Wallfacer · HUD · MOTHER คือสามเครื่องมือคุมเซสชัน Claude Code ที่ยืนอยู่คนละจังหวะของงานเดียวกัน
Wallfacer · HUD · MOTHER คือเครื่องมือคุมเซสชันเอเจนต์เขียนโค้ดสามตัวที่เข้าไปแก้ปัญหาเดียวกันคนละจุด จอที่ tool call วิ่งเร็วเกินอ่าน บทสนทนาเก่าที่ไม่มีชื่อ และเอเจนต์ที่หยุดรอคำตอบ สามอาการนี้ชี้ว่าควรลงตัวไหน

ระหว่างวันที่ 3 ถึง 6 สิงหาคม 2026 คนสามกลุ่มปล่อยเครื่องมือสามตัวออกมาไล่หลังกัน ได้แก่ HUD, Wallfacer และ MOTHER ไม่มีตัวไหนไปแตะคุณภาพโค้ดที่เอเจนต์อย่าง Claude Code และ Codex เขียนออกมาเลยแม้แต่บรรทัดเดียว สิ่งที่ทั้งสามตัวเพิ่มเข้ามาคือทำให้คนที่นั่งอยู่หน้าจอรู้ว่าตอนนี้เปิดงานของเอเจนต์ค้างไว้กี่เซสชัน เซสชันไหนกำลังลงมือทำอะไร และเซสชันไหนหยุดรอคนตอบอยู่เงียบๆ
อาการที่ทำให้เครื่องมือกลุ่มนี้โผล่มาพร้อมกันนั้นเดาไม่ยาก งานแรกสั่งไปแล้วยังไม่เสร็จ ระหว่างรอก็เปิดหน้าต่างที่สองสั่งอีกงานหนึ่ง แล้วเปิดที่สามต่อ พอวนกลับมาที่หน้าต่างแรก ผลจากการเรียกใช้เครื่องมือแต่ละครั้ง หรือ tool call ก็ไหลผ่านจอเร็วเกินกว่าจะอ่านทัน ส่วนวันรุ่งขึ้นที่อยากกลับไปดูงานเดิม คำสั่ง resume ก็แสดงรายการงานเก่าที่ไม่มีชื่อ จนต้องเดาเองว่าจะเลือกอันไหน
เครื่องมือทั้งสามไม่ได้ทำหน้าที่ซ้ำกัน เพราะแต่ละตัวเข้ามาช่วยคนละช่วงของงานเดียวกัน HUD อยู่กับเราตอนเอเจนต์กำลังลงมือ Wallfacer มารับช่วงตอนงานจบไปแล้วและเราหากลับไม่เจอ ส่วน MOTHER คอยเรียกเราตอนที่ลุกไปทำอย่างอื่น ก่อนกดติดตั้งจึงควรดูว่าตัวเองเจอปัญหาแบบไหนบ่อยที่สุด
เซสชันของ Claude Code และ Codex ไปกองอยู่ตรงไหนในเครื่อง
ต้นเหตุที่ทำให้หางานเก่าไม่เจอคือวิธีเก็บไฟล์ของเอเจนต์แต่ละยี่ห้อ เอกสารของ Wallfacer ที่ Pradipta Sarma เขียนไว้รวบรวมที่เก็บของทั้งสี่ยี่ห้อมาให้ดูทีละที่
| เอเจนต์ | ที่เก็บบทสนทนา | หน้าตาของสิ่งที่อยู่ในนั้น |
|---|---|---|
| Claude Code | ~/.claude/projects/ | ไฟล์บันทึกที่ไม่มีชื่อ แยกกองตามโฟลเดอร์ที่เปิดทำงานอยู่ตอนนั้น |
| Codex | ~/.codex/sessions/ | ไฟล์บันทึกที่เรียงในโฟลเดอร์ตามวันที่ |
| Cursor CLI | ~/.cursor/chats/ | โฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อด้วยชุดตัวอักษรของแต่ละแชต |
| Kiro CLI | ~/.kiro/sessions/cli/ | กองรวมอยู่ในโฟลเดอร์เดียว ไม่มีโฟลเดอร์ย่อย |
ทุกบรรทัดที่เคยพิมพ์ลงไปยังอยู่ครบในเครื่องตัวเอง แต่ไฟล์อยู่ในแบบที่ค้นหายาก ไม่มีหัวข้อ ไม่มีป้ายกำกับ และกระจายอยู่คนละที่ตามแต่ละยี่ห้อ ใช้ไปสักสองสามสัปดาห์ก็มีบทสนทนาหลายสิบชุดกองอยู่ โดยแยกไม่ออกว่าชุดไหนคืองานอะไร ตรงนี้เองคือเหตุผลที่การกด resume ที่ติดมากับเอเจนต์อยู่แล้วช่วยได้แค่ครึ่งเดียว มันพากลับเข้าเซสชันได้จริง แต่ไม่ได้ช่วยตอบว่าเซสชันที่อยากกลับเข้าไปคืออันไหน
จอที่ไล่ tool call เร็วเกินอ่าน HUD ย่อให้เหลือแถบเดียว

HUD ไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่เอเจนต์ทำ แต่เปลี่ยนสิ่งที่จอแสดง แทนที่จะปล่อยให้ผลจากแต่ละ tool call ไหลลงมาเรื่อยๆ HUD ยุบผลทั้งหมดไว้ในแถบมาตรวัดที่คอยอัปเดตอยู่ในที่เดิม และเหลือบรรทัดสั้นๆ บอกว่าตอนนี้เอเจนต์ทำอะไรอยู่ บรรทัดนั้นขึ้นเป็นคำสั้นๆ อย่าง READ ตอนอ่านไฟล์ EDIT ตอนแก้ไฟล์ EXEC ตอนรันคำสั่ง NET ตอนออกไปค้นเน็ต และ AGENT ตอนแบ่งงานให้เอเจนต์ย่อย หรือ subagent ทำต่อ พอเอเจนต์ทำงานจบ คำตอบเต็มก็ค่อยกางออกมาให้อ่านทีเดียว

มาตรวัดที่เลือกให้ขึ้นบนแถบได้มีหลายตัว MDL บอกรุ่นของเอเจนต์ที่กำลังใช้ · MODE บอกว่าเอเจนต์ได้รับอนุญาตให้ทำอะไรและถูกจำกัดไว้แค่ไหน · MSG นับจำนวนข้อความ · T+ จับเวลาที่ผ่านไป · TOK นับปริมาณข้อความที่เอเจนต์เขียนออกมาเป็นโทเคน · AGT บอกว่ามีเอเจนต์ย่อย หรือ subagent กี่ตัวที่ยังทำงานค้างอยู่ · CTX บอกว่าปริมาณข้อมูลจากบทสนทนาที่เอเจนต์กำลังจำไว้ถูกใช้ไปเท่าไร · ส่วน USD บอกค่าใช้จ่ายของเซสชัน เฉพาะกรณีที่ระบบนั้นรายงานตัวเลขออกมาเอง
การเลือกว่าจะให้ตัวไหนขึ้นและขึ้นเรียงอย่างไร สั่งได้ด้วย /gauges mdl,msg,tok,t แล้ว HUD จะจำค่าที่ตั้งไว้ให้ในไฟล์ตั้งค่าของตัวเอง
จุดที่คนใช้จริงน่าจะติดใจที่สุดคือช่องพิมพ์ไม่เคยถูกล็อก ตอนที่เอเจนต์ยังทำงานไม่เสร็จ พิมพ์ข้อความแล้วกด enter ได้เลย ข้อความจะไปต่อคิวรอ และส่งออกทันทีที่คำตอบรอบนี้ลงจอ ส่วนถ้าเปลี่ยนใจกลางทาง กด esc เพื่อขัดจังหวะรอบที่กำลังทำงานได้ โดยเซสชันเดิมยังอยู่
พิมพ์คำสั่ง /hud แล้ว HUD จะพาข้ามไปที่จอรับคำสั่งแบบเต็มของเครื่องมือนั้นทันที และยังเป็นเซสชันเดิม ไม่ได้เริ่มใหม่ พอออกจากจอเต็มก็กลับมาที่ HUD ได้เหมือนเดิม การสลับไปมาระหว่างสองจอนี้ไม่มีอะไรตกหล่น
เบื้องหลัง HUD ไม่ได้แยกสำเนาหรือแก้ตัวโปรแกรมรับคำสั่งของค่ายไหนเลย มันเปิดโปรแกรมของค่ายนั้นให้ทำงานอยู่เบื้องหลังโดยไม่แสดงหน้าจอ แล้วอ่านรายการเหตุการณ์ที่โปรแกรมส่งออกมาเพื่อขึ้นข้อมูลบนแถบมาตรวัด การกลับเข้าเซสชันเดิมก็ใช้คำสั่ง resume ที่ค่ายนั้นทำไว้อยู่แล้ว วิธีนี้ทำให้ HUD รองรับเอเจนต์เขียนโค้ดได้ทั้ง Claude Code · Codex และ OpenCode โดยไม่ต้องรอให้ค่ายไหนแก้อะไร
ติดตั้งด้วยคำสั่งเดียว
npm install -g adrida/hud-mode && hud installHUD ต้องใช้ Node 18 ขึ้นไปเพื่อทำงาน และเครื่องต้องมี Claude Code, Codex หรือ OpenCode ติดตั้งไว้แล้วอย่างน้อยหนึ่งตัว สัญญาอนุญาตเป็น MIT
งานเมื่อวานหาไม่เจอ Wallfacer รวมสี่ยี่ห้อไว้ในรายการเดียว
Wallfacer อ่านที่เก็บของทั้งสี่ยี่ห้อในตารางข้างบน แล้วนำทุกเซสชันมาเรียงเป็นรายการเดียว โดยเอาอันที่เพิ่งใช้ล่าสุดขึ้นก่อน จากนั้นเราตั้งชื่อให้แต่ละเซสชัน ติดแท็ก และจัดเข้าโปรเจกต์ได้ เวลาหางานก็ค้นได้ทั้งจากชื่อที่ตั้งไว้ ประโยคแรกที่พิมพ์ลงไปในเซสชันนั้น โฟลเดอร์ที่ทำงานอยู่ แท็ก และชื่อโปรเจกต์ เมื่อเจอแล้วกด enter ก็กลับเข้าเซสชันนั้นได้จากที่ไหนก็ตาม

Wallfacer เปิดไฟล์ของเอเจนต์ขึ้นมาอ่านเท่านั้น และไม่แก้อะไรในไฟล์เหล่านั้นเลย ส่วนชื่อ แท็ก และโปรเจกต์ที่เราตั้งขึ้นมาเองจะอยู่ในฐานข้อมูลแยกของ Wallfacer ที่ ~/.local/share/wallfacer/ ถ้าวันหนึ่งลบฐานข้อมูลนั้นทิ้ง สิ่งที่หายไปคือชื่อกับแท็ก ส่วนบทสนทนาเดิมยังอยู่ครบที่เดิม
เซสชันที่เริ่มจากเทอร์มินัลอื่นจะโผล่เข้ามาในรายการเอง ไม่ต้องสั่งนำเข้าอะไรเลย ส่วนการลบก็ไม่ได้ลบทันที คำสั่ง rm ย้ายเซสชันไปถังขยะของ Wallfacer ก่อน ต้องเติม --purge ถึงจะลบถาวร เอเจนต์บางยี่ห้อกระจายเซสชันเดียวออกเป็นหลายไฟล์ อย่าง Kiro CLI ที่แยกทั้งตัวบทสนทนา ไฟล์ข้อมูลประกอบ ประวัติคำสั่งที่พิมพ์ และโฟลเดอร์งานชั่วคราว ทั้งชุดนั้นก็ย้ายตามกันไปทีเดียว
Wallfacer ใช้งานได้สองแบบ แบบแรกคือจอเต็มที่เลื่อนเลือกด้วยคีย์บอร์ด อีกแบบคือคำสั่งบรรทัดเดียวที่มี --json ให้ส่งข้อมูลต่อไปใช้ในชุดคำสั่งอื่นได้ ทั้งสองแบบอ่านและเขียนฐานข้อมูลเดียวกัน ตั้งชื่อจากแบบหนึ่งแล้วอีกแบบจึงเห็นทันที
ลงบนเครื่อง macOS กับ Linux ได้ทาง Homebrew
brew tap pradipta/wallfacer
brew install pradipta/wallfacer/wallfacerหรือถ้าอยากติดตั้งจากโค้ดต้นฉบับก็ใช้ go install github.com/pradipta/wallfacer@latest การติดตั้งวิธีนี้ต้องมี Go 1.22 ขึ้นไป ตอนนี้รองรับ Claude Code · Cursor CLI · Kiro CLI และ Codex ส่วน OpenCode ยังอยู่ในแผนและยังไม่ได้เริ่มทำ
ลุกไปทำอย่างอื่น MOTHER เรียกกลับมาตอบ Claude Code ได้
MOTHER เป็นแอปบน macOS ที่เปิด Claude Code อยู่ภายในแอปของตัวเอง จุดต่างจากเทอร์มินัลอื่นเป็นเรื่องเล็กแต่ตรงจุด ทุกครั้งที่ Claude Code ต้องการคำตอบจากคนระหว่างที่เราเดินไปทำอย่างอื่น ตัวอักษร M บนแถบเมนูด้านบนจะติดไฟ แอปจะส่งการแจ้งเตือน และส่งเสียงด้วยถ้าเปิดไว้

หน้าแรกของแอปคือแผงเปิดงาน ตรงนั้นมีโปรเจกต์ที่เพิ่งทำล่าสุด ช่องเลือกรุ่น ปุ่มเปิดโหมดวางแผน หรือ plan mode และทางลัดคลิกเดียวสำหรับกลับเข้าเซสชันเดิม ข้างในเป็นเทอร์มินัลของจริงที่เปิดได้หลายแท็บและแบ่งจอได้ จะใช้พิมพ์คำสั่งทั่วไปโดยไม่เรียก Claude Code ขึ้นมาเลยก็ยังได้ และถ้าลากไฟล์มาวางบนเซสชัน แอปจะพิมพ์ตำแหน่งของไฟล์นั้นพร้อมเครื่องหมายคำพูดครบลงบนบรรทัดคำสั่งให้เอง
เวอร์ชัน 1.1 เพิ่มมาสองอย่างที่คนทำเว็บน่าจะได้ใช้บ่อย อย่างแรกคือช่องพรีวิว กดแล้วเบราว์เซอร์จะแบ่งจอมาอยู่ข้างเซสชัน โดยยังพิมพ์ต่อในเซสชันเดิมได้ ช่องนี้รองรับหน้าเว็บที่รันอยู่ในเครื่อง ทั้งโปรเจกต์ Vite และ Next และอัปเดตหน้าพรีวิวทันทีเมื่อโค้ดเปลี่ยน Claude Code เองก็สั่งเปิดหน้าเว็บในช่องนั้นได้ อย่างที่สองคือเปลี่ยนรุ่นของเอเจนต์ได้ทันทีบนเซสชันที่กำลังทำงานอยู่ คลิกที่ช่อง MODEL แล้วเลือกว่าจะให้ Claude Code ใช้รุ่น Opus, Sonnet หรือ Haiku เบื้องหลัง MOTHER จะส่ง /model ไปให้ Claude Code แล้วป้ายบนหน้าจอจะเปลี่ยนไปตามรุ่นที่ใช้อยู่จริง
ราคาที่ต้องรู้ก่อนกดติดตั้ง
สิ่งที่ทั้งสามตัวไม่ได้เพิ่มให้คือความสามารถของเอเจนต์ โค้ดที่ออกมาก่อนติดตั้งกับหลังติดตั้งเป็นโค้ดชุดเดียวกัน เครื่องมือทุกตัวเน้นเรื่องเดียว คือทำให้คนมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและจัดของที่มีอยู่ให้เป็นระเบียบ
MOTHER เป็นของเสียเงิน ราคา 9.99 ดอลลาร์แบบจ่ายครั้งเดียว หรือ 22.99 ดอลลาร์ถ้าซื้อรวมทั้งชุดสี่แอป และใช้ได้เฉพาะบน macOS เท่านั้น
ส่วน HUD ตอนสั่ง hud install จะเข้าไปแก้ของในเครื่องหลายที่ ควรรู้ไว้ก่อนกด
- โฟลเดอร์ใหม่ที่
~/.claude/skills/hud/ - การตั้งค่าที่ HUD เพิ่มเข้าไปใน
~/.claude/settings.jsonโดยสำรองไฟล์เดิมไว้เป็น.hud-backup - ไฟล์คำสั่งของ Codex ที่
~/.codex/prompts/hud.md - ส่วนที่คั่นด้วยเครื่องหมายกำกับภายใน
~/.codex/AGENTS.md - ไฟล์คำสั่งของ OpenCode ที่
~/.config/opencode/commands/hud.md
ทั้งหมดนี้ลบการติดตั้งออกได้ด้วย hud uninstall แต่คนที่ตั้งค่าเครื่องตัวเองไว้ละเอียดควรอ่านรายการข้างบนให้จบก่อนสั่งติดตั้ง
ข้อสุดท้ายที่ต้องดูคืออายุของเครื่องมือ ทั้งสามตัวเพิ่งออกมาได้ไม่กี่วัน ยังไม่มีใครใช้ต่อเนื่องนานพอจะรู้ว่ามันทนงานหนักได้แค่ไหน คนที่ใช้เอเจนต์ทำงานส่งลูกค้าจึงควรลองกับโปรเจกต์ที่พังแล้วไม่เดือดร้อนก่อน อีกเรื่องคือหน้าโปรเจกต์ของทั้ง Wallfacer และ HUD ไม่ได้เขียนไว้ตรงไหนเลยว่ารองรับ Windows
อาการไหนควรลงตัวไหน

| อาการที่เจอ | ตัวที่ตรงกับอาการ |
|---|---|
| จอไล่ tool call เร็วจนตามไม่ทันตอนเอเจนต์กำลังทำงาน | HUD |
| กลับไปหางานเมื่อวานแล้วแยกไม่ออกว่าเซสชันไหนคืออะไร | Wallfacer |
| เปิดหลายเซสชันบนเครื่องแมคแล้วอยากรู้ว่าตัวไหนกำลังเรียกหา | MOTHER |
| ใช้ Claude Code · Codex และ Cursor CLI ปนกันในวันเดียว | Wallfacer มีตัวเดียวที่ไล่เก็บประวัติจากหลายยี่ห้อมารวมกัน |
| ไม่ได้ใช้เครื่องแมค | เหลือ HUD กับ Wallfacer ให้เลือก |
ข้อมูลที่มีเทียบได้แค่หน้าที่ของแต่ละตัวกับเงื่อนไขที่ต้องมี ยังไม่มีใครทดสอบสามตัวนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน จึงยังบอกไม่ได้ว่าตัวไหนทำงานได้ดีกว่ากัน และไม่มีตัวไหนที่ลงแล้วใช้แทนอีกสองตัวได้
ก่อนตัดสินใจว่าจะลงตัวไหน ลองเปิด ~/.claude/projects/ ขึ้นมานับไฟล์ในนั้นดูก่อน จำนวนไฟล์ที่เห็นช่วยให้รู้ว่าปัญหานี้สะสมไปมากแค่ไหนแล้ว
ที่มา:
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


