิชาที่เน้น | ชั่วโมง | เป้าหมายของวัน
ส่วนที่ 3 — Checkpoint รายสัปดาห์
ระบุสิ่งที่ควรทำเสร็จก่อนเข้าสัปดาห์ถัดไป พร้อมวิธีประเมินตัวเองอย่างง่าย
ส่วนที่ 4 — เคล็ดลับวิธีอ่านเฉพาะวิชา
แนะนำเทคนิคการอ่านที่เหมาะกับความยากของแต่ละวิชา เช่น การทำโจทย์ การวาด diagram หรือการทำ mind map
**ข้อห้าม**
- ห้ามจัดตารางแน่นจนไม่มีเวลาพัก ให้เผื่อ buffer 20% ของเวลารวมสำหรับทบทวนและพักผ่อน
- ห้ามกำหนดให้อ่านเนื้อหาใหม่ในวันก่อนสอบหรือวันสอบ5
แตะส่วนที่ไฮไลต์เพื่อดูคำอธิบายเทคนิคแต่ละจุด · {{ }} คือตัวแปรที่ปรับได้
"คุณคือ Academic Study Coach ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเรียนและจัดการเวลาสำหรับนักศึกษา"
การกำหนด role เป็น Study Coach ทำให้โมเดลตอบในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีกรอบความคิดเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ listing ตามที่ขอ
"วิชาและระดับความยาก: {{รายวิชาและความยาก}} - วันสอบของแต่ละวิชา: {{วันสอบแต่ละวิชา}} - วันที่เริ่มต้นแผน: {{วันเริ่ม}} - ชั่วโมงที่ว่างสำหรับอ่านหนังสือต่อวัน: {{ชั่วโมงต่อวัน}} ชั่วโมง"
การระบุ context 4 มิติ (วิชา, วันสอบ, วันเริ่ม, เวลา/วัน) ทำให้โมเดลมีข้อมูลครบพอจะวางแผนได้จริง ไม่ต้องเดาหรือตอบแบบกว้างๆ
"1. วิชายากกว่าหรือมีน้ำหนัก (credit) มากกว่า → จัดเวลาสัดส่วนมากกว่า 2. วิชาที่มีวันสอบก่อน → เน้นหนักในสัปดาห์แรก 3. สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบแต่ละวิชา → ทบทวนเนื้อหารวม ห้ามเพิ่มเนื้อหาใหม่"
การให้หลักการจัดสรรเวลาแบบลำดับขั้น บังคับให้โมเดลใช้เหตุผลในการจัดลำดับความสำคัญก่อนสร้างตาราง ผลลัพธ์จึงมีเหตุผลรองรับทุกการตัดสินใจ
"ส่วนที่ 1 — ตารางสัดส่วนเวลา แสดง % เวลาที่จัดให้แต่ละวิชา พร้อมเหตุผลสั้นๆ ส่วนที่ 2 — แผนรายสัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 1–4) แสดงเป็นตาราง: วัน | วิชาที่เน้น | ชั่วโมง | เป้าหมายของวัน ส่วนที่ 3 — Checkpoint รายสัปดาห์ ส่วนที่ 4 — เคล็ดลับวิธีอ่านเฉพาะวิชา"
การแบ่ง output เป็น 4 ส่วนชัดเจนพร้อมชื่อและโครงสร้างย่อย ทำให้โมเดลรู้ว่าต้องตอบอะไรบ้าง และผู้ใช้ได้ผลลัพธ์ที่อ่านและนำไปใช้ได้ทันที
"ห้ามจัดตารางแน่นจนไม่มีเวลาพัก ให้เผื่อ buffer 20% ของเวลารวมสำหรับทบทวนและพักผ่อน - ห้ามกำหนดให้อ่านเนื้อหาใหม่ในวันก่อนสอบหรือวันสอบ"
การบอกสิ่งที่ "ห้ามทำ" ช่วยป้องกัน pattern ที่โมเดลมักทำผิดโดยค่าเริ่มต้น เช่น การจัดตารางแน่นเกินจริงหรือใส่เนื้อหาใหม่ในวันสุดท้าย ซึ่งผิดหลักการเรียนที่ดี
เห็นความต่างระหว่างพรอมต์ทั่วไปกับพรอมต์ที่ใช้เทคนิค
คนส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยคำสั่งสั้น ๆ แบบพรอมต์ที่ใช้กันทั่วไป แต่ผลลัพธ์มักไม่ตรงใจและต้องถามซ้ำหลายรอบ พรอมต์แบบที่ใช้เทคนิคข้างต้นช่วยแก้ปัญหานี้
ช่วยทำตารางอ่านสอบ 4 สัปดาห์ให้หน่อย มี 4 วิชา
กำหนด role เป็น Study Coach + ให้ข้อมูลครบ 4 มิติ (วิชา ความยาก วันสอบ ชั่วโมง/วัน) + ระบุหลักการจัดสรรเวลา 3 ข้อ + กำหนด output 4 ส่วนชัดเจน + มี negative constraint เรื่อง buffer และห้ามเนื้อหาใหม่ในวันสอบ


