เขียน Job Description ที่ดึงดูดคนเก่ง ไม่ใช้คำ Generic
พรอมต์สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเขียน Job Description ที่บอกความท้าทายจริงและโอกาสเติบโตที่ชัดเจน โดยหลีกเลี่ยงคำทั่วไปที่คนเก่งมักข้ามผ่านโดยไม่อ่าน

คัดลอกพรอมต์ฉบับมีตัวแปร {{...}} ไปแก้ไขในเครื่องมือของคุณเอง
ตัวอย่างผลลัพธ์ที่จะได้
ก่อนเริ่มลงมือปรับพรอมต์ ดูตัวอย่างผลลัพธ์ที่คุณจะได้จริงเพื่อให้แน่ใจว่าพรอมต์นี้ตรงกับงานที่ต้องการ
Full-Stack Developer — Fintech Startup (ทีม 15 คน)
ทีมนี้กำลังทำอะไรอยู่ เราสร้างระบบชำระเงินสำหรับ SME ไทยที่ปัจจุบันมีลูกค้าใช้งานอยู่ 50,000 รายต่อวัน ทีม tech มี 4 คน และกำลังขยายเป็น 7 คนเพื่อรองรับการเติบโตในปีนี้ ตำแหน่งนี้เปิดขึ้นเพราะเราต้องการคนที่จะเป็นเจ้าของ codebase หลักอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่รับ task มาทำ
สิ่งที่คุณจะเจอใน 90 วันแรก
- อ่านและทำความเข้าใจ codebase 3 ปี พร้อม document ส่วนที่ยังไม่มีเอกสาร
- Ship 2-3 feature ที่ค้างอยู่เพื่อเรียนรู้ flow การ deploy จริงและ review process ของทีม
- เสนอแผน refactor module แรกที่คุณเห็นว่าเป็นจุดเสี่ยงมากที่สุด พร้อมเหตุผลและ trade-off
- นั่ง call กับลูกค้าจริงอย่างน้อย 2 รายเพื่อเข้าใจว่าพวกเขาใช้ระบบอย่างไรในชีวิตประจำวัน
ความท้าทายที่รอคุณอยู่
- Refactor legacy code ที่เขียนในช่วงที่ทีมรีบมาก โดยไม่ทำให้ระบบ downtime เพราะลูกค้าใช้งาน 24 ชั่วโมง
- ตัดสินใจ trade-off ระหว่าง technical debt กับ feature ใหม่ที่ฝ่ายขายต้องการทุกสัปดาห์
ปรับให้เข้ากับงานของคุณ
แก้ค่าตัวแปรด้านล่าง พรอมต์ฉบับสมบูรณ์จะอัปเดตอัตโนมัติ พร้อมคัดลอกไปวางใน Claude หรือ ChatGPT ได้ทันที
ชื่อตำแหน่งที่ต้องการรับสมัคร เช่น Marketing Manager, UX Designer, Head of Sales
ชื่อบริษัทหรืออธิบายทีมสั้นๆ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพขนาดและบริบทขององค์กร
ความท้าทายที่เป็นสถานการณ์จริงในงานนี้ ยิ่งเจาะจงยิ่งดี ระบุตัวเลขหรือบริบทได้เลย
สิ่งที่คนในตำแหน่งนี้จะได้เป็นหรือได้ทำจริงๆ ใน 12 เดือน ไม่ใช่แค่ 'มีโอกาสเรียนรู้'
เทคโนโลยี เครื่องมือ หรือทักษะที่จำเป็นสำหรับงานนี้จริงๆ
อธิบายนิสัยหรือวิธีคิดที่เหมาะกับงานนี้จริงๆ ไม่ใช่คุณสมบัติทั่วไปที่ทุกคนก็พูดได้
งาน: เขียน Job Description สำหรับตำแหน่ง Full-Stack Developer ของ Fintech Startup (ทีม 15 คน)
ข้อมูลที่ฉันให้:
- ความท้าทายจริงในงานนี้: โค้ดเบสเก่า 3 ปีที่ต้องการ refactor ระหว่างที่ระบบยังต้อง serve ลูกค้า 50,000 คนต่อวัน
- โอกาสเติบโตที่ชัดเจน: จะได้เป็น tech lead คนแรกของทีม และมีสิทธิ์ออกแบบ architecture ใหม่ทั้งหมด
- ทักษะและเครื่องมือที่ต้องใช้: React, Node.js, PostgreSQL, AWS
- ลักษณะคนที่เราอยากได้: คนที่สนุกกับการแก้ปัญหาที่คนอื่นยอมแพ้แล้ว และอธิบายการตัดสินใจทางเทคนิคได้ชัดเจน
กฎเหล็กในการเขียน:
1. ห้ามใช้คำหรือวลี generic เหล่านี้เด็ดขาด: "fast-paced", "team player", "passionate", "competitive salary", "go-getter", "dynamic", "self-starter", "results-driven", "synergy", "wear many hats"
2. อธิบายความท้าทายด้วยสถานการณ์จริงหรือตัวอย่างที่จับต้องได้ ไม่ใช่ภาษากว้างๆ
3. Growth opportunity ต้องระบุสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงใน 12 เดือน ไม่ใช่แค่ "มีโอกาสเรียนรู้"
4. ใช้ภาษาตรงไปตรงมาและจริงใจ ไม่ใช่ภาษาขายของหรือโฆษณา
5. อย่าเขียนรายการ must-have ยาวเกิน 5 ข้อ เน้นเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ
รูปแบบ output ที่ต้องการ (ใช้ทุก section นี้):
**[ชื่อตำแหน่ง] — [ชื่อบริษัท/ทีม]**
**ทีมนี้กำลังทำอะไรอยู่**
(2-3 ประโยค อธิบายบริบทธุรกิจและที่มาของตำแหน่งนี้)
**สิ่งที่คุณจะเจอใน 90 วันแรก**
(bullet 3-4 ข้อ บอกงานจริงๆ ที่จะทำ ไม่ใช่ job function ทั่วไป)
**ความท้าทายที่รอคุณอยู่**
(bullet 2-3 ข้อ ต้องจริงและจับต้องได้ ไม่ใช่คำพูดสวยงาม)
**สิ่งที่คุณจะได้สร้างหรือเรียนรู้ใน 1 ปี**
(bullet 2-3 ข้อ growth ที่วัดได้หรือเห็นได้ชัด)
**เราอยากคุยกับคุณถ้า**
(bullet 3-5 ข้อ คุณสมบัติที่จำเป็นจริงๆ)
**ไม่เหมาะกับคุณถ้า**
(bullet 1-2 ข้อ ซื่อสัตย์กับข้อจำกัดของงานหรือองค์กร)
เข้าใจเทคนิคที่ซ่อนอยู่
คลิกที่ส่วนไฮไลต์ในพรอมต์เพื่อกระโดดไปดูคำอธิบายเทคนิคแต่ละจุด ใช้ความเข้าใจนี้เพื่อปรับพรอมต์อื่นของคุณเองในภายหลัง
งาน: เขียน Job Description สำหรับตำแหน่ง {{ชื่อตำแหน่ง}} ของ {{ชื่อบริษัทหรือทีม}}
ข้อมูลที่ฉันให้:
- ความท้าทายจริงในงานนี้: {{ความท้าทายจริง}}4
- โอกาสเติบโตที่ชัดเจน: {{โอกาสเติบโต}}
- ทักษะและเครื่องมือที่ต้องใช้: {{ทักษะและเครื่องมือ}}
- ลักษณะคนที่เราอยากได้: {{ลักษณะคนที่ต้องการ}}
กฎเหล็กในการเขียน:
1. ห้ามใช้คำหรือวลี generic เหล่านี้เด็ดขาด: "fast-paced", "team player", "passionate", "competitive salary", "go-getter", "dynamic", "self-starter", "results-driven", "synergy", "wear many hats"2
2. อธิบายความท้าทายด้วยสถานการณ์จริงหรือตัวอย่างที่จับต้องได้ ไม่ใช่ภาษากว้างๆ
3. Growth opportunity ต้องระบุสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงใน 12 เดือน ไม่ใช่แค่ "มีโอกาสเรียนรู้"3
4. ใช้ภาษาตรงไปตรงมาและจริงใจ ไม่ใช่ภาษาขายของหรือโฆษณา
5. อย่าเขียนรายการ must-have ยาวเกิน 5 ข้อ เน้นเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ
รูปแบบ output ที่ต้องการ (ใช้ทุก section นี้):
**[ชื่อตำแหน่ง] — [ชื่อบริษัท/ทีม]**
**ทีมนี้กำลังทำอะไรอยู่**
(2-3 ประโยค อธิบายบริบทธุรกิจและที่มาของตำแหน่งนี้)
**สิ่งที่คุณจะเจอใน 90 วันแรก**
(bullet 3-4 ข้อ บอกงานจริงๆ ที่จะทำ ไม่ใช่ job function ทั่วไป)
**ความท้าทายที่รอคุณอยู่**
(bullet 2-3 ข้อ ต้องจริงและจับต้องได้ ไม่ใช่คำพูดสวยงาม)5
**สิ่งที่คุณจะได้สร้างหรือเรียนรู้ใน 1 ปี**
(bullet 2-3 ข้อ growth ที่วัดได้หรือเห็นได้ชัด)
**เราอยากคุยกับคุณถ้า**
(bullet 3-5 ข้อ คุณสมบัติที่จำเป็นจริงๆ)
**ไม่เหมาะกับคุณถ้า**
(bullet 1-2 ข้อ ซื่อสัตย์กับข้อจำกัดของงานหรือองค์กร)6
แตะส่วนที่ไฮไลต์เพื่อดูคำอธิบายเทคนิคแต่ละจุด · {{ }} คือตัวแปรที่ปรับได้
"คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและ employer branding ที่เข้าใจว่าคนเก่งอ่านโฆษณางานอย่างไร"
การกำหนด role เป็นผู้เชี่ยวชาญ HR และ employer branding ทำให้โมเดลรับ perspective ของคนที่เข้าใจจิตวิทยาผู้สมัครงาน ไม่ใช่แค่เขียนรายการ requirement ทั่วไป
"ห้ามใช้คำหรือวลี generic เหล่านี้เด็ดขาด: "fast-paced", "team player", "passionate", "competitive salary", "go-getter", "dynamic", "self-starter", "results-driven", "synergy", "wear many hats""
การระบุ blacklist คำที่ห้ามใช้พร้อมตัวอย่างชัดเจน 10 คำ มีประสิทธิภาพมากกว่าการบอกว่า 'ห้ามใช้คำ generic' เพราะโมเดลรู้ชัดว่าต้องหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง
"Growth opportunity ต้องระบุสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงใน 12 เดือน ไม่ใช่แค่ "มีโอกาสเรียนรู้""
การกำหนด timeframe และแสดง contrast กับ vague alternative บังคับให้โมเดลสร้าง growth statement ที่เป็นรูปธรรมและน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเก่งให้น้ำหนักในการตัดสินใจสมัครงาน
"ความท้าทายจริงในงานนี้: {{ความท้าทายจริง}}"
การออกแบบให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลความท้าทายจริงผ่าน variable ทำให้โมเดลมีข้อมูลเฉพาะเจาะจงที่ไม่สามารถ hallucinate ได้ ผลลัพธ์จึงสะท้อนสถานการณ์ของบริษัทนั้นๆ อย่างแท้จริง
"(bullet 2-3 ข้อ ต้องจริงและจับต้องได้ ไม่ใช่คำพูดสวยงาม)"
การกำหนดจำนวน bullet และเพิ่มคำอธิบายแต่ละ section ว่าต้องการอะไรกันแน่ ทำให้ทุก section มีคุณภาพที่ต้องการ ไม่ใช่แค่เติมให้ครบโครงสร้าง
"**ไม่เหมาะกับคุณถ้า** (bullet 1-2 ข้อ ซื่อสัตย์กับข้อจำกัดของงานหรือองค์กร)"
การบังคับให้มี section ที่บอกว่าใครไม่เหมาะสร้างความน่าเชื่อถือและช่วย self-selection ทำให้คนที่สมัครมามีแนวโน้มเหมาะสมกับงานจริงมากขึ้น และสะท้อนความจริงใจขององค์กร
เห็นความต่างระหว่างพรอมต์ทั่วไปกับพรอมต์ที่ใช้เทคนิค
คนส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยคำสั่งสั้น ๆ แบบพรอมต์ที่ใช้กันทั่วไป แต่ผลลัพธ์มักไม่ตรงใจและต้องถามซ้ำหลายรอบ พรอมต์แบบที่ใช้เทคนิคข้างต้นช่วยแก้ปัญหานี้
เขียน job description ตำแหน่ง Full-Stack Developer ให้หน่อย
• กำหนด role ผู้เชี่ยวชาญ HR และ employer branding ที่เข้าใจจิตวิทยาผู้สมัคร • ป้อนข้อมูลความท้าทาย โอกาสเติบโต ทักษะ และลักษณะคนผ่าน variable ที่เจาะจง • blacklist คำ generic 10 คำพร้อมตัวอย่างชัดเจน • บังคับโครงสร้าง 6 sections รวมถึง "ไม่เหมาะกับคุณถ้า" • กำหนดให้ growth ต้องระบุใน timeframe 12 เดือน


