เอกสาร Claude Code ระบุว่า Anthropic เพิ่มฟีเจอร์ Agent View ในรุ่น v2.1.139 หรือใหม่กว่า เปิดได้ด้วยคำสั่ง claude agents เพื่อ dispatch และดูแล background session ของ Claude Code หลายตัวจากหน้าจอเดียว ฟีเจอร์นี้เปลี่ยน mental model ของการใช้ Claude Code จากเดิมที่ผูก 1 terminal ต่อ 1 session เป็นรูปแบบที่มี supervisor process รัน session หลายตัวอยู่เบื้องหลัง ผู้ใช้จึงเปิด table ดูได้ทันทีว่า session ไหนกำลังทำงาน รอ input หรือเสร็จแล้ว

เอกสาร Claude Code เน้นว่า background session ทุกตัวเป็นบทสนทนา Claude Code เต็มรูปแบบ รันต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องผูกกับ terminal ผู้ใช้ปิด agent view แล้วกลับมาเปิดใหม่ทีหลังก็ยังเจอ session เดิมรออยู่ ส่วนฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในสถานะ research preview ทำให้ interface และ keyboard shortcut อาจเปลี่ยนได้ในรุ่นถัดไป

1. Agent View คืออะไร และใช้ทำอะไรได้บ้าง

เอกสารระบุว่า Agent View คือ "หน้าจอเดียวสำหรับทุก background session" โดยรวมข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องเห็นไว้ในที่เดียว ทั้ง session ที่กำลังทำงาน รอ input และทำงานเสร็จแล้ว เมื่อรันคำสั่ง claude agents agent view จะ takeover terminal ทั้งจอ แล้วแสดง table ที่ group session ตามสถานะ พร้อม input ด้านล่างสำหรับ dispatch task ใหม่

ตามคำอธิบายในเอกสาร Claude Code use case หลักของ agent view คือเวลาที่ผู้ใช้มีงานหลายงานให้ Claude ลงมือทำเองได้โดยไม่ต้องเฝ้าทุก step ตัวอย่างในเอกสารคือการ dispatch งาน 3 รายการพร้อมกัน: รายการแรกแก้บัก รายการที่สองทำ pull request review และรายการที่สามไล่ปัญหา flaky test งานทั้งสามจะขึ้นเป็น 3 row ใน table ผู้ใช้จึงไปทำงานอื่นในอีกหน้าต่างได้ แล้วค่อยกลับมาดูเฉพาะ row ที่ต้องการ input หรือมีผลลัพธ์ออกมา

สำหรับ version requirement เอกสารระบุชัดว่า Agent View ต้องใช้ Claude Code v2.1.139 หรือใหม่กว่า ผู้ใช้ตรวจสอบรุ่นที่ติดตั้งได้ด้วยคำสั่ง claude --version ถ้าเป็นรุ่นเก่ากว่านี้ claude agents อาจ list subagent แทนที่จะเปิด agent view ในกรณีนั้น เอกสารแนะนำให้รัน claude update เพื่ออัปเดตเป็นรุ่นล่าสุด

Note: ฟีเจอร์นี้ยังอยู่ใน research preview ตามที่เอกสารระบุไว้ interface, keyboard shortcut และพฤติกรรมบางส่วนอาจเปลี่ยนได้เมื่อฟีเจอร์โตขึ้น

2. Mental Model: Supervisor Process และ Background Session

แกนหลักของ Agent View ตามที่เอกสาร Claude Code อธิบายคือสถาปัตยกรรมแบบ supervisor process เอกสารระบุว่า background session ทุกตัวที่ปรากฏใน agent view มี per-user supervisor process เป็นตัว host ซึ่งแยกจาก terminal ของผู้ใช้และจากตัว agent view เอง supervisor process นี้สตาร์ทอัตโนมัติครั้งแรกที่ผู้ใช้สร้าง background session หรือเปิด agent view โดยผู้ใช้ไม่ต้องดูแลเอง

เอกสาร Claude Code ระบุว่า background session ทุกตัวเป็น Claude Code process ของตัวเอง โดย supervisor process จะจัดการอายุของ process แต่ละตัว session ที่กำลังทำงาน รอ input หรือมี terminal ผูกอยู่จะยังคงทำงานต่อเนื่อง ส่วน session ที่เสร็จแล้วและไม่มีใครเปิดดูประมาณ 1 ชั่วโมง supervisor จะหยุด process เพื่อคืน resource แต่ transcript และ state ของ session ยังอยู่บน disk เมื่อผู้ใช้ attach, peek หรือตอบกลับครั้งถัดไป supervisor จะสตาร์ท process ใหม่จากจุดที่ค้างไว้

ตามที่เอกสารอธิบายไว้ Claude Code เก็บ session state ไว้ใต้ config directory ทำให้สถานะยังอยู่หลัง auto-update และการ restart ของ supervisor ถ้าเครื่องของผู้ใช้ sleep หรือ shut down session ที่กำลังทำงานจะหยุด ผู้ใช้ restart ทั้งหมดพร้อมกันได้ด้วยคำสั่ง claude respawn --all

Architecture diagram แสดงโครงสร้าง supervisor process ที่ host หลาย Claude Code background session แต่ละ session เป็น process แยก, agent view เป็น UI layer ที่อ่าน state จาก supervisor, terminal ของผู้ใช้แยกจาก process tree

Pathเก็บข้อมูล
~/.claude/daemon.loglog ของ supervisor process
~/.claude/daemon/roster.jsonรายการ session ที่ running ใช้ reconnect หลัง restart
~/.claude/jobs/<id>/state.jsonstate ของ session แต่ละตัวที่แสดงใน agent view

เอกสารระบุเพิ่มเติมว่า supervisor process ยังเฝ้าดู Claude Code binary ที่ติดตั้งอยู่บน disk เพื่อ restart ตัวเองเป็น version ใหม่หลัง auto-updater เปลี่ยนไฟล์ binary การเฝ้าดูนี้เป็น local file watch ไม่ใช่ network check ส่วน background session ที่เป็น detached process จะยังทำงานต่อระหว่าง restart และ supervisor ตัวใหม่จะ reconnect กลับเข้ามาเอง

3. State Icons และ Pull Request Status: ภาษาภาพของ Agent View

เอกสาร Claude Code ระบุว่าทุก row ใน agent view เริ่มต้นด้วยไอคอนที่ใช้ทั้งสีและ animation บอกสถานะของ session การออกแบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้กวาดสายตาดู table ทั้งหน้าได้ในวินาทีเดียว รู้ว่า session ไหนต้องเข้าไปดู โดยไม่ต้องเปิด transcript ทีละ session

ตามที่เอกสารอธิบาย สีและ animation ของไอคอนสื่อถึงสถานะของ session 6 แบบ ได้แก่ Working เมื่อ Claude กำลัง run tool หรือ generate response และไอคอนมี animation, Needs input เมื่อ Claude รอคำถามเฉพาะหรือการตัดสินใจ permission จากผู้ใช้ โดยไอคอนเป็นสีเหลือง, Idle เมื่อ session ว่างและพร้อมรับ prompt ถัดไป โดยไอคอนเป็นสีจาง, Completed เมื่องานเสร็จสมบูรณ์และไอคอนเป็นสีเขียว, Failed เมื่องานจบด้วย error และไอคอนเป็นสีแดง และ Stopped เมื่อผู้ใช้สั่งหยุด session ด้วย Ctrl+X หรือ claude stop โดยไอคอนเป็นสีเทา

นอกจากสีแล้ว รูปทรงของไอคอนยังบอกสถานะของ process เบื้องหลังว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ โดยเอกสาร Claude Code ระบุไว้ว่า:

รูปทรงความหมาย
หรือ animated process ของ session ยังมีชีวิต ตอบกลับได้ทันที
process ออกไปแล้ว ผู้ใช้ยัง peek, reply หรือ attach ได้ Claude restart จากจุดที่ค้าง
session ที่รันด้วย /loop กำลัง sleep ระหว่างรอบ row จะแสดง run count และ countdown

Visual legend ของ session state icons ทั้ง 6 แบบ (Working/Needs input/Idle/Completed/Failed/Stopped) + 3 shape (✻/∙/✢) จัด layout เป็น grid พร้อมสีตามที่เอกสารระบุ เพื่อให้ผู้อ่าน decode ไอคอนใน agent view ได้ทันที

อีกหนึ่งภาษาภาพที่เอกสารพูดถึงคือ pull request status dot ซึ่งปรากฏที่ขอบขวาของ row เมื่อ session ของ Claude เปิด pull request dot นี้ link ไปยัง PR ใน terminal ที่รองรับ hyperlink เอกสาร Claude Code อธิบายว่า สีของ dot สะท้อนสถานะ PR: สีเหลืองหมายถึงรอ check, รอ review หรือ check fail สีเขียวหมายถึง check ผ่านแล้วและไม่มีการ review ที่ blocking สีม่วงหมายถึง merge แล้ว และสีเทาหมายถึง draft หรือปิดไป

เอกสารระบุเพิ่มว่า ถ้า session เดียวเปิด PR มากกว่าหนึ่งตัว จำนวน PR จะปรากฏหน้า dot และสีจะสะท้อนสถานะของ PR ตัวที่ต้องการความสนใจมากที่สุด ผู้ใช้จึงใช้ row ของ session เป็นจุดดู outcome ของงานได้โดยตรง โดยเฉพาะงาน review และ merge PR เมื่อ dot กลายเป็นสีเขียว

4. Dispatch 3 ทาง: Agent View Input, /bg และ claude --bg

เอกสาร Claude Code ระบุว่าผู้ใช้สร้าง background session ใหม่ได้ 3 ทาง แต่ละทางเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน ทำให้ workflow ยืดหยุ่นพอสำหรับทั้งคนที่ใช้ agent view เป็นจุดเริ่มต้น และคนที่อยู่ใน session ปกติแล้วต้องการสั่งงานเพิ่ม

ทางแรกคือพิมพ์ prompt ใน input ด้านล่างของ agent view แล้วกด Enter เอกสารอธิบายว่า session ใหม่จะตั้งชื่ออัตโนมัติจาก prompt ผู้ใช้ rename ทีหลังได้ด้วย Ctrl+R ถ้า prompt เริ่มต้นด้วยชื่อ subagent ที่ตั้งไว้ subagent นั้นจะรันเป็น main agent ของ session โดยใช้ configuration จาก frontmatter ของตัว subagent ทางที่สองคือใช้คำสั่ง /background หรือ alias /bg จากใน session ปกติ เพื่อย้ายบทสนทนาปัจจุบันให้กลายเป็น background session ทางที่สามคือสั่งจาก shell โดยตรงด้วย flag --bg ตามตัวอย่างในเอกสาร:

claude --bg "investigate the flaky SettingsChangeDetector test"

เอกสาร Claude Code ระบุว่าผู้ใช้ผสม flag เพิ่มได้ เช่น --agent เพื่อกำหนด subagent ที่จะรันเป็น main agent ของ session หรือ --name เพื่อตั้งชื่อ session ที่จะแสดงใน agent view แทนชื่อที่สร้างอัตโนมัติ หลัง dispatch เสร็จ Claude จะ print short ID ของ session พร้อมคำสั่งสำหรับดูแล session นั้นจาก shell

จุดสำคัญที่เอกสารเน้นคือการแยก file edit ของแต่ละ session ออกจากกัน เอกสารระบุว่า background session ทุกตัวไม่ว่าจะ dispatch จากทางใด จะเริ่มใน working directory ของผู้ใช้ ก่อนแก้ไฟล์ Claude จะย้าย session เข้าไปอยู่ใน isolated git worktree ใต้ .claude/worktrees/ ทำให้ session ที่รันพร้อมกันอ่าน checkout เดียวกันได้ แต่เขียนลง worktree ของตัวเองเท่านั้น Claude จะข้ามขั้นตอนนี้เมื่อ session อยู่ใต้ .claude/worktrees/ อยู่แล้ว เมื่อ working directory ไม่ใช่ git repository หรือเมื่อต้องเขียนไฟล์นอก working directory

เอกสารระบุเพิ่มเติมว่า worktree จะถูกลบเมื่อผู้ใช้ลบ session ดังนั้นต้อง merge หรือ push การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการเก็บไว้ก่อนลบ session ผู้ใช้ยังสั่งให้ subagent บางตัวรันใน worktree เสมอได้ โดยตั้ง isolation: worktree ใน frontmatter ของ subagent

5. Peek-and-Reply, Attach และ Detach: รูปแบบการตอบโต้ใหม่

เอกสาร Claude Code อธิบายว่า agent view ออกแบบ interaction loop มาเพื่อรองรับการดูแล session หลายตัวพร้อมกัน หัวใจของ loop นี้คือ peek panel ซึ่งผู้ใช้เปิดได้ด้วย Space บน row ที่เลือกไว้ panel นี้แสดงเฉพาะสิ่งที่ session ต้องการจากผู้ใช้, output ล่าสุด และ pull request ที่ session เปิดไว้ แทนการเปิด transcript เต็มที่ยาวกว่ามาก

ตามที่เอกสารระบุ การตอบโต้กับ session ส่วนใหญ่จบได้ในระดับ peek panel ผู้ใช้พิมพ์คำตอบใน panel แล้วกด Enter เพื่อส่งกลับไปยัง session โดยตรง ถ้า session ถามแบบ multiple-choice peek panel จะแสดง option ให้กดเลขเลือก ถ้า session ติดอยู่ระหว่างทาง ผู้ใช้กด Tab เพื่อให้ระบบเติมข้อความที่แนะนำลงใน input แล้วแก้ก่อนส่งได้ และถ้าต้องการส่ง bash command แทนข้อความ ให้ขึ้นต้น reply ด้วย ! ตามที่เอกสารระบุ

เมื่อผู้ใช้ต้องการ interact กับ session แบบเต็มรูปแบบ เอกสาร Claude Code อธิบายให้กด Enter หรือ บน row ที่เลือก agent view จะเปลี่ยนเป็น interactive session เต็มจอ เหมือนการรัน claude ใน directory นั้น เมื่อ attach Claude จะ post สรุปสั้นๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ผู้ใช้ไม่ได้ดู และระหว่าง attach ทุก command, keyboard shortcut และฟีเจอร์ของ Claude Code จะทำงานเหมือน session ปกติ

เอกสารยังระบุว่า เมื่อต้องการกลับมาที่ table ให้กด บน prompt ว่าง การ detach ไม่ได้หยุด session เพราะปุ่ม , Ctrl+C, Ctrl+D, Ctrl+Z และ /exit ทั้งหมดทำให้ session ยังรันต่อในเบื้องหลัง ส่วนการหยุด session จริงต้องสั่ง /stop จากภายใน session

Tip: หลัง dispatch หรือย้าย session ไป background แล้ว การกด บน prompt ว่างใช้ได้จากทุก Claude Code session ไม่ใช่เฉพาะ session ที่ attach มาจาก agent view คำสั่งนี้จะ background session ปัจจุบัน แล้วเปิด agent view พร้อม pre-select session นั้นไว้ ทำให้สลับ session ได้โดยไม่ต้องออกจาก terminal ผู้ใช้ปิดพฤติกรรมนี้ได้ใน /config

สำหรับการจัดระเบียบ row เอกสารระบุว่า agent view group session โดยให้ row ที่ต้องการ input อยู่ด้านบน ตามด้วย Ready for review (session ที่มี PR เปิดอยู่), Working และ Completed (รวม finished, failed และ stopped) ผู้ใช้สลับเป็น group by directory ได้ด้วย Ctrl+S, pin row ด้วย Ctrl+T, reorder ด้วย Shift+↑/Shift+↓ และลบ session ด้วยการกด Ctrl+X 2 ครั้งภายใน 2 วินาที

6. ข้อจำกัดและจุดที่ต้องระวัง

เอกสาร Claude Code ระบุว่า Agent View ยังอยู่ใน research preview และมีข้อจำกัดที่ผู้ใช้ควรพิจารณาก่อนนำไปใช้กับงานจริงในวงกว้าง ประเด็นแรกคือ rate limit: background session ใช้ quota ของ subscription เหมือน interactive session การรัน agent 10 ตัวพร้อมกันจึงใช้ quota เร็วกว่าการรัน 1 ตัวประมาณ 10 เท่า ผู้ใช้ที่ dispatch หลาย session พร้อมกันต้องคำนึงถึง quota ที่เหลือ

ประเด็นที่สองคือ session เป็น local กล่าวคือ background session ทำงานบนเครื่องของผู้ใช้และจะหยุดเมื่อเครื่อง sleep หรือ shut down ทำให้ session ที่กำลังทำงานอยู่กลายเป็น failed หลังเครื่องตื่นกลับมา ผู้ใช้ต้อง attach, peek หรือ reply เพื่อให้ session restart จากจุดที่ค้าง หรือใช้ claude respawn --all เพื่อ restart ทั้งหมดพร้อมกัน

ประเด็นที่สามตามที่เอกสาร Claude Code ระบุคือ worktree จะถูกลบไปพร้อมกับ session ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใน worktree ของ session ต้อง merge หรือ push ก่อนสั่งลบ session ตัวนั้น ถ้า worktree ถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้ cleanup ผู้ใช้ list ของที่เหลือได้ด้วย git worktree list ใน project directory แล้วลบทีละ entry ด้วย git worktree remove <path>

นอกจากนี้ เอกสารมี note สำคัญสำหรับองค์กรว่า โหมด bypassPermissions และ auto จะถูกปฏิเสธจนกว่าผู้ใช้จะยอมรับโหมดนั้นด้วยการรัน claude แบบ interactive อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะโหมดเหล่านี้อนุญาตให้ session ที่ผู้ใช้ไม่ได้ดูทำงานโดยไม่ต้องขออนุมัติ ผู้ดูแลระบบยังปิด agent view ทั้งหมดได้ผ่าน setting disableAgentView หรือ environment variable CLAUDE_CODE_DISABLE_AGENT_VIEW

Warning: ตามที่เอกสารระบุ row summary ที่ปรากฏใน agent view generate โดย Haiku-class model ผ่าน provider เดียวกับ session และ refresh ทุก 15 วินาทีระหว่างที่ session ทำงาน แต่ละ refresh เป็น request เล็กที่บันทึก usage ภายใต้ข้อตกลงเดียวกับ session ที่ใช้งานอยู่

ปิดท้าย เอกสาร Claude Code อธิบายว่า agent view เป็นเครื่องมือสำหรับสถานการณ์ที่ผู้ใช้ต้องการดูแลหลาย session พร้อมกัน ถ้าต้องการเปรียบเทียบ agent view กับวิธี run Claude แบบ parallel อื่นๆ เช่น subagents, agent teams และ worktrees ผู้สนใจดูต่อได้ที่หน้า "Run agents in parallel" ในเอกสารฉบับเดียวกัน รวมถึงตัวเลือก Claude Code on the web สำหรับการรัน session ใน managed cloud environment แทนการรัน local

ที่มา: เอกสาร Claude Code: Manage multiple agents with agent view (Anthropic, 2026-05-15)