ที่ปรึกษา 8 คนจาก Harvard และ Oxford ค้านเอกฉันท์ แต่ OpenAI ดัน ChatGPT Adult Mode ต่อ
ที่ปรึกษา 8 คนค้านเอกฉันท์ VP ถูกไล่ออก ระบบยืนยันอายุรั่ว 12% แต่ OpenAI ยังดัน Adult Mode ต่อ เมื่อกำไรชนกับ safety ใครจะชนะ

คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจิตและจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Harvard, Stanford และ Oxford รวม 8 ท่าน มีมติคัดค้านเป็นเอกฉันท์ ผู้บริหารระดับรองประธาน (VP) ที่แสดงความเห็นคัดค้านถูกปลดออกจากตำแหน่ง ขณะที่ผลทดสอบระบบยืนยันอายุพบข้อผิดพลาดสูงถึง 12% ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้เยาว์ราว 12 ล้านคน เล็ดลอดเข้าถึงเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ได้
ทว่าท่าทีของ OpenAI กลับยังคงต้องการผลักดันโครงการนี้ต่อไป
ChatGPT Adult Mode คือฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเปิดให้ผู้ใช้งานที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาแนวผู้ใหญ่ (Erotica) ผ่านระบบของ ChatGPT ได้ โดย Sam Altman ได้ประกาศแผนงานนี้บน X เมื่อช่วงปลายปี 2025 พร้อมระบุว่าบริษัทไม่ได้มีหน้าที่เป็นตำรวจศีลธรรมของสังคม
การตัดสินใจดังกล่าวกลายเป็นกรณีศึกษาที่ถูกจับตามองอย่างกว้างขวาง ในประเด็นความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัย (AI Safety) ของผู้สร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก
จุดเริ่มต้น: ประกาศแผนก่อนเริ่มรับฟังคำแนะนำ
ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม 2025 Altman โพสต์ข้อความบน X ว่า OpenAI มีแผนเปิดให้ผู้ใหญ่ที่ผ่านการยืนยันสิทธิ์สามารถเข้าถึงเนื้อหา Erotica ได้ โดยอ้างว่าบริษัทมีเครื่องมือความปลอดภัยที่พัฒนาขึ้นใหม่และพร้อมผ่อนปรนข้อจำกัดเดิม
จุดที่สร้างความประหลาดใจคือ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเพิ่งจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา Expert Council on Well-Being and AI เพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยที่คณะกรรมการชุดนี้มีพันธกิจหลักคือการ "กำหนดแนวทางการมีปฏิสัมพันธ์ที่ปลอดภัยระหว่างมนุษย์กับ AI สำหรับทุกช่วงวัย"
การประกาศทิศทางโดยไม่ผ่านการปรึกษาหารือล่วงหน้า ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทีมงานภายในอย่างมาก
"We aren't the elected moral police of the world" (Sam Altman โพสต์บน X เมื่อเดือนตุลาคม 2025)
มติ 8 ต่อ 0 ที่ไม่ได้รับการตอบรับ
คณะกรรมการ Expert Council on Well-Being and AI ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ประสาทวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยจาก Harvard, Stanford และ Oxford รวม 8 ท่าน ซึ่งทาง OpenAI เป็นผู้คัดเลือกเข้ามาด้วยตนเอง
ในการประชุมช่วงเดือนมกราคม 2026 คณะกรรมการได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เพื่อคัดค้านการเปิดตัว Adult Mode
เหตุผลหลักที่คณะผู้เชี่ยวชาญชี้แจงประกอบด้วยความเสี่ยง 3 ประการ:
- Emotional Dependency: ความเสี่ยงในการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ผิดปกติกับ AI จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ในชีวิตจริง
- Child Access Risks: ความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนจะเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสมเนื่องจากข้อจำกัดของระบบคัดกรอง
- Escalation Pattern: แนวโน้มที่เนื้อหาจะทวีความรุนแรงหรือบิดเบือนการรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์
อย่างไรก็ดี ทางฝ่ายบริหารของ OpenAI ยังคงแสดงเจตจำนงที่จะเดินหน้าโครงการต่อ สร้างความผิดหวังให้แก่คณะกรรมการที่ปรึกษาอย่างมาก
การพ้นจากตำแหน่งของ VP ด้านนโยบายผลิตภัณฑ์
Ryan Beiermeister ผู้ดำรงตำแหน่ง VP of Product Policy ของ OpenAI ซึ่งย้ายมาจาก Meta ในช่วงกลางปี 2024 และรับผิดชอบการวางกฎเกณฑ์ความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง
หลังจากการประกาศแผน Adult Mode เธอได้แสดงความเห็นคัดค้านอย่างเปิดเผย โดยแสดงความกังวลเรื่องผลกระทบต่อความผูกพันทางอารมณ์และมาตรการป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากเด็กที่ยังไม่รัดกุมพอ
ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 เธอต้องพ้นจากตำแหน่ง โดย OpenAI อ้างสาเหตุเกี่ยวกับประเด็นการเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน
"The allegation that I discriminated against anyone is absolutely false" (Ryan Beiermeister ปฏิเสธข้อกล่าวหา)
แม้ทาง OpenAI จะออกมาระบุว่าการสิ้นสุดบทบาทของเธอไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นเชิงนโยบายที่เธอเคยทักท้วง แต่ช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนตำแหน่งท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่อง Adult Mode ทำให้เกิดคำถามตามมาในวงกว้าง
คำเตือนเรื่องความเสี่ยงต่อสุขภาพจิต
ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งคือผลกระทบทางจิตวิทยา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความเปราะบาง
ที่ผ่านมา กรณีของแพลตฟอร์ม Character.AI เคยเกิดคดีฟ้องร้องหลังมีเยาวชนวัย 14 ปีจบชีวิตลงหลังจากสร้างความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับแช็ตบอต ขณะที่ข้อมูลภายในของ OpenAI เองพบว่า มีผู้ใช้งานราว 500,000 คนต่อสัปดาห์ ที่แสดงสัญญาณความเครียดหรือภาวะหลงผิดในการสนทนากับ ChatGPT
ผลสำรวจจากองค์กรการกุศล Internet Matters ระบุว่า เด็กอายุระหว่าง 9 ถึง 17 ปี กว่า 67% มีการใช้งาน AI แช็ตบอต โดย 35% รู้สึกผูกพันเหมือนกำลังคุยกับเพื่อน และ 12% ของกลุ่มเด็กเปราะบางระบุว่า "ไม่มีใครอื่นให้พูดคุยด้วย"
การผสานฟังก์ชันที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกเข้ากับความสามารถในการตอบสนองอย่างเห็นอกเห็นใจของ AI จึงเป็นสิ่งที่นักวิชาการเตือนว่าอาจสร้างผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้โดยไม่รู้ตัว
ข้อจำกัดของระบบคัดกรองและยืนยันอายุ
OpenAI ใช้โมเดล AI คอยวิเคราะห์พฤติกรรมการพิมพ์ การเลือกใช้คำศัพท์ และรูปแบบการใช้งานเพื่อจำแนกกลุ่มอายุของผู้ใช้ หากระบบจัดหมวดหมู่ผิดพลาด ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดบัตรประชาชนและภาพถ่ายเซลฟี่ผ่านระบบ Persona เพื่อยืนยันตัวตน
ทว่าข้อมูลระบุว่า ระบบวิเคราะห์อายุดังกล่าวมีอัตราความผิดพลาด (Error Rate) ในการจำแนกเด็กเป็นผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 12%
เมื่อคำนวณจากฐานผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีของ ChatGPT ที่มีราว 100 ล้านคนต่อสัปดาห์ สัดส่วนความผิดพลาด 12% หมายถึงมีโอกาสที่เยาวชนราว 12 ล้านคน อาจสามารถเข้าถึงฟังก์ชันสำหรับผู้ใหญ่ได้
นอกจากนี้ ยังมีช่องทางเลี่ยงการตรวจจับอีกหลายรูปแบบ เช่น การใช้เอกสารประจำตัวของบุคคลอื่น การใช้ภาพตัดต่อหรือ Deepfake ตลอดจนการใช้งานผ่านเครือข่าย VPN ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ระบบยืนยันตัวตนยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์
การแข่งขันในตลาด AI Companion
OpenAI ไม่ใช่ผู้เล่นรายเดียวที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในตลาดนี้
- xAI ของ Elon Musk เปิดตัวฟีเจอร์ Companion ใน Grok รวมถึงอวตารเสมือนจริง เช่น "Ani" โดยคิดค่าบริการรายเดือน แต่ก็เริ่มเผชิญคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับเนื้อหาไม่เหมาะสมในแคลิฟอร์เนีย
- Replika และ Character.AI สร้างฐานผู้ใช้งานจำนวนมากจากฟีเจอร์ด้านความสัมพันธ์ แต่ต่างก็ต้องเผชิญแรงกดดันด้านความปลอดภัยของผู้เยาว์
- โมเดลฝั่ง Open Source จำนวนมากสามารถนำไปปรับแต่งเพื่อสร้างเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ได้อย่างอิสระโดยไร้ข้อจำกัด
แรงกดดันจากการแข่งขันในอุตสาหกรรม จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้แต่ละค่ายเร่งพัฒนาฟีเจอร์เพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน
มิติทางธุรกิจและเสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้
ในแง่ของธุรกิจ OpenAI มีมูลค่าประเมินสูงถึง 500 พันล้านดอลลาร์ โดยมีรายได้ราว 13 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่มีต้นทุนการประมวลผลและการดำเนินงานสูงมาก
บนแพลตฟอร์ม ChatGPT มีผู้ใช้งานเป็นประจำราว 900 ล้านคน และเคยมีผู้ใช้ประมาณ 3,000 คนร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ด้านเนื้อหา เนื่องจากมองว่าระบบคัดกรองเดิมมีความเข้มงวดเกินไปจนบล็อกการสนทนาทั่วไป
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายความปลอดภัยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บางกลุ่ม จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับสังคมในวงกว้าง
บทสรุป: จุดสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับความปลอดภัย
ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 ทาง OpenAI ได้ตัดสินใจเลื่อนกำหนดการเปิดตัว Adult Mode ออกไปชั่วคราว โดยระบุว่าต้องการเวลาเพิ่มเติมในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานให้เหมาะสม
การวางกรอบจริยธรรมและการกำกับดูแล AI จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการประชาสัมพันธ์ แต่ต้องเป็นหลักการที่นำไปปฏิบัติได้จริงในทุกขั้นตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์
แหล่งอ้างอิง
- The Decoder: OpenAI's own wellbeing advisors warned against erotic mode, called it a 'sexy suicide coach'
- Outlook Business: OpenAI Delays ChatGPT 'Adult Mode' Rollout Amid Internal Pushback and Tech Issues
- India.com: ChatGPT 'Adult Mode' Delayed: OpenAI faces rising safety concerns
- The Conversation: ChatGPT is about to get erotic, but can OpenAI really keep it adults-only?
- Futurism: An OpenAI Spokesperson Just Said Something Wild About ChatGPT's Upcoming 'Adult Mode'
- Decrypt: OpenAI Pushes Ahead With ChatGPT Erotica Mode Despite 'Sexy Suicide Coach' Warning
- Built In: ChatGPT Will Allow Adult Content for Verified Users
- Gadget Review: OpenAI's X-Rated Chatbot Plan Triggers Internal Revolt
- The Outpost: OpenAI Fires Safety VP Amid Sexual Discrimination Claims and ChatGPT Adult Mode Controversy
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
ChatGPT Work ฉบับเข้าใจง่าย มอบงานให้ AI ทำจนจบ ตั้งแต่งานแรกจนถึงงานอัตโนมัติ พร้อม workflow ใช้ได้จริง 8 แบบ
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


