Gemini Notebook ทำสไลด์ทั้งชุดจากไฟล์ของเราได้ · แต่ปุ่มไม่ได้อยู่ในช่องแชต
ชุดพรอมต์ 7 ขั้นสำหรับทำสไลด์จากไฟล์ที่มีอยู่แล้ว ทั้ง PDF เอกสาร และไฟล์เสียงประชุม วางในช่อง Slide Deck ของ Gemini Notebook (เดิมคือ NotebookLM) แล้วได้สไลด์ที่กดนำเสนอหรือโหลดเป็น PDF ได้เลย

เปิดโน้ตบุ๊กแล้วใส่ไฟล์ของตัวเองเข้าไปก่อนมีไฟล์อยู่ในโน้ตบุ๊กแล้ว และรู้ว่าช่องที่รับพรอมต์อยู่ตรงไหนลงมือทำเอง
Gemini Notebook เดิมชื่อ NotebookLM ใช้ฟรีด้วยบัญชี Google และมีแอปในมือถือด้วย สร้างโน้ตบุ๊กใหม่หนึ่งอัน กด Add แล้วใส่ไฟล์ของตัวเองเข้าไป ใส่ได้ทั้ง PDF · Word · PowerPoint · Google Docs · ลิงก์เว็บ · ลิงก์ YouTube · ไฟล์เสียงที่อัดประชุมไว้ จากนั้นมองหาแถบที่ชื่อ Studio แล้วกดเมนูสร้างสไลด์ที่ชื่อ Slide Deck แต่อย่าเพิ่งกดสร้าง ให้กดไอคอนรูปดินสอก่อน หน้าที่เปิดมามีให้ตั้งค่า 4 อย่าง คือรูปแบบ ภาษา ความยาว และช่องวาง prompt รูปแบบให้เลือกระหว่าง Detailed Deck ที่อ่านเองจบโดยไม่ต้องมีคนพูด กับ Presenter Slides ที่มีคนยืนพูดประกอบ ส่วนภาษาให้เลือกไทย และช่องล่างสุดมีไว้สำหรับวาง prompt ฟีเจอร์นี้เปิดให้เฉพาะบัญชีที่อายุ 18 ปีขึ้นไป พรอมต์ในขั้นถัดไปทุกขั้นวางในช่องนี้ ยกเว้นขั้นที่ขอบทพูด ซึ่งวางในช่องแชตธรรมดาและบอกไว้ในขั้นนั้นเอง
ทำสไลด์ทั้งชุดจากไฟล์ที่มีอยู่แล้วได้สไลด์ทั้งชุดที่นำเสนอได้เลย จากไฟล์ที่มีอยู่แล้วพรอมต์ · คัดลอกได้
prompt-2.mdทำตัวเป็นคนทำสไลด์มืออาชีพ (Presentation Designer) ถนัดเปลี่ยนเอกสารกองหนึ่งให้เป็นสไลด์ที่คนฟังตามทันตั้งแต่หน้าแรก
งานนี้คือ: [เช่น สรุปผลทดลองขายกาแฟดริปหน้าร้าน 3 เดือน หรือ สรุปบทเรียนวิชาชีววิทยาเรื่องระบบย่อยอาหาร]
คนฟังคือ: [เช่น เจ้าของร้านที่ไม่เคยนั่งดูตัวเลขมาก่อน หรือ นักเรียนที่เพิ่งเริ่มบทนี้วันนี้]
มีเวลาพูด: [เช่น 10 นาที ถ้ายังไม่รู้ ให้ยึด 10 นาทีไว้ก่อน]
ฟังจบแล้วอยากให้เขาทำอะไร: [เช่น อนุมัติให้ขายต่ออีก 3 เดือน หรือ ทำแบบฝึกหัดท้ายบทเองได้]
ทำสไลด์ให้ครบ 5 อย่าง:
1) หน้าเปิดที่บอกว่าสไลด์ชุดนี้จะพาไปตอบคำถามอะไร ไม่ใช่หน้าที่มีแค่ชื่อเรื่อง
2) ประเด็นหลักที่เรียงตามลำดับ โดยคนฟังต้องเข้าใจเรื่องก่อนหน้าจึงจะตามเรื่องถัดไปได้
3) ทุกหน้าต้องมีของจริงจากไฟล์อย่างน้อย 1 อย่าง เช่น ตัวเลข ตัวอย่าง หรือข้อความที่ยกมาตรงๆ
4) หน้าไหนควรมีภาพหรือแผนภูมิ ให้บอกด้วยว่าเป็นภาพอะไรและใช้อธิบายอะไร
5) หน้าปิดที่สรุปเหลือประโยคเดียว แล้วบอกว่าคนฟังต้องทำอะไรต่อ
แต่ละหน้าให้มีหัวข้อสั้นๆ หนึ่งบรรทัดและเนื้อหาไม่เกิน 3 บรรทัด อย่ายัดจนเต็มหน้า
ห้ามใส่ตัวเลข ชื่อคน หรือชื่อองค์กรที่ไม่มีอยู่ในไฟล์
เขียนให้ละเอียดพอที่คนอื่นหยิบสไลด์ชุดนี้ไปพูดแทนได้เลยโดยไม่ต้องถามกลับ
ทำสไลด์เป็นภาษาไทยคัดลอกแล้ววางในแชทได้เลยได้สไลด์มา ไล่เช็คตัวเลขกับไฟล์ต้นทางให้ครบก่อน แล้วค่อยส่งหรือขึ้นพูด
ทำสไลด์ที่ทุกตัวเลขชี้กลับไปที่ไฟล์ได้ได้สไลด์ที่ทุกตัวเลขบอกได้ว่ามาจากไฟล์ไหนพรอมต์ · คัดลอกได้
prompt-3.mdทำตัวเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล (Research Analyst) ที่ต้องยืนยันที่มาของทุกตัวเลขบนหน้าจอ
เรื่องที่จะนำเสนอ: [เช่น ยอดขายและต้นทุนร้าน 6 เดือนแรก หรือ ผลสำรวจความพึงพอใจลูกค้าปีนี้]
คนฟังคือ: [เช่น หัวหน้าที่จะถามกลับทุกตัวเลข หรือ อาจารย์ที่ปรึกษาที่ตรวจงานละเอียด]
ไฟล์ที่ใส่ไว้ในโน้ตบุ๊กคือ: [เช่น ไฟล์ Excel ยอดขายรายเดือน กับ PDF รายงานสรุปของปีที่แล้ว]
ทำสไลด์ให้ครบ 5 อย่าง:
1) ข้อค้นพบสำคัญที่สุด 3 ถึง 5 ข้อ หน้าละหนึ่งข้อ
2) ทุกตัวเลขบนสไลด์ต้องมีข้อความกำกับในหน้าเดียวกันว่ามาจากไฟล์ไหนและส่วนไหนของไฟล์
3) แยกเรื่องที่ไฟล์ตอบไม่ได้ไว้อีกหน้าหนึ่ง โดยระบุว่ายังไม่มีข้อมูลเรื่องอะไรบ้าง
4) กราฟหรือตารางที่ควรมี พร้อมบอกว่าใช้ตัวเลขชุดไหนวาด
5) หน้าปิดที่สรุปว่าตัวเลขทั้งหมดชี้ไปทางไหน และเรื่องไหนที่ยังสรุปไม่ได้
ห้ามเติมตัวเลข ชื่อ หรือผลการศึกษาที่ไม่มีอยู่ในไฟล์ ถ้าข้อมูลไม่พอ ให้เขียนตรงๆ ว่าไฟล์ยังไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ห้ามเดาขึ้นมาเอง
เขียนให้ละเอียดพอที่คนฟังจะเปิดไฟล์ตามไปตรวจสอบได้ทันทีโดยไม่ต้องถามเพิ่ม
ทำสไลด์เป็นภาษาไทยคัดลอกแล้ววางในแชทได้เลยได้สไลด์มา ไล่เช็คตัวเลขกับไฟล์ต้นทางให้ครบก่อน แล้วค่อยส่งหรือขึ้นพูด
ทำสไลด์ให้คนที่ไม่รู้เรื่องนี้เลยก็ตามทันได้สไลด์ที่คนฟังซึ่งไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนตามทันจนจบพรอมต์ · คัดลอกได้
prompt-4.mdทำตัวเป็นคนออกแบบการสอน (Instructional Designer) ที่ถนัดอธิบายเรื่องยากให้คนที่เพิ่งรู้จักเรื่องนี้
เรื่องที่จะสอน: [เช่น วิธีคิดต้นทุนต่อแก้วให้ร้านกาแฟ หรือ ระบบหลังบ้านตัวใหม่ที่ทีมต้องเริ่มใช้เดือนหน้า]
คนฟังรู้เรื่องนี้มาก่อนแค่ไหน: [เช่น ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย หรือ เคยใช้ระบบเก่ามา 2 ปีแต่ยังไม่เคยเห็นตัวใหม่]
ศัพท์ที่เลี่ยงไม่ได้: [เช่น ต้นทุนคงที่ ต้นทุนผันแปร จุดคุ้มทุน ถ้ายังไม่รู้ว่ามีคำไหนบ้าง ให้ดึงจากไฟล์มาเอง]
ทำสไลด์ให้ครบ 5 อย่าง:
1) หน้าแรกที่เชื่อมเรื่องนี้กับสิ่งที่คนฟังทำอยู่ทุกวัน
2) ศัพท์ยากทุกคำต้องมีคำอธิบายแบบภาษาคนอยู่ในหน้าเดียวกับที่คำนั้นโผล่ครั้งแรก
3) เรื่องที่เข้าใจยากที่สุด ให้เทียบกับสิ่งใกล้ตัวที่คนฟังเคยเห็น 1 อย่าง
4) ยกตัวอย่างจริงจากไฟล์ แล้วไล่ให้ดูทีละขั้นจนจบโดยไม่ข้ามขั้น
5) หน้าที่รวมจุดที่คนมักเข้าใจผิด พร้อมบอกว่าที่ถูกคืออะไร
ห้ามใช้ศัพท์ที่ยังไม่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้า และห้ามใช้คำอังกฤษลอยๆ โดยไม่มีคำไทยกำกับ
เขียนให้ละเอียดพอที่คนฟังกลับไปทำเองต่อได้โดยไม่ต้องถามกลับ
ทำสไลด์เป็นภาษาไทยคัดลอกแล้ววางในแชทได้เลยได้สไลด์มา ไล่เช็คตัวเลขกับไฟล์ต้นทางให้ครบก่อน แล้วค่อยส่งหรือขึ้นพูด
ทำสไลด์เสนอโปรเจกต์เพื่อขออนุมัติได้สไลด์ที่จบด้วยสิ่งที่ขอ ไม่ใช่จบด้วยหน้าขอบคุณพรอมต์ · คัดลอกได้
prompt-5.mdทำตัวเป็นคนเขียนข้อเสนอโปรเจกต์ (Business Case Writer) ที่เคยผ่านห้องประชุมที่คนฟังมีอำนาจอนุมัติจริง
สิ่งที่จะขออนุมัติ: [เช่น ของบ 80,000 บาทและเวลา 2 เดือนเพื่อเปิดร้านออนไลน์ หรือ ขอคนเพิ่ม 1 คนมาดูแลลูกค้า]
คนที่อนุมัติคือใครและเขาห่วงเรื่องอะไร: [เช่น เจ้าของร้านที่ห่วงว่าจะคืนทุนเมื่อไหร่ หรือ ผู้จัดการที่กังวลว่างานที่ทำอยู่จะสะดุดไหม]
ถ้าไม่ทำสิ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น: [เช่น เสียลูกค้าที่ทักมาแล้วไม่มีคนตอบเดือนละประมาณ 30 ราย ถ้ายังไม่มีตัวเลข ให้ดึงจากไฟล์มาเอง]
ทำสไลด์ให้ครบ 6 อย่าง:
1) ปัญหาที่อธิบายด้วยตัวเลขจากไฟล์ ไม่ใช่ความรู้สึกว่ามันแย่
2) ข้อเสนอที่ทำให้เห็นภาพว่าจะลงมือทำอะไรจริงๆ
3) ทำแล้วได้ผลลัพธ์อะไร จะรู้ได้ยังไงว่าได้จริง และต้องวัดด้วยอะไร
4) ต้องใช้อะไรบ้าง ทั้งเงิน เวลา และคน
5) ความเสี่ยงหลัก 2 ข้อ พร้อมวิธีรับมือแต่ละข้อ
6) หน้าสุดท้ายระบุเรื่องที่ขอให้ตัดสินใจวันนี้ พร้อมจำนวนเงิน จำนวนคน และวันที่ให้ครบ
หน้าสุดท้ายต้องระบุคำขอ ห้ามเป็นหน้าขอบคุณหรือหน้าคำถาม
ห้ามใส่ตัวเลขที่ไม่มีอยู่ในไฟล์ ถ้าต้องประมาณการ ให้เขียนกำกับว่าประมาณจากอะไร
เขียนให้ละเอียดพอที่คนอนุมัติจะตัดสินใจได้เลยในห้อง โดยไม่ต้องขอข้อมูลเพิ่ม
ทำสไลด์เป็นภาษาไทยคัดลอกแล้ววางในแชทได้เลยได้สไลด์มา ไล่เช็คตัวเลขกับไฟล์ต้นทางให้ครบก่อน แล้วค่อยส่งหรือขึ้นพูด
ทำสไลด์ที่เล่าเป็นเรื่อง ไม่ใช่กองหัวข้อได้สไลด์ที่เล่าเป็นเรื่อง คนฟังอยากรู้ว่าหน้าถัดไปคืออะไรพรอมต์ · คัดลอกได้
prompt-6.mdทำตัวเป็นบรรณาธิการสายเล่าเรื่อง (Narrative Editor) ที่ทำให้คนฟังอยากรู้ว่าหน้าถัดไปคืออะไร
เรื่องที่จะเล่า: [เช่น 6 เดือนที่ลองเปลี่ยนวิธีรับออเดอร์ในร้าน หรือโปรเจกต์ที่ทีมทำเสร็จไปเมื่อไตรมาสก่อน]
คนฟังคือ: [เช่น ทีมงานที่ยังไม่เคยรู้เบื้องหลัง หรือลูกค้าที่กำลังคิดว่าจะจ้างเราดีไหม]
ประโยคเดียวที่อยากให้เขาจำได้หลังฟังจบ: [เช่น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนน้อย แต่อยู่ที่ออเดอร์เข้ามาสามทาง]
ทำสไลด์ให้ครบ 6 ช่วง เรียงตามนี้:
1) หน้าเปิดที่ทิ้งคำถามค้างไว้ ให้คนฟังอยากรู้ว่าแล้วยังไงต่อ
2) ปัญหาตอนนั้นที่เล่าด้วยเหตุการณ์จริงจากไฟล์ ไม่ใช่คำอธิบายลอยๆ
3) สิ่งที่ลองแล้วไม่ได้ผล พร้อมบอกว่ามันพังตรงไหน
4) จุดเปลี่ยนที่ทำให้เรื่องพลิกไปจากเดิม
5) ผลที่ได้ในรูปของตัวเลขจากไฟล์
6) หน้าปิดที่บอกว่ามีอะไรหนึ่งอย่างจากเรื่องนี้ที่คนฟังนำไปใช้ได้ทันที
ห้ามเรียงเป็นหัวข้อรายงานแบบ ที่มา · วิธีการ · ผลลัพธ์ · สรุป
ห้ามข้ามช่วงที่ลองแล้วไม่ได้ผล เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนฟังยังอยากตามเรื่องต่อ
เขียนให้ละเอียดพอที่คนอื่นหยิบไปเล่าต่อได้เหมือนเคยอยู่ในเหตุการณ์
ทำสไลด์เป็นภาษาไทยคัดลอกแล้ววางในแชทได้เลยได้สไลด์มา ไล่เช็คตัวเลขกับไฟล์ต้นทางให้ครบก่อน แล้วค่อยส่งหรือขึ้นพูด
ทำสไลด์ 5 นาที สำหรับคนที่ตัดสินใจได้สไลด์ที่คนฟังตัดสินใจได้จากสามหน้าแรกพรอมต์ · คัดลอกได้
prompt-7.mdทำตัวเป็นคนสรุปเรื่องยาวให้ผู้บริหาร (Executive Briefer) ที่รู้ว่าประชุมอาจจบก่อนเวลาเสมอ
เรื่องที่จะสรุป: [เช่น ผลของโปรเจกต์ที่ทำมาทั้งไตรมาส หรือสถานการณ์ยอดขายที่ลดลงติดต่อกันสามเดือน]
คนฟังตัดสินใจเรื่องอะไรได้: [เช่น อนุมัติงบก้อนถัดไป หรือสั่งหยุดโปรเจกต์]
มีเวลาจริงเท่าไหร่: [เช่น 5 นาที ถ้าไม่แน่ใจ ให้ยึด 5 นาทีไว้ก่อน]
ทำสไลด์ให้ครบ 5 อย่าง เรียงตามนี้:
1) หน้าแรกคือคำตอบและสิ่งที่ขอ ไม่ใช่ที่มาหรือชื่อโปรเจกต์
2) เหตุผลที่รองรับคำตอบนั้น 3 ข้อ หน้าละหนึ่งข้อ ทุกข้อต้องมีตัวเลขจากไฟล์
3) ความเสี่ยงที่คนฟังต้องรู้ก่อนตัดสินใจ พร้อมสิ่งที่เตรียมรับมือไว้แล้ว
4) หน้าที่ระบุว่าขอให้ตัดสินใจเรื่องอะไรภายในวันไหน
5) หน้าสำรองไว้ท้ายชุด สำหรับคำถามที่น่าจะโดนถาม เอาไว้เปิดเฉพาะตอนมีคนถาม
ห้ามเรียงแบบเล่าที่มาก่อนแล้วค่อยสรุปตอนจบ
ทุกหน้าต้องอ่านจบได้ใน 20 วินาที
เขียนให้ละเอียดพอที่คนฟังตัดสินใจได้จากสามหน้าแรก โดยไม่ต้องดูหน้าที่เหลือ
ทำสไลด์เป็นภาษาไทยคัดลอกแล้ววางในแชทได้เลยได้สไลด์มา ไล่เช็คตัวเลขกับไฟล์ต้นทางให้ครบก่อน แล้วค่อยส่งหรือขึ้นพูด
ขอบทพูดประกอบสไลด์และคำถามที่จะโดนถามได้บทพูดของทุกหน้า กับคำถาม 5 ข้อที่น่าจะโดนถาม พร้อมคำตอบพรอมต์ · คัดลอกได้
prompt-8.mdทำตัวเป็นโค้ชที่ติวคนก่อนขึ้นพูด (Presentation Coach)
สไลด์ที่ทำไว้แล้วมีหน้าอะไรบ้าง: [ไล่พิมพ์หัวข้อแต่ละหน้าตามลำดับ หรือถ้าเซฟสไลด์เป็นโน้ตไว้ในโน้ตบุ๊กแล้ว บอกชื่อชุดมาก็ได้]
คนฟังคือ: [เช่น หัวหน้ากับหัวหน้าของหัวหน้า หรือลูกค้าที่ยังไม่เคยเจอกันมาก่อน]
มีเวลาพูด: [เช่น 10 นาที รวมช่วงถามตอบแล้ว]
ช่วยให้ครบ 4 อย่าง:
1) บทพูดของแต่ละหน้า เขียนเป็นภาษาพูด ความยาวรวมพอดีกับเวลาที่มี
2) ประโยคเชื่อมระหว่างหน้า เพื่อไม่ให้หน้าถัดไปโผล่มาเฉยๆ
3) คำถาม 5 ข้อที่น่าจะโดนถามมากที่สุด เรียงจากข้อที่น่าจะโดนถามก่อน พร้อมคำตอบที่อ้างอิงข้อมูลจากไฟล์ได้ ถ้าไม่มีคำตอบในไฟล์ ให้บอกตรงๆ ว่าตอบไม่ได้
4) ถ้าเวลาถูกหั่นเหลือครึ่งเดียว หน้าไหนตัดทิ้งได้บ้าง เรียงว่าควรตัดหน้าไหนก่อน
เขียนเป็นบทพูดที่พูดแล้วไม่เคอะเขิน ไม่ใช่ภาษาเขียนแบบอ่านจากจอ
ห้ามเดาข้อมูลที่ไม่มีในไฟล์แล้วใส่ลงในบทพูด เพราะจะโดนจับได้กลางห้อง
ตอบเป็นภาษาไทยคัดลอกแล้ววางในแชทได้เลยได้สไลด์มา ไล่เช็คตัวเลขกับไฟล์ต้นทางให้ครบก่อน แล้วค่อยส่งหรือขึ้นพูด
ตรวจก่อนส่ง แล้วค่อยแก้ทีละหน้าได้สไลด์ที่ยืนพูดได้จริง ไม่ใช่สไลด์ที่ยังตอบคำถามกลางห้องไม่ได้ลงมือทำเอง
สิ่งที่ได้คือสไลด์จริง กดนำเสนอเต็มจอได้เลย หรือกดสามจุดข้างชื่อชุดสไลด์แล้วโหลดเป็นไฟล์ PDF จำนวนหน้าที่ได้อาจไม่ตรงกับที่สั่งไว้เป๊ะ เพราะช่องความยาวที่เลือกไว้ตอนแรกมีผลด้วย ก่อนส่งให้ไล่เช็คตัวเลขและชื่อทุกตัวเทียบกับไฟล์ต้นทางก่อน ถ้าอยากแก้ทีละหน้า ให้กดปุ่มปรับแก้ Revise แล้วพิมพ์สิ่งที่ต้องการแก้ลงในหน้านั้น ทำแบบนี้ให้ครบทุกหน้าที่อยากแก้ แล้วค่อยกดสร้างใหม่ทีเดียว เพราะกดครั้งเดียวก็จะสร้างสไลด์ขึ้นมาใหม่ทั้งชุด
ไม่ตรงสักข้อ · เลือกจากอาการที่ตรงกับคุณ
ลองพรอมต์อื่นในแนวเดียวกัน
ดูพรอมต์ทั้งหมด
ประชุมจบแล้วไม่มีใครจำได้ว่าตกลงอะไรไปบ้าง
ชุด 8 ขั้นที่เปลี่ยนไฟล์อัดประชุมสองชั่วโมงให้เป็นบันทึกหน้าเดียวที่ส่งเข้าไลน์กลุ่มได้เลย มีทั้งขั้นที่ต้องลงมือทำเองและพรอมต์ที่ก๊อปไปวางได้ทันที

เขียน Task Brief มอบหมายงานทีมให้ชัดจน Execute ได้ทันที
สร้าง Task Brief ครบทุกมิติ ตั้งแต่วัตถุประสงค์ ขอบเขตงาน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง Out of Scope จนถึงคำถามที่ต้องชี้แจงก่อนเริ่ม เพื่อให้ทีมเริ่มงานได้ทันทีโดยไม่ต้องถามซ้ำ

เขียน Weekly Reflection Journal หลังเรียน ทบทวนความเข้าใจและตั้งเป้าหมายสัปดาห์หน้า
สร้าง weekly reflection journal ที่มีโครงสร้างชัดเจน ช่วยนักเรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้ วิเคราะห์จุดที่ยังสับสน ประเมินตัวเอง และวางเป้าหมาย SMART สำหรับสัปดาห์ถัดไป