สร้าง Pitch Deck 10 สไลด์สำหรับ Startup Early Stage
พรอมต์สำหรับ Startup Founder ที่ต้องการสร้าง Pitch Deck มาตรฐาน 10 สไลด์ ครอบคลุม Problem, Solution, Market, Traction และ The Ask พร้อม Investor Insight ในทุกสไลด์ เพื่อเพิ่มโอกาสปิด Seed Round

คัดลอกพรอมต์ฉบับมีตัวแปร {{...}} ไปแก้ไขในเครื่องมือของคุณเอง
ตัวอย่างผลลัพธ์ที่จะได้
ก่อนเริ่มลงมือปรับพรอมต์ ดูตัวอย่างผลลัพธ์ที่คุณจะได้จริงเพื่อให้แน่ใจว่าพรอมต์นี้ตรงกับงานที่ต้องการ
FlowPay — Seed Pitch Deck (10 Slides)
Slide 1 – Cover
Headline: FlowPay: The All-in-One Payment OS for Thailand's 3 Million SMEs
Key Points:
- Unified payments (QR, card, installment) + real-time cash flow dashboard in one app
- 1,200 active merchants · ฿800K MRR · 25% MoM growth for 6 consecutive months
- Raising $1.5M Seed · Bangkok, Thailand · Founded 2025
Investor Insight: Sets the category and scale of ambition in one breath — investor decides whether to keep reading.
ปรับให้เข้ากับงานของคุณ
แก้ค่าตัวแปรด้านล่าง พรอมต์ฉบับสมบูรณ์จะอัปเดตอัตโนมัติ พร้อมคัดลอกไปวางใน Claude หรือ ChatGPT ได้ทันที
ชื่อบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ของคุณ
อุตสาหกรรมและ segment ที่ทำธุรกิจ
ปัญหาที่ธุรกิจของคุณแก้ไข ควรมีตัวเลขหรือขนาดของปัญหาด้วย
โซลูชันของคุณทำอะไรได้บ้าง อธิบายกระชับใน 1-2 ประโยค
กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ระบุขนาดหรือลักษณะที่จำเพาะ
ตัวเลข traction ที่มีอยู่ เช่น MRR, จำนวน user, growth rate, NPS
จำนวนเงินที่ต้องการระดมทุนและประเภทของ round
สัดส่วนการใช้เงินแบ่งตามหมวดหลัก
สร้าง Pitch Deck Outline จำนวน 10 สไลด์ สำหรับ Startup ของฉัน โดยใช้ข้อมูลด้านล่างนี้
**ข้อมูล Startup:**
- ชื่อบริษัท: FlowPay
- อุตสาหกรรม: FinTech / การชำระเงินสำหรับ SME
- ปัญหาที่แก้ไข: SME ไทยกว่า 3 ล้านรายยังรับชำระเงินด้วยเงินสดและโอนธนาคาร ทำให้ไม่มี cash flow visibility และเสียเวลา reconcile บัญชีทุกวัน
- โซลูชัน: แอปรับชำระเงินครบวงจรที่รวม QR, card และ installment ในที่เดียว พร้อม dashboard แสดง cash flow real-time
- กลุ่มเป้าหมาย: ร้านค้า SME ในไทยที่มีรายได้ 1-50 ล้านบาทต่อปี
- Traction ที่มีอยู่: MRR 800,000 บาท, 1,200 ร้านค้า active, growth 25% MoM ติดต่อกัน 6 เดือน
- จำนวนเงินที่ต้องการระดมทุน: 1.5 ล้านดอลลาร์ (Seed Round)
- แผนการใช้เงิน: 60% product & engineering, 30% sales & marketing, 10% operations & compliance
**สร้างเนื้อหาสำหรับ 10 สไลด์ต่อไปนี้ตามลำดับ:**
Slide 1 – Cover
Slide 2 – Problem
Slide 3 – Solution
Slide 4 – Product / How It Works
Slide 5 – Market Size (TAM / SAM / SOM)
Slide 6 – Business Model
Slide 7 – Traction
Slide 8 – Competition
Slide 9 – Team
Slide 10 – The Ask
**สำหรับแต่ละสไลด์ ให้ระบุครบทุกส่วนนี้:**
1. **Headline** — ประโยคเดียวที่ดึงดูดความสนใจ investor
2. **Key Points** — 3 ถึง 4 bullet ที่กระชับ มีตัวเลขหรือข้อเท็จจริงสนับสนุน
3. **Investor Insight** — หนึ่งประโยคอธิบายว่า investor กำลังประเมินอะไรจากสไลด์นี้
**ข้อกำหนดสำคัญ:**
- ใช้ภาษาอังกฤษสำหรับ Headline และ Key Points เพราะ pitch กับ investor ที่ใช้ภาษาอังกฤษ
- ตัวเลขทุกตัวต้องชัดเจน ห้ามใช้คำคลุมเครือ เช่น "large market" หรือ "fast growth" โดยไม่มีตัวเลขกำกับ
- ห้ามใช้ buzzword ที่ไม่มีหลักฐาน เช่น "disruptive", "revolutionary", "game-changing"
- Traction slide ต้องแสดง growth trajectory ไม่ใช่แค่ตัวเลข snapshot
- The Ask slide ต้องระบุ milestone ที่ชัดเจนที่จะทำได้จากเงินที่ขอ
เข้าใจเทคนิคที่ซ่อนอยู่
คลิกที่ส่วนไฮไลต์ในพรอมต์เพื่อกระโดดไปดูคำอธิบายเทคนิคแต่ละจุด ใช้ความเข้าใจนี้เพื่อปรับพรอมต์อื่นของคุณเองในภายหลัง
สร้าง Pitch Deck Outline จำนวน 10 สไลด์ สำหรับ Startup ของฉัน โดยใช้ข้อมูลด้านล่างนี้
**ข้อมูล Startup:**
- ชื่อบริษัท: {{ชื่อ_startup}}
- อุตสาหกรรม: {{อุตสาหกรรม}}
- ปัญหาที่แก้ไข: {{ปัญหา}}
- โซลูชัน: {{วิธีแก้ปัญหา}}
- กลุ่มเป้าหมาย: {{กลุ่มลูกค้า}}
- Traction ที่มีอยู่: {{traction}}
- จำนวนเงินที่ต้องการระดมทุน: {{จำนวนเงิน_raise}}
- แผนการใช้เงิน: {{การใช้เงิน}}2
**สร้างเนื้อหาสำหรับ 10 สไลด์ต่อไปนี้ตามลำดับ:**
Slide 1 – Cover
Slide 2 – Problem
Slide 3 – Solution
Slide 4 – Product / How It Works
Slide 5 – Market Size (TAM / SAM / SOM)
Slide 6 – Business Model
Slide 7 – Traction
Slide 8 – Competition
Slide 9 – Team
Slide 10 – The Ask
**สำหรับแต่ละสไลด์ ให้ระบุครบทุกส่วนนี้3:**
1. **Headline** — ประโยคเดียวที่ดึงดูดความสนใจ investor
2. **Key Points** — 3 ถึง 4 bullet ที่กระชับ มีตัวเลขหรือข้อเท็จจริงสนับสนุน
3. **Investor Insight** — หนึ่งประโยคอธิบายว่า investor กำลังประเมินอะไรจากสไลด์นี้
**ข้อกำหนดสำคัญ:**
- ใช้ภาษาอังกฤษสำหรับ Headline และ Key Points เพราะ pitch กับ investor ที่ใช้ภาษาอังกฤษ
- ตัวเลขทุกตัวต้องชัดเจน ห้ามใช้คำคลุมเครือ เช่น "large market" หรือ "fast growth" โดยไม่มีตัวเลขกำกับ
- ห้ามใช้ buzzword ที่ไม่มีหลักฐาน เช่น "disruptive", "revolutionary", "game-changing"5
- Traction slide ต้องแสดง growth trajectory ไม่ใช่แค่ตัวเลข snapshot6
- The Ask slide ต้องระบุ milestone ที่ชัดเจนที่จะทำได้จากเงินที่ขอ
แตะส่วนที่ไฮไลต์เพื่อดูคำอธิบายเทคนิคแต่ละจุด · {{ }} คือตัวแปรที่ปรับได้
"คุณคือที่ปรึกษา Startup ที่มีประสบการณ์ช่วย Founder เตรียม Pitch Deck สำหรับ Seed และ Series A มาแล้วมากกว่า 50 บริษัท"
การกำหนด role ที่ระบุทั้งความเชี่ยวชาญและปริมาณงานที่เคยทำ (50+ บริษัท) ช่วยให้โมเดลใช้มุมมองของผู้เชี่ยวชาญจริง แทนที่จะตอบแบบ generic template
"ชื่อบริษัท: {{ชื่อ_startup}} - อุตสาหกรรม: {{อุตสาหกรรม}} - ปัญหาที่แก้ไข: {{ปัญหา}} - โซลูชัน: {{วิธีแก้ปัญหา}} - กลุ่มเป้าหมาย: {{กลุ่มลูกค้า}} - Traction ที่มีอยู่: {{traction}} - จำนวนเงินที่ต้องการระดมทุน: {{จำนวนเงิน_raise}} - แผนการใช้เงิน: {{การใช้เงิน}}"
การให้ข้อมูล context ครบ 8 ฟิลด์ก่อนสร้างเนื้อหาทำให้โมเดลสร้าง pitch ที่เฉพาะเจาะจงกับธุรกิจจริง ไม่ใช่ตัวอย่างสมมติที่ใช้งานไม่ได้
"สำหรับแต่ละสไลด์ ให้ระบุครบทุกส่วนนี้"
การกำหนดโครงสร้าง output ต่อหน่วย (Headline, Key Points, Investor Insight) ทำให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอทุกสไลด์และนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่ม
"Investor Insight — หนึ่งประโยคอธิบายว่า investor กำลังประเมินอะไรจากสไลด์นี้"
การบังคับให้โมเดลคิดในมุมของ investor ทุกสไลด์ทำให้เนื้อหาแต่ละสไลด์มีจุดประสงค์เชิงการโน้มน้าวที่ชัดเจน แทนที่จะเป็นการนำเสนอข้อมูลแบบไม่มีทิศทาง
"ห้ามใช้ buzzword ที่ไม่มีหลักฐาน เช่น "disruptive", "revolutionary", "game-changing""
การระบุสิ่งที่ห้ามทำพร้อมตัวอย่างจริงช่วยตัด default behavior ของโมเดลที่มักใช้ภาษา marketing คลุมเครือ ซึ่งจะทำลายความน่าเชื่อถือต่อ investor ที่มีประสบการณ์
"Traction slide ต้องแสดง growth trajectory ไม่ใช่แค่ตัวเลข snapshot"
การระบุความแตกต่างระหว่าง trajectory กับ snapshot บอกโมเดลว่าต้องแสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ investor ให้ความสำคัญมากกว่าตัวเลขปัจจุบันเพียงอย่างเดียว
เห็นความต่างระหว่างพรอมต์ทั่วไปกับพรอมต์ที่ใช้เทคนิค
คนส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยคำสั่งสั้น ๆ แบบพรอมต์ที่ใช้กันทั่วไป แต่ผลลัพธ์มักไม่ตรงใจและต้องถามซ้ำหลายรอบ พรอมต์แบบที่ใช้เทคนิคข้างต้นช่วยแก้ปัญหานี้
ช่วยทำ pitch deck ให้หน่อย startup ผมทำ fintech สำหรับ SME
- กำหนด role เป็นที่ปรึกษา startup ที่มีประสบการณ์จริงมากกว่า 50 บริษัท\n- ป้อน input data ครบ 8 ฟิลด์ก่อนให้โมเดลเริ่มสร้างเนื้อหา\n- กำหนดโครงสร้าง output ต่อสไลด์: Headline, Key Points, Investor Insight\n- ใส่ negative constraints ห้ามใช้ buzzword และห้ามตัวเลขคลุมเครือ\n- กำหนด narrative arc 10 สไลด์ตามลำดับที่ investor คาดหวัง


