AI Tools ที่ผมใช้จริงทุกวัน ไม่ใช่ลิสต์ 50 ตัวที่ไม่มีใครใช้
มีช่วงหนึ่งที่ผมโหลด AI tools ใหม่เกือบทุกสัปดาห์
ตัวนี้เปิดตัวมา Product Hunt อันดับหนึ่ง ต้องลอง ตัวนั้นคนบน X รีวิวกันว่าเปลี่ยนชีวิต ต้องสมัคร ตัวโน้นแจกฟรีสามเดือน ไม่ลองก็เสียดาย
Bookmark เต็ม folder ชื่อ "AI Tools" ที่ไม่เคยเปิดกลับไปดูอีกเลย
มันเหมือนซื้อหนังสือมากองข้างเตียง อ่านหน้าแรกแล้ววาง บอกตัวเองว่าจะกลับมาอ่าน แต่ไม่เคยกลับมา
จนวันหนึ่งผมหยุดโหลดของใหม่ แล้วถามตัวเองว่า ตัวที่ใช้จริงๆ ทุกวันจริงๆ มีอะไรบ้าง
คำตอบสั้นกว่าที่คิดมาก
ความต่างระหว่าง "ลอง" กับ "ใช้"
มีเส้นแบ่งบางๆ อยู่เส้นหนึ่งระหว่างการ "ลอง" กับการ "ใช้" tool สักตัว
การลอง คือเปิดมา กดไปเรื่อย รู้สึกว้าว แล้วก็ปิด ไม่เคยกลับมาเปิดอีก
การใช้ คือมันเข้ามาอยู่ใน workflow ของเราจนถ้าวันไหนเปิดไม่ได้ เราจะรู้สึกว่าขาดอะไรไป
Tools ที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ไม่ใช่ tools ที่ดีที่สุดในโลก ไม่ใช่ tools ที่ชนะ benchmark ทุกตัว แต่เป็น tools ที่เข้ากับวิธีทำงานของผม ที่ทำให้ผมทำงานได้เร็วขึ้น ดีขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด
Claude Code สำหรับเขียน code
ถ้าถามว่าตอนนี้เขียน code ยังไง คำตอบคือผมแทบไม่ได้พิมพ์ code เองแล้ว
Claude Code เป็น tool ที่รันอยู่ใน terminal มันอ่าน codebase ทั้งหมด เข้าใจ context ของโปรเจกต์ แล้วเขียน code ให้ตามที่เราอธิบาย ไม่ใช่แค่ autocomplete ทีละบรรทัด แต่มันเข้าใจว่าเราต้องการอะไร วางโครงสร้างให้ เขียน test ให้ commit ให้ สร้าง PR ให้ ทำทุกอย่างที่ dev ทำ
ที่เลือก Claude Code ไม่ใช่เพราะมันเป็นของ Anthropic แต่เพราะคุณภาพ code ที่ได้ออกมามันดีจริง มันไม่ได้แค่ "ทำงาน" แต่ code ที่ได้มันอ่านรู้เรื่อง maintain ได้ structure ดี ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ต้องอยู่กับ codebase ไปอีกนาน
ผมเคยลอง Cursor, GitHub Copilot, Windsurf มาหมดแล้ว ล้วนแล้วแต่ดีในแบบของมัน แต่สิ่งที่ทำให้กลับมาใช้ Claude Code ทุกวันคือมันทำงานแบบ agentic ได้ดีที่สุด บอกมันว่า "fix bug นี้" หรือ "refactor ตรงนี้" แล้วมันจะไปอ่าน code เอง หาปัญหาเอง แก้เอง test เอง ไม่ต้องจูงมือ
เครื่องมือที่ดี ไม่ใช่เครื่องมือที่ทำให้เราทำงานได้มากขึ้น แต่คือเครื่องมือที่ทำให้เราโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ได้มากขึ้น
Claude Cowork สำหรับงาน research และ content
ถ้า Claude Code คือคู่หู coding ตัว Claude Cowork คือคู่หูทำงานอย่างอื่นทั้งหมด
Cowork รันบน desktop app ของ Claude มันเข้าถึงไฟล์ในเครื่องเราได้ ต่อ browser ได้ เขียนไฟล์ได้ ทำงานหลาย step ได้โดยไม่ต้องคอยสั่งทีละขั้น
ผมใช้มันทำ research ให้ หาข้อมูล สรุปเอกสาร เขียน content อย่างบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่ตอนนี้ก็ใช้ Cowork ช่วย ไม่ใช่ให้มันเขียนให้ทั้งหมด แต่ให้มันช่วยหาข้อมูล จัดโครงสร้าง แล้วผมเอามาเขียนใหม่ในแบบของตัวเอง
สิ่งที่ชอบมากคือมันทำ scheduled tasks ได้ สั่งให้มันทำงานบางอย่างเป็นประจำทุกวัน ทุกสัปดาห์ โดยไม่ต้องเปิดมาสั่งเอง เหมือนมีผู้ช่วยคนหนึ่งที่ทำงานให้เงียบๆ
Gemini กับ ChatGPT สำหรับ brainstorm ไอเดีย
บางคนอาจสงสัยว่าทำไมใช้ Claude เป็นหลักแล้วยังใช้ Gemini กับ ChatGPT อีก
เหตุผลง่ายมาก ถ้าคุณถามคนๆ เดียวตลอด คุณจะได้มุมมองแบบเดิมๆ การถาม AI หลายตัวเหมือนการถามเพื่อนหลายคน แต่ละคนมีจุดแข็งต่างกัน
Gemini 3 Pro เก่งเรื่อง reasoning ลึก เวลาถามปัญหาซับซ้อนที่ต้องคิดหลายชั้น มันให้คำตอบที่ละเอียดและมีมุมมองที่แปลกใหม่บ่อยครั้ง ส่วน ChatGPT เก่งเรื่องความรวดเร็วและความหลากหลาย ถามอะไรก็ตอบได้เร็ว เหมาะสำหรับ brainstorm ไอเดียแบบหว่านแห
ผมไม่ได้ภักดีกับ AI ตัวไหน ผมภักดีกับผลลัพธ์ ถ้าวันไหน tool ตัวไหนให้คำตอบที่ดีกว่า ผมก็ใช้ตัวนั้น
AI ไม่ใช่ศาสนาที่ต้องเลือกนับถือแค่ตัวเดียว ใช้ให้ถูกงาน สำคัญกว่าใช้ให้ถูกแบรนด์
Kimi สำหรับงานทั่วไปผ่าน OpenClaw
Kimi เป็นตัวที่หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ มันเป็น AI จาก Moonshot AI ที่น่าสนใจตรงที่มันต่อกับ OpenClaw ได้
OpenClaw เป็นระบบที่ทำให้ AI assistant ทำงานได้ 24 ชั่วโมงบน cloud โดยไม่ต้องเปิดเครื่อง ไม่ต้อง set up อะไรซับซ้อน แค่กดปุ่มเดียว Kimi จัด deploy ให้หมด
ผมใช้ Kimi สำหรับงานทั่วไปที่ไม่ต้องการคุณภาพระดับ production ส่ง task ให้มันทำงาน automation ต่างๆ ดึงข้อมูล จัดการไฟล์ ทำงานซ้ำๆ ที่ไม่อยากทำเอง
มันเหมือนมีพนักงานอีกคนที่รับงาน routine ไป ทำให้เรามีเวลาไปทำงานที่ต้องใช้ความคิดมากกว่า
ElevenLabs สำหรับงานเสียง
ถ้าพูดถึง AI voice ตอนนี้ ElevenLabs อยู่คนละลีกกับตัวอื่น
เสียงที่ได้จาก ElevenLabs ไม่ได้ฟังแล้วรู้ว่าเป็น AI อ่าน มันมีอารมณ์ มีจังหวะ มีการเน้นเสียงที่เป็นธรรมชาติ ถอนหายใจได้ กระซิบได้ หัวเราะได้
ผมใช้มันทำ voiceover สำหรับ content ต่างๆ ทำ podcast ทำเสียงบรรยาย ทำ audio content ภาษาไทยก็ได้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากเพราะ AI voice ส่วนใหญ่ทำภาษาไทยได้ไม่ดี แต่ ElevenLabs ทำได้ในระดับที่ใช้งานจริงได้ ใครอยากลองใช้ดูลองสมัครได้ที่นี่ ลองฟรีได้เลย
เสียงเป็นสื่อที่เข้าถึงคนได้ลึกกว่าตัวอักษร AI ที่พูดได้เป็นธรรมชาติ เปิดประตูให้ content เข้าถึงคนที่ไม่ชอบอ่านได้ด้วย
ไม่ใช่จำนวน tools ที่สำคัญ
ย้อนกลับไปที่ folder bookmark "AI Tools" ที่มีสิบกว่าตัว ตอนนี้ผมลบไปเกือบหมดแล้ว
เหลือแค่หกตัวที่เล่ามา ไม่ใช่เพราะตัวอื่นไม่ดี แต่เพราะหกตัวนี้เพียงพอแล้วสำหรับงานที่ทำ
บทเรียนที่ได้คือ อย่าเริ่มจากการหา tools ที่ดีที่สุด เริ่มจากถามว่าเรามีปัญหาอะไร แล้วหา tool ที่แก้ปัญหานั้นได้ดีที่สุด
ถ้าวันไหนมี tool ใหม่ที่ดีกว่า ผมก็พร้อมเปลี่ยน ไม่มีอะไรที่ต้องยึดติด
เราไม่ได้ถูกวัดจากจำนวน tools ที่มี แต่ถูกวัดจากงานที่ทำออกมา
สุดท้าย tools เป็นแค่เครื่องมือ คนที่ใช้มันต่างหากที่สำคัญ
บทความที่เกี่ยวข้อง

Mac Mini สองหมื่นที่ซื้อมารัน OpenClaw กำลังจะกลายเป็นที่วางแจกัน
ซื้อ Mac Mini มาเปิดทิ้งรัน OpenClaw แล้ว Anthropic ก็ปล่อย Claude Code Channels ทำแบบเดียวกันได้ เงินสองหมื่นนั้นคุ้มไหม


ที่ปรึกษา 8 คนจาก Harvard และ Oxford ค้านเอกฉันท์ แต่ OpenAI ดัน ChatGPT Adult Mode ต่อ
ที่ปรึกษา 8 คนค้านเอกฉันท์ VP ถูกไล่ออก ระบบยืนยันอายุรั่ว 12% แต่ OpenAI ยังดัน Adult Mode ต่อ เมื่อกำไรชนกับ safety ใครจะชนะ


ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น!