eve เฟรมเวิร์กสร้าง AI agent จาก Vercel ที่ให้ไฟล์เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง
eve คือ open-source framework จาก Vercel ที่ทำให้ไฟล์แต่ละไฟล์ในโปรเจกต์กลายเป็นความสามารถของ AI agent โดยตรง น่าสนใจตรงที่งานยากอย่าง durable execution · sandbox · human-in-the-loop มีมาให้ครบตั้งแต่แรก ไม่ต้องประกอบเอง

eve คือโอเพนซอร์สเฟรมเวิร์กบนภาษา TypeScript จากค่าย Vercel สำหรับสร้าง AI agent โดยใช้แนวคิด filesystem-first กล่าวคือ "ชื่อไฟล์และตำแหน่งของโฟลเดอร์จะเป็นตัวกำหนดขอบเขตความสามารถของ agent โดยตรง" หากต้องการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ให้ agent เราแค่สร้างไฟล์ลงในโฟลเดอร์ที่กำหนด โดยไม่ต้องมานั่งเขียนโค้ดลงทะเบียนหรือตั้งค่าเชื่อมต่อระบบให้วุ่นวาย
แนวคิดนี้เข้ามาแก้ปัญหาคลาสสิกของคนทำ AI agent เพราะการสร้าง agent ให้พร้อมใช้งานจริงในโปรดักชันไม่ได้มีแค่การเขียน system prompt หรือตรรกะของโมเดล แต่ต้องจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานรอบข้าง ทั้งการบันทึกสถานะการทำงานระยะยาว (durable execution), การแยกสภาพแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย (sandbox) และระบบรอการอนุมัติจากคน (human-in-the-loop) ทาง Vercel จึงนำประสบการณ์จากการสร้าง Next.js มารวมระบบงานโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไว้ในเฟรมเวิร์กตั้งแต่ต้น เพื่อให้นักพัฒนาโฟกัสกับการสร้างความสามารถของ agent ได้ทันที
วางโครงสร้างไฟล์ จัดระเบียบ Agent ให้เป็นระบบ

เราสามารถเริ่มต้นโปรเจกต์ด้วยคำสั่ง npx eve@latest init my-agent ตัว CLI จะติดตั้ง dependencies ตั้งค่า Git และเปิด Terminal UI พร้อมโครงสร้างโฟลเดอร์ agent/ ที่มีไฟล์เริ่มต้นอย่าง agent.ts และ instructions.md
หัวใจของ eve คือ convention over configuration โดยแบ่งหน้าที่ตามโฟลเดอร์อย่างชัดเจน:
instructions.mdคือ system prompt หลักสำหรับกำหนดบทบาทและแนวทางการทำงานของ agenttools/เก็บไฟล์ฟังก์ชันที่โมเดลสามารถเรียกใช้งานได้ โดยชื่อไฟล์จะกลายเป็นชื่อ tool ทันทีskills/เก็บขั้นตอนการทำงานที่เขียนด้วย Markdown เพื่อให้ agent โหลดเข้ามาใช้งานเฉพาะตอนที่จำเป็น ช่วยประหยัดพื้นที่ context windowchannels/กำหนดช่องทางการสื่อสารกับผู้ใช้ เช่น ผ่าน HTTP, Slack หรือ Discordschedules/จัดการงานอัตโนมัติตามตารางเวลา (Cron jobs)
หลักการทำงานคือ เมื่อต้องการเพิ่มความสามารถใหม่ เพียงถามตัวเองว่าสิ่งนั้นจัดอยู่ในหมวดหมู่ใด ระหว่างเครื่องมือ, ขั้นตอนการทำงาน, ช่องทางติดต่อ หรือการตั้งเวลา แล้วสร้างไฟล์ลงในโฟลเดอร์นั้นให้ตรงประเภท
เพิ่ม Tool ใหม่ได้ใน 3 ขั้นตอน
การสร้างเครื่องมือ (tool) ให้ agent ทำงานจริง ทำได้ตามขั้นตอนสั้นๆ ดังนี้:
- สร้างไฟล์
.tsใหม่ในโฟลเดอร์tools/เช่นtools/get-weather.tsโดยชื่อไฟล์จะถูกใช้เป็นชื่อเครื่องมือโดยอัตโนมัติ - ประกาศฟังก์ชันด้วย
defineToolและกำหนด schema สำหรับ input ด้วย Zod เพื่อให้โมเดลเข้าใจโครงสร้างข้อมูลที่ต้องส่งเข้ามา - รันคำสั่ง
eve devเพื่อเปิด Terminal UI และทดสอบพูดคุยกับ agent โดยเราจะเห็นทั้ง tool calls และกระบวนการคิดของโมเดลแสดงผลแบบ real-time
ตัวโค้ดของ tool จะมีโครงสร้างเริ่มต้นประมาณ export default defineTool({ ... }) พร้อม inputSchema ที่ระบุด้วย Zod ส่วนการเพิ่ม skill ทำได้ง่ายยิ่งกว่า เพียงเขียนคู่มือการทำงานเป็นภาษาธรรมชาติลงในไฟล์ Markdown ภายในโฟลเดอร์ skills/ โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเพิ่มเติม
จัดการระบบเบื้องหลังที่ซับซ้อนให้พร้อมใช้

สิ่งที่ทำให้ eve โดดเด่น คือการรวบรวมฟังก์ชันระดับโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนมาให้พร้อมใช้งาน:
- การทำงานต่อเนื่องไม่สูญหาย (Durable Execution): eve จัดการทุกบทสนทนาเป็น workflow ที่บันทึกสถานะทุกขั้นตอน หากเซิร์ฟเวอร์ขัดข้องหรือมีการ deploy ใหม่ระหว่างประมวลผล ระบบสามารถทำงานต่อจากจุดเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ผ่านการทำงานร่วมกับ Workflow SDK
- ด่านขออนุมัติจากคน (Human-in-the-Loop): สำหรับ action ที่มีความเสี่ยง เช่น การโอนเงินหรือการแก้ไขข้อมูลสำคัญ เพียงเพิ่มฟิลด์
needsApprovalใน tool นั้นๆ ตัว agent จะหยุดรอจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ โดยไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรการประมวลผลระหว่างการรอ - ระบบรันโค้ดอย่างปลอดภัย (Sandbox): เมื่อ agent จำเป็นต้องสร้างและรันโค้ด eve จะแยกการทำงานไปยังสภาพแวดล้อม sandbox ที่ปลอดภัย ในช่วงพัฒนาสามารถเลือกใช้ Docker, microsandbox หรือ just-bash และเมื่อขึ้นสู่ production จะประมวลผลบน Vercel Sandbox เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับระบบหลัก
นอกจากนี้ยังมีระบบ Tracing สำหรับบันทึกประวัติการทำงานของ agent ในรูปแบบมาตรฐานเพื่อส่งต่อไปยังเครื่องมือ monitoring อื่นๆ, ระบบ Evals สำหรับทดสอบคุณภาพ agent ผ่านคำสั่ง eve eval บน CI/CD และรองรับ Subagents ที่มีโฟลเดอร์ย่อยพร้อม instructions และ tools ของตัวเอง เพื่อให้ agent ตัวหลักเรียกใช้งานได้เหมือนเครื่องมือทั่วไป
ประสิทธิภาพเมื่อ Deploy บน Ecosystem ของ Vercel
การนำ eve ขึ้นใช้งานบน production ทำได้สะดวกเช่นเดียวกับโปรเจกต์ Next.js ผ่านคำสั่ง vercel deploy เพียงครั้งเดียว โดยไฟล์ใน schedules/ จะถูกเปลี่ยนเป็น Vercel Cron Jobs ให้อัตโนมัติ พร้อมระบบ graceful migration ที่ช่วยให้ session การทำงานเดิมทำงานจนเสร็จสมบูรณ์บนเวอร์ชันเดิมก่อนสลับไปเวอร์ชันใหม่ ช่วยป้องกันปัญหาการสะดุดของผู้ใช้งาน
ด้านความปลอดภัย eve รองรับการเชื่อมต่อกับ Model Context Protocol (MCP) และ API ภายนอกผ่านฟังก์ชัน defineMcpClientConnection โดยเก็บรักษา credentials ไว้เป็นความลับไม่ให้โมเดลเข้าถึงโดยตรง และรองรับการสำรองโมเดลข้ามผู้ให้บริการผ่าน AI Gateway ของ Vercel เพื่อความต่อเนื่องในการทำงานหากมีผู้ให้บริการรายใดขัดข้อง
สถิติจาก Vercel ชี้ให้เห็นการเติบโตของการใช้งาน agent อย่างชัดเจน โดยสัดส่วนการ deploy ที่เกิดจาก agent เพิ่มขึ้นจาก 3% เป็น 29% ภายในเวลาหนึ่งปี และคาดว่าจะแตะ 50% ในอนาคต โดย Vercel เองได้นำ agent ไปใช้งานจริงในองค์กร เช่น Lead Agent สำหรับทีมขาย และ Vertex Agent ที่ช่วยจัดการ ticket ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าได้สำเร็จถึง 92%
ปัจจุบัน eve ยังอยู่ในสถานะ Public Preview หรือ Beta ซึ่ง API อาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่เวอร์ชันสมบูรณ์ และตัวเฟรมเวิร์กมีการผูกติดกับระบบนิเวศของ TypeScript และ Vercel พอสมควร สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอกสาร eve หรือตรวจสอบซอร์สโค้ดได้บน GitHub vercel/eve
eve แสดงให้เห็นทิศทางใหม่ของการพัฒนา agent ที่เปลี่ยนจากการประกอบระบบภายในที่ซับซ้อน มาเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างไฟล์ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และพร้อมรองรับการทำงานในระดับ production ได้ทันที
ที่มา:
- บทความ Introducing eve จาก Vercel
- GitHub - vercel/eve: Framework Building Agents จาก vercel/eve
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
สร้าง AI Automation Pipeline ทุกแบบ ด้วย Agents และ Skills

ปูจากพื้นฐาน prompt, context และ cost ไปจนปั้น Skill สั่ง Agent กับ Sub-agent แล้วต่อทุกอย่างเป็น pipeline อัตโนมัติที่ออกแบบเองได้ ดูฟรี 7 บทก่อนตัดสินใจ


