สร้าง Show Notes Podcast จาก Transcript พร้อม Key Insights, Timestamps และ Quotable Lines
แปลง transcript podcast ให้กลายเป็น show notes มืออาชีพในคลิกเดียว ครบทั้ง episode summary, key insights พร้อม timestamp, quotes ที่ share-worthy และ chapter markers สำหรับ YouTube และ Spotify

คัดลอกพรอมต์ฉบับมีตัวแปร {{...}} ไปแก้ไขในเครื่องมือของคุณเอง
ตัวอย่างผลลัพธ์ที่จะได้
ก่อนเริ่มลงมือปรับพรอมต์ ดูตัวอย่างผลลัพธ์ที่คุณจะได้จริงเพื่อให้แน่ใจว่าพรอมต์นี้ตรงกับงานที่ต้องการ
EP.47 – สร้าง Startup ยุค AI อย่างไรให้รอด
Tech Coffee Podcast | Guest: คุณปิ่น สิรินทร, Venture Capital Investor, Alpha Ventures
Episode Summary
ในตอนนี้ คุณปิ่น สิรินทร เปิดเผยมุมมองจากประสบการณ์ลงทุนใน startup มากกว่า 40 ทีมว่า เหตุใด startup ส่วนใหญ่จึงล้มเหลวในยุค AI และทำไม idea ที่ดีเพียงอย่างเดียวถึงไม่เพียงพออีกต่อไป คุณจะได้เข้าใจว่า VC มองอะไรในทีม ทำไม revenue เดือนแรกถึงสำคัญกว่าสไลด์ที่สวยงาม และจะสร้างทีมที่แข็งแกร่งพอรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างไร เหมาะสำหรับทุกคนที่กำลังคิดจะสร้างธุรกิจหรืออยากเข้าใจโลกของ startup funding อย่างถ่องแท้
Key Insights
- [02:30] ปัญหาใหญ่ที่สุดของ startup ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือการหา product-market fit ให้ได้ก่อนเงินหมด
- [08:37] AI ลดต้นทุนการสร้าง MVP ได้ถึง 70% แต่ก็ทำให้ competition สูงขึ้นในอัตราเดียวกัน
- [15:22] นักลงทุนไม่ได้ลงทุนใน idea แต่ลงทุนใน founder ที่พิสูจน์แล้วว่าปรับตัวเป็น
ปรับให้เข้ากับงานของคุณ
แก้ค่าตัวแปรด้านล่าง พรอมต์ฉบับสมบูรณ์จะอัปเดตอัตโนมัติ พร้อมคัดลอกไปวางใน Claude หรือ ChatGPT ได้ทันที
ชื่อรายการ podcast ของคุณ
ชื่อและหมายเลข episode ที่ต้องการสร้าง show notes
ชื่อและตำแหน่งของแขกรับเชิญ (ถ้าไม่มีแขก ให้ใส่ชื่อและตำแหน่งของ host)
วาง transcript ทั้งหมดลงที่นี่ ควรมี timestamp [MM:SS] นำหน้าแต่ละบรรทัดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครบถ้วน
**ข้อมูล Episode:**
- ชื่อ Podcast: Tech Coffee Podcast
- ชื่อ Episode: EP.47 – สร้าง Startup ยุค AI อย่างไรให้รอด
- แขกรับเชิญ: คุณปิ่น สิรินทร นักลงทุน Venture Capital จาก Alpha Ventures
- Transcript: [02:14] Host: วันนี้เราจะพูดถึงว่า startup ในยุค AI ควรปรับตัวอย่างไร คุณปิ่นมองภาพรวมยังไงบ้างครับ
[02:30] ปิ่น: ปัญหาใหญ่ที่สุดของ startup ไม่ใช่เทคโนโลยีครับ แต่คือการหา product-market fit ให้ได้ก่อนเงินหมด
[08:37] ปิ่น: AI ลดต้นทุนการสร้าง MVP ได้ถึง 70% แต่ก็ทำให้ competition สูงขึ้นในอัตราเดียวกัน
[15:22] ปิ่น: นักลงทุนไม่ได้ลงทุนใน idea ครับ แต่ลงทุนใน founder ที่พิสูจน์แล้วว่าปรับตัวเป็น
[19:03] ปิ่น: ถ้าคุณรอให้ product สมบูรณ์ก่อนแล้วค่อย launch คุณจะไม่มีวันได้ launch
[23:48] ปิ่น: Revenue ในเดือนแรกสำคัญกว่า traction ที่สวยงามในสไลด์ครับ
[27:41] ปิ่น: AI เป็นแค่เครื่องมือ เหมือนกับที่ Excel เคยเปลี่ยนการทำบัญชี แต่คนที่รู้ว่าจะใช้มันทำอะไรยังคือมนุษย์
[31:05] ปิ่น: ทีมที่ดีคือทีมที่เถียงกันได้โดยไม่แตกแยกครับ
[44:18] ปิ่น: Investor ที่ดีไม่ใช่คนที่ให้เงิน แต่คือคนที่โทรหาคุณตอนตีสองแล้วยังช่วยแก้ปัญหาได้
[48:10] ปิ่น: Zero to One ของ Peter Thiel ครับ และ YC Startup Library ที่ ycombinator.com/library ดีมากเลย
**สร้าง Show Notes โดยมีโครงสร้างดังนี้:**
**1. Episode Summary (3-4 ประโยค)**
เขียนสรุปภาพรวมที่น่าสนใจ บอกชัดเจนว่าผู้ฟังจะได้อะไรจาก episode นี้ ใช้ภาษาที่กระตุ้นให้อยากฟัง
**2. Key Insights (5-7 ข้อ)**
สกัด insights ที่มีคุณค่าและน่าจดจำที่สุดจาก transcript พร้อมระบุ timestamp ในรูปแบบ [MM:SS] นำหน้าแต่ละข้อ
**3. Quotable Lines (3-5 quotes)**
คัดเลือกประโยคที่โดดเด่น share-worthy และมีพลังมากที่สุด ใช้รูปแบบนี้เท่านั้น:
> "[quote ตรงตามต้นฉบับทุกคำ]" — [ชื่อผู้พูด] [MM:SS]
**4. Episode Chapters (สำหรับ YouTube / Spotify)**
แสดง timestamp และหัวข้อของแต่ละช่วงในรูปแบบ:
[MM:SS] ชื่อหัวข้อ
**5. Resources & Links Mentioned**
รวบรวมทุก tool, หนังสือ, เว็บไซต์ หรือชื่อบุคคลที่ถูกอ้างถึงใน transcript
**ข้อกำหนดเคร่งครัด:**
- ห้ามเพิ่มข้อมูล ตัวเลข หรือ quote ใดที่ไม่ปรากฏใน transcript
- รักษา quote ให้ตรงกับต้นฉบับทุกคำ ห้ามแก้ไขหรือปรับแต่ง
- ถ้า transcript ไม่มี timestamp ให้เขียน [–] แทนและแจ้งผู้ใช้ที่ท้าย output ว่า "หมายเหตุ: transcript ที่ให้มาไม่มี timestamp"
- ถ้าไม่มี resources ที่ถูกกล่าวถึง ให้เขียน "ไม่มีการอ้างอิง resource ใน episode นี้"
เข้าใจเทคนิคที่ซ่อนอยู่
คลิกที่ส่วนไฮไลต์ในพรอมต์เพื่อกระโดดไปดูคำอธิบายเทคนิคแต่ละจุด ใช้ความเข้าใจนี้เพื่อปรับพรอมต์อื่นของคุณเองในภายหลัง
**ข้อมูล Episode:**
- ชื่อ Podcast: {{ชื่อ_podcast}}
- ชื่อ Episode: {{ชื่อ_episode}}
- แขกรับเชิญ: {{ชื่อ_แขก}}
- Transcript: {{transcript}}6
**สร้าง Show Notes โดยมีโครงสร้างดังนี้:2**
**1. Episode Summary (3-4 ประโยค)**
เขียนสรุปภาพรวมที่น่าสนใจ บอกชัดเจนว่าผู้ฟังจะได้อะไรจาก episode นี้ ใช้ภาษาที่กระตุ้นให้อยากฟัง
**2. Key Insights (5-7 ข้อ)**
สกัด insights ที่มีคุณค่าและน่าจดจำที่สุดจาก transcript พร้อมระบุ timestamp ในรูปแบบ [MM:SS] นำหน้าแต่ละข้อ
**3. Quotable Lines (3-5 quotes)**
คัดเลือกประโยคที่โดดเด่น share-worthy และมีพลังมากที่สุด ใช้รูปแบบนี้เท่านั้น:
> "[quote ตรงตามต้นฉบับทุกคำ]" — [ชื่อผู้พูด] [MM:SS]3
**4. Episode Chapters (สำหรับ YouTube / Spotify)**
แสดง timestamp และหัวข้อของแต่ละช่วงในรูปแบบ:
[MM:SS] ชื่อหัวข้อ
**5. Resources & Links Mentioned**
รวบรวมทุก tool, หนังสือ, เว็บไซต์ หรือชื่อบุคคลที่ถูกอ้างถึงใน transcript
**ข้อกำหนดเคร่งครัด:**
- ห้ามเพิ่มข้อมูล ตัวเลข หรือ quote ใดที่ไม่ปรากฏใน transcript4
- รักษา quote ให้ตรงกับต้นฉบับทุกคำ ห้ามแก้ไขหรือปรับแต่ง
- ถ้า transcript ไม่มี timestamp ให้เขียน [–] แทนและแจ้งผู้ใช้ที่ท้าย output5 ว่า "หมายเหตุ: transcript ที่ให้มาไม่มี timestamp"
- ถ้าไม่มี resources ที่ถูกกล่าวถึง ให้เขียน "ไม่มีการอ้างอิง resource ใน episode นี้"
แตะส่วนที่ไฮไลต์เพื่อดูคำอธิบายเทคนิคแต่ละจุด · {{ }} คือตัวแปรที่ปรับได้
"คุณคือ Podcast Producer มืออาชีพที่เชี่ยวชาญการเขียน show notes ที่ดึงดูดผู้ฟัง เพิ่ม discoverability และทำให้ผู้คนอยากฟัง episode เต็ม"
การกำหนด role ที่ชัดเจนพร้อม goal ปลายทาง (ดึงดูดผู้ฟัง, เพิ่ม discoverability) ทำให้โมเดลเลือกน้ำเสียงและสไตล์การเขียนที่เหมาะกับ podcast industry ไม่ใช่แค่สรุปเนื้อหาแบบกลางๆ
"สร้าง Show Notes โดยมีโครงสร้างดังนี้:"
การแบ่ง output เป็น 5 ส่วนที่มีหมายเลขชัดเจนช่วยให้โมเดลจัดระเบียบความคิดและผลิต output ครบทุกหัวข้อโดยไม่ข้ามส่วนใด
"> "[quote ตรงตามต้นฉบับทุกคำ]" — [ชื่อผู้พูด] [MM:SS]"
การระบุรูปแบบ blockquote พร้อม em dash และ timestamp ทำให้ผลลัพธ์นำไปวางใน platform ต่างๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องจัดรูปแบบเพิ่ม
"ห้ามเพิ่มข้อมูล ตัวเลข หรือ quote ใดที่ไม่ปรากฏใน transcript"
การห้ามชัดเจนป้องกัน hallucination ซึ่งอันตรายมากในงาน show notes เพราะ quote ที่ผิดพลาดหรือ timestamp ที่โมเดลแต่งขึ้นเองอาจทำให้เสียความน่าเชื่อถือของ podcast
"ถ้า transcript ไม่มี timestamp ให้เขียน [–] แทนและแจ้งผู้ใช้ที่ท้าย output"
การบอกวิธีจัดการ edge case (transcript ไม่มี timestamp) ทำให้ prompt ใช้งานได้จริงในหลายสถานการณ์ แทนที่โมเดลจะแต่ง timestamp ขึ้นมาเองหรือหยุดทำงาน
"Transcript: {{transcript}}"
การผูก transcript จริงเป็น input บังคับให้โมเดลอิงกับข้อมูลที่มีอยู่เท่านั้น ผลลัพธ์จึงสะท้อนเนื้อหาของ episode นั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่ความรู้ทั่วไป
เห็นความต่างระหว่างพรอมต์ทั่วไปกับพรอมต์ที่ใช้เทคนิค
คนส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยคำสั่งสั้น ๆ แบบพรอมต์ที่ใช้กันทั่วไป แต่ผลลัพธ์มักไม่ตรงใจและต้องถามซ้ำหลายรอบ พรอมต์แบบที่ใช้เทคนิคข้างต้นช่วยแก้ปัญหานี้
ช่วยสร้าง show notes จาก transcript นี้ให้หน่อย: [วาง transcript]
- กำหนด role เป็น Podcast Producer มืออาชีพพร้อมเป้าหมายชัดเจน
- ระบุ input ครบ 4 ตัวแปร (ชื่อ podcast, episode, แขก, transcript)
- สั่งให้ผลิต 5 ส่วนพร้อมรูปแบบ format เฉพาะของแต่ละส่วน
- มีกฎห้าม hallucination และแนวทางจัดการ edge case (transcript ไม่มี timestamp)


