Anthropic ถูก Pentagon แบน เพราะไม่ยอมให้ AI สอดแนมประชาชน แล้วพนักงาน OpenAI กับ Google ก็ลุกขึ้นสู้
เกาะติดเหตุการณ์ Pentagon แบน Anthropic เพราะไม่ยอมให้ AI ถูกใช้สอดแนมประชาชน จนพนักงาน OpenAI และ Google ลุกขึ้นเคลื่อนไหว พร้อมไทม์ไลน์ครบและเหตุผลที่คนไทยควรตามเรื่องนี้
ถ้าบริษัท AI ที่คุณใช้งานอยู่ทุกวันต้องเผชิญคำสั่งแบนจากรัฐบาล เพียงเพราะปฏิเสธไม่ยอมให้กองทัพนำโมเดลไปใช้สอดแนมประชาชนและควบคุมระบบอาวุธอัตโนมัติ คุณจะเลือกอยู่ข้างไหน
นี่ไม่ใช่เรื่องแต่งในนิยายไซไฟ แต่เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับ Anthropic ผู้สร้าง Claude ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026
และคลื่นกระเพื่อมหลังจากนั้น ได้ดึงให้วิศวกรและนักวิจัยจากบริษัทคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Google ลุกขึ้นมาร่วมแสดงจุดยืนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
จุดเริ่มต้นความขัดแย้ง: Anthropic ปะทะ Pentagon
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ต้องการจัดซื้อโมเดล AI จากภาคเอกชน ซึ่งรวมถึง Claude ของ Anthropic เพื่อนำไปใช้งานด้านความมั่นคง โดยเพนตากอนยื่นเงื่อนไขว่าต้องสามารถใช้งานได้ใน "ทุกวัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมาย" (all lawful purposes)
ทาง Anthropic ยืนยันว่าพร้อมร่วมงานกับหน่วยงานรัฐ แต่ขอขีดเส้นแดงทางจริยธรรม 2 ข้อเด็ดขาด คือ ห้ามนำ AI ไปใช้สอดแนมข้อมูลมวลชนของประชาชน (Mass Domestic Surveillance) และห้ามนำไปควบคุมระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติโดยไร้มนุษย์ควบคุม (Fully Autonomous Weapons)
Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จึงเรียก Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic เข้าพบ พร้อมยื่นคำขาดให้เวลาถึงวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อยอมปลดล็อกเงื่อนไข Guardrails ทั้งหมด มิฉะนั้นจะถูกดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด
แต่ทาง Anthropic เลือกที่จะยืนหยัดในจุดยืนเดิมและปฏิเสธที่จะถอย
คำสั่งแบนจาก Pentagon และผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 Hegseth ได้ประกาศขึ้นบัญชี Anthropic ให้เป็น "ความเสี่ยงต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานแห่งชาติ" (Supply Chain Risk to National Security) ซึ่งส่งผลให้คู่สัญญารัฐและบริษัทในเครือข่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ ทั้งหมด ถูกสั่งห้ามทำธุรกรรมหรือใช้บริการโมเดลของ Anthropic โดยสิ้นเชิง
มาตรการนี้มีความรุนแรงกว่าการยกเลิกสัญญาจัดซื้อทั่วไป เพราะกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีและคู่ค้ารายอื่นๆ ที่มีสัญญาร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ และใช้งานระบบของ Anthropic อยู่ในปัจจุบัน
Anthropic เดินหน้าฟ้องศาลรัฐบาลกลาง
ในวันที่ 9 มีนาคม 2026 Anthropic ตอบโต้ด้วยการยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ 2 คดีพร้อมกันต่อศาลรัฐบาลกลาง โดยระบุว่าการกระทำของเพนตากอนเป็นการใช้อำนาจเพื่อกลั่นแกล้งและตอบโต้บริษัทอย่างไม่เป็นธรรม เพียงเพราะบริษัทยึดมั่นในหลักการความปลอดภัยของ AI
ในคำฟ้องระบุว่า หากเพนตากอนไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขการใช้งาน ก็ชอบที่จะยกเลิกสัญญาแล้วไปจัดซื้อจากผู้ให้บริการรายอื่น แต่การนำข้อหาความมั่นคงมาขึ้นบัญชีดำเช่นนี้ ถือเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตเพื่อบีบบังคับภาคเอกชน
ความเคลื่อนไหวของ OpenAI และ Google
หลังจาก Anthropic ถูกสั่งแบน ทาง OpenAI ได้เข้าทำข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนกระทั่ง Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ออกมายอมรับในภายหลังว่าดีลดังกล่าวดูฉวยโอกาสและขาดความรอบคอบ (Opportunistic and Sloppy)
อย่างไรก็ตาม Altman ยืนยันว่า OpenAI ยังคงยึดถือเส้นแดงเรื่องการห้ามนำไปใช้สอดแนมมวลชนและระบบอาวุธอัตโนมัติเช่นกัน โดยจะสร้างระบบป้องกันทางเทคนิคเพิ่มเติม และส่งวิศวกรเข้าไปกำกับดูแลการใช้งานอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในฝั่งพนักงานเทคก็ร้อนแรงขึ้น โดยพนักงานของ Google กว่า 300 คน และพนักงาน OpenAI อีกกว่า 60 คน ได้ร่วมกันลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้ผู้บริหารของตนออกมาแสดงจุดยืนปกป้อง Anthropic และสนับสนุนกรอบความปลอดภัยของ AI
การยื่น Amicus Brief นำโดย Jeff Dean
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม 2026 เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร AI ชั้นนำ 37 คนจาก OpenAI และ Google DeepMind นำโดย Jeff Dean หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Google DeepMind ได้รวมตัวกันยื่นคำร้องต่อศาลในฐานะบุคคลภายนอก (Amicus Brief) เพื่อสนับสนุนคำฟ้องของ Anthropic
เอกสารคำร้องระบุว่า การใช้อำนาจขึ้นบัญชีดำเช่นนี้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบนิเวศทางวิชาการและอุตสาหกรรม AI ทั้งหมด และจะสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวจนผู้เชี่ยวชาญไม่กล้าหยิบยกประเด็นความเสี่ยงทางจริยธรรมขึ้นมาพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา
นี่เป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง เมื่อบุคลากรระดับหัวแถวของบริษัทคู่แข่งออกมาประสานเสียงเพื่อปกป้องบรรทัดฐานจริยธรรมของวงการ
นัยสำคัญต่อผู้ใช้งานและวงการเทคโนโลยีไทย
แม้คดีนี้จะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่ผลการตัดสินจะส่งผลกระทบต่อทิศทางของ AI ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
หาก Anthropic แพ้คดี จะกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่าภาครัฐมีอำนาจสั่งให้ผู้พัฒนา AI ปลดระบบควบคุมความปลอดภัยออกได้ตามต้องการ ซึ่งอาจนำไปสู่การนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน
แต่หาก Anthropic ชนะ จะเป็นการยืนยันสิทธิ์ของบริษัทเทคโนโลยีในการกำหนดขอบเขตทางจริยธรรม และปฏิเสธการนำเครื่องมือไปใช้ในภารกิจที่เป็นอันตรายต่อสังคม
สำหรับประเทศไทยที่กำลังยกร่างแนวทางธรรมาภิบาล AI คดีนี้จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญในการหาจุดสมดุลระหว่างความมั่นคงของรัฐ สิทธิเสรีภาพของประชาชน และจริยธรรมของผู้สร้างเทคโนโลยี
ไทม์ไลน์สรุปเหตุการณ์สำคัญ
- 16 กุมภาพันธ์ 2026: สำนักข่าว Axios รายงานว่าเพนตากอนเริ่มกดดันให้ Anthropic ปลดล็อกข้อกำหนดการใช้งาน
- 24 กุมภาพันธ์ 2026: Pete Hegseth เรียก Dario Amodei เข้าพบ และยื่นคำขาดให้ยอมถอยภายในวันศุกร์
- 27 กุมภาพันธ์ 2026: พนักงาน Google กว่า 300 คน และ OpenAI กว่า 60 คน ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกสนับสนุน Anthropic
- 28 กุมภาพันธ์ 2026: Hegseth ประกาศขึ้นบัญชี Anthropic เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคง ขณะที่ OpenAI บรรลุข้อตกลงกับเพนตากอนในวันเดียวกัน
- 2 มีนาคม 2026: Sam Altman ยอมรับว่าการเซ็นสัญญากับเพนตากอนดูฉวยโอกาสและเร่งรีบเกินไป พร้อมประกาศเพิ่มมาตรการกำกับดูแล
- 4 มีนาคม 2026: สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลายแห่งส่งหนังสือแสดงความกังวลถึงผลกระทบจากการขึ้นบัญชีดำ
- 9 มีนาคม 2026: Anthropic ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง ขณะที่ Jeff Dean นำทีมนักวิจัย 37 คนยื่น Amicus Brief สนับสนุน
แหล่งอ้างอิง
- TechCrunch: OpenAI and Google employees rush to Anthropic's defense
- TechCrunch: Anthropic sues Defense Department
- Axios: Hegseth gives Anthropic until Friday
- CBS News: Hegseth declares Anthropic a supply chain risk
- TechCrunch: Sam Altman announces Pentagon deal
- TechCrunch: Google and OpenAI employees open letter
- NPR: Anthropic sues Trump administration
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
ChatGPT Work ฉบับเข้าใจง่าย มอบงานให้ AI ทำจนจบ ตั้งแต่งานแรกจนถึงงานอัตโนมัติ พร้อม workflow ใช้ได้จริง 8 แบบ
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


