fire-your-seo-agency คือสกิล Claude Code ที่ใช้ตรวจ SEO เว็บเอง 5 เลน ก่อนจ่ายค่าบริการเอเจนซี่เดือนหน้า
fire-your-seo-agency คือสกิล Claude Code ที่ให้ AI ตรวจเว็บ 5 เลน พร้อมสรุปผลและหลักฐานทีละบรรทัด อ่านจบแล้วตรวจเช็กเว็บตัวเองได้ทันที

งานตรวจ SEO หรือการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ติดอันดับผลการค้นหา เป็นบริการที่เอเจนซี่มักคิดค่าบริการเป็นรายเดือน ตอนนี้มีคนนำมาทำเป็นชุดคำสั่งเสริมหรือสกิลให้ใช้ฟรีในชื่อ fire-your-seo-agency ซึ่งทำงานร่วมกับ Claude Code เครื่องมือสำหรับสั่ง AI ให้ช่วยเขียนโค้ดและจัดการเว็บผ่านหน้าต่างคำสั่ง หน้าโปรเจกต์เปิดประเด็นตรงไปตรงมาว่า ค่าบริการทำ SEO ยุค AI ทุกวันนี้อยู่ที่เดือนละ 400 ถึง 2,500 ดอลลาร์ พร้อมตั้งคำถามชวนคิดว่าเราควรเก็บเงินก้อนนี้ไว้ก่อนดีไหม
หน้าที่ของสกิลนี้ไม่ใช่การปั่นบทความให้เยอะขึ้น แต่คือการสแกนเว็บของเราด้วยมุมมองเดียวกับที่บอตค้นหาอ่าน แล้วสรุปผลตรวจออกมาเป็นตาราง 5 เลน พร้อมหลักฐานชัดเจนว่าจุดไหนมีปัญหาเพราะอะไร ตัวโค้ดเปิดให้ใช้งานฟรีแบบโอเพนซอร์สภายใต้สัญญาอนุญาต MIT ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การชวนให้รีบยกเลิกสัญญาจ้างใคร แต่คือการรู้ให้ชัดก่อนว่าเงินที่เราจ่ายไปทุกเดือนนั้นแลกกับอะไรอยู่ และเมื่อเห็นผลตรวจเว็บของตัวเองแล้ว การคุยงานกับเอเจนซี่ในเดือนถัดไปจะตรงจุดและชัดเจนขึ้นมาก
5 เลนที่สกิลนี้แยกตรวจ ไม่ได้รวมทุกอย่างไว้ใต้คำว่า SEO

คำว่า "ทำให้คนค้นหาเจอ" ในยุคนี้ไม่ได้มีแค่การติดหน้าแรก Google อีกต่อไป เพราะระบบที่เข้ามาอ่านเว็บเราไม่ได้มีแค่บอตค้นหาแบบเดิม สกิลนี้จึงแยกการตรวจเป็น 5 เลน แต่ละเลนมีเป้าหมายและระบบที่ต้องรับมือต่างกัน:
- SEO เลนปรับแต่งเว็บสำหรับเครื่องมือค้นหาอย่าง Google และ Bing ที่เข้ามาเก็บข้อมูลหน้าเว็บไปทำดัชนี คำถามสำคัญคือ บอตอ่านเนื้อหาของเราออกและเก็บหน้าเว็บครบถ้วนไหม
- AEO การปรับแต่งเนื้อหาให้ติดกล่องคำตอบสำเร็จรูป เช่น Google AI Overviews และ Bing Copilot ที่แสดงอยู่เหนือผลการค้นหา คำถามคือ ระบบดึงข้อมูลจากเว็บเราไปตอบให้ผู้ใช้หรือไม่
- GEO เลนปรับแต่งเว็บสำหรับระบบค้นหาด้วย AI ยุคใหม่อย่าง ChatGPT, Perplexity และ Claude ตอนที่เปิดเว็บอ่านเพื่อตอบคำถามผู้ใช้ คำถามคือ เว็บเราเป็นแหล่งข้อมูลหลักที่ AI หยิบไปใช้อ้างอิงไหม
- LLMO การทำให้ข้อมูลแบรนด์ฝังอยู่ในฐานความรู้ของโมเดล AI โดยไม่ต้องค้นหาข้อมูลสดจากเว็บ คำถามคือ โมเดลจำชื่อแบรนด์หรือสินค้าของเราได้ไหม และจำข้อมูลได้ถูกต้องหรือไม่
- NEO เลนปรับแต่งสำหรับ Naver ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหาหลักของเกาหลี รวมถึงฟีเจอร์สรุปคำตอบอย่าง AI Briefing ของ Naver คำถามคือ ระบบของ Naver ดึงเว็บเราไปอ้างอิงหรือไม่
สำหรับเลนที่ห้าอย่าง NEO หน้าโปรเจกต์ระบุชัดเจนว่าเป็นจุดเด่นที่ต่างจากคู่มือทั่วไป เพราะถ้าใครทำตลาดเกาหลี ยอดคนเข้าชมเว็บครึ่งหนึ่งมาจาก Naver แต่ถ้าเราไม่ได้ทำธุรกิจจับกลุ่มคนเกาหลี ก็ข้ามเลนนี้ไปได้เลย เหลือแค่ 4 เลนแรกที่ไม่ได้ผูกกับตลาดประเทศไหนเป็นพิเศษ จึงใช้กับเว็บไทยได้ตรงๆ
หน้าตาของผลตรวจก่อนเริ่มแก้เว็บสักบรรทัด
จุดเด่นสำคัญของสกิลนี้คือ เมื่อสั่งงาน AI จะยังไม่แตะโค้ดใดๆ บนเว็บ แต่จะสำรวจและวิเคราะห์เว็บอย่างละเอียดก่อน แล้วสรุปผลตรวจเป็นตารางให้เห็นชัดเจน ตัวอย่างตารางผลตรวจจากหน้าโปรเจกต์มีหน้าตาดังนี้:
| เลน | ผลตรวจ | หลักฐานที่ตรวจพบ |
|---|---|---|
| SEO | ผ่านครึ่งเดียว | เนื้อหาหลักประมวลผลมาจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์เรียบร้อย แต่หน้ารายละเอียด 214 หน้ายังตกหล่น ไม่มีในไฟล์แผนผังเว็บอย่าง sitemap |
| AEO | ไม่ผ่าน | ย่อหน้าแรกไม่ได้ตอบคำถามหลักอย่างตรงประเด็น และไม่มีการติดป้ายโครงสร้างข้อมูลคำถามคำตอบอย่าง FAQ structured data เลย |
| GEO | ไม่ผ่าน | ไม่มี llms.txt ซึ่งเป็นไฟล์สรุปข้อมูลให้ AI อ่าน และยังไม่ได้ระบุสิทธิ์ในไฟล์กำหนดการเข้าถึงอย่าง robots.txt ว่าจะอนุญาตให้บอต AI อย่าง GPTBot หรือ PerplexityBot เข้าอ่านหรือไม่ |
| LLMO | ผ่านครึ่งเดียว | พบการสะกดชื่อแบรนด์ไม่ตรงกันถึง 3 แบบในเว็บไซต์เดียว |
| NEO | ไม่ผ่าน | เว็บไซต์ยังไม่ได้ลงทะเบียนในระบบจัดการเว็บ Naver Search Advisor |
ตารางด้านบนเป็นตัวอย่างจำลองจากผู้พัฒนาเพื่อให้เห็นรูปแบบรายงาน สิ่งที่น่าสนใจคือรายงานระบุปัญหาแต่ละข้ออย่างเจาะจงและตรวจสอบเองได้ โดยไม่มีคำแนะนำกว้างๆ ลอยๆ อย่างคำว่า "ควรปรับปรุงเนื้อหาให้ดีขึ้น"
เรานำประเด็นเหล่านี้ไปตรวจเช็กเว็บของตัวเองเบื้องต้นได้ทันที แม้ยังไม่ได้ติดตั้งสกิล:
- sitemap: ลองพิมพ์
yourdomain.com/sitemap.xmlในเบราว์เซอร์ แล้วเช็กว่ามีหน้าสินค้าหรือบทความสำคัญครบไหม - robots.txt: ลองเปิด
yourdomain.com/robots.txtแล้วดูว่ากำหนดเงื่อนไขสำหรับบอต AI ไว้แล้วหรือยัง - llms.txt: ลองเปิด
yourdomain.com/llms.txtถ้าขึ้นแจ้งว่าไม่พบหน้าเว็บ แสดงว่าเว็บเรายังไม่มีไฟล์นี้ - LLMO: ลองค้นหาชื่อแบรนด์ตัวเองในทุกหน้าของเว็บ ดูว่าสะกดเหมือนกันทุกจุดหรือไม่
วิธีติดตั้ง fire-your-seo-agency ใน Claude Code
สกิลนี้เป็นส่วนเสริมของ Claude Code ไม่ใช่โปรแกรมที่เปิดใช้งานเดี่ยวๆ ได้ ดังนั้นต้องมี Claude Code ติดตั้งอยู่ในเครื่องก่อน จากนั้นเลือกติดตั้งได้ 2 วิธี:
วิธีแรกคือติดตั้งเป็นปลั๊กอินส่วนเสริม ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้พัฒนาแนะนำ เพราะสั่งงานง่ายและอัปเดตสะดวก โดยพิมพ์ 2 คำสั่งนี้ใน Claude Code:
/plugin marketplace add leopard627/fire-your-seo-agency
/plugin install fire-your-seo-agency@fire-your-seo-agency
วิธีที่สองคือดาวน์โหลดโค้ดมาโดยตรงด้วยคำสั่ง git clone เหมาะสำหรับคนที่อยากเปิดอ่านหรือปรับแต่งโค้ดเอง โดยเลือกได้ว่าจะติดตั้งเฉพาะโปรเจกต์ปัจจุบัน หรือติดตั้งไว้กับทุกโปรเจกต์ในเครื่อง:
# แบบที่ 1 ใช้เฉพาะโปรเจกต์นี้
git clone https://github.com/leopard627/fire-your-seo-agency.git .claude/skills/fire-your-seo-agency
# แบบที่ 2 ใช้ได้ทุกโปรเจกต์ในเครื่อง
git clone https://github.com/leopard627/fire-your-seo-agency.git ~/.claude/skills/fire-your-seo-agency
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว สามารถสั่งงานด้วยคำสั่งสั้นๆ บรรทัดเดียวคือ /fire-your-seo-agency audit my site AI จะตรวจสอบและรายงานผลให้ดูก่อน โดยยังไม่แก้ไขไฟล์ใดๆ โค้ดทั้งหมดเปิดให้อ่านบน GitHub ซึ่งตอนที่เขียนบทความนี้มียอดกดดาวอยู่ที่ 343 ครั้ง และพัฒนามาถึงเวอร์ชัน v1.1.0 แล้ว

ลำดับงาน 6 ขั้นตอนที่จบด้วยการวัดผลซ้ำ
สกิลนี้ใช้งานได้จริงเพราะวางลำดับการทำงานไว้ชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ รวม 6 ขั้นตอน:
- ตรวจเช็กระบบรอบด้าน สแกนเว็บด้วยมุมมองของบอตไต่เว็บอย่าง Web Crawler ที่ไม่รันคำสั่ง JavaScript เพื่อประเมินคะแนนครบทั้ง 5 เลน
- ปรับแก้โครงสร้างพื้นฐาน ปรับการแสดงผลเนื้อหาจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ อัปเดต sitemap ใส่ข้อมูลกำกับหน้าเว็บอย่าง meta tag และจัดโครงสร้างข้อมูลแบบ structured data
- สร้างหน้ารับผู้เข้าชมเฉพาะเรื่อง ออกแบบหน้าปลายทางหรือ Landing Page โดยยึดหลัก 1 หน้าตอบ 1 คำถามชัดเจน ไม่นำคำถามสิบเรื่องมารวมกันในหน้าเดียว
- จัดเตรียมข้อมูลให้ AI อ่านง่าย สร้างไฟล์ llms.txt วางโครงสร้างข้อมูลด้วยมาตรฐาน JSON-LD และจัดรูปแบบย่อหน้าให้อ้างอิงได้สะดวก
- ปรับแต่งสำหรับ Naver ลงทะเบียนเครื่องมือ Search Advisor และจัดโครงสร้างเนื้อหาให้ฟีเจอร์สรุปคำตอบ AI Briefing ของ Naver ดึงไปอ้างอิงได้
- วัดผลซ้ำอย่างต่อเนื่อง กำหนดรอบกลับมาตรวจวัดผลใหม่ เพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเลขชัดเจนว่าสิ่งที่ปรับปรุงไปช่วยเพิ่มการมองเห็นได้จริงหรือไม่
ขั้นตอนแรกจะอ่านเว็บในแบบที่บอตซึ่งไม่รัน JavaScript มองเห็น ซึ่งต่างจากภาพที่เราเห็นในเบราว์เซอร์ สมมติว่าเราเปิดเว็บแล้วเห็นข้อมูลครบถ้วนและหน้าตาสวยงาม แต่เนื้อหาเหล่านั้นเพิ่งโหลดตามมาทีหลังด้วย JavaScript เมื่อบอตค้นหาที่ไม่อ่านสคริปต์เข้ามาเก็บข้อมูล มันจึงเห็นเพียงหน้าเว็บเปล่าๆ ปัญหานี้เป็นเรื่องเทคนิคของเว็บ ไม่เกี่ยวกับว่าคอนเทนต์จะเขียนดีหรือไม่ดีเลย
ส่วนขั้นตอนที่ 6 เรื่องการวัดผลซ้ำ คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าได้ผลจริงหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีการเก็บสถิติและวัดผลอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ทำไปทั้งหมดก็จะมีเพียงคำบอกเล่าว่า "ปรับปรุงแล้ว" โดยไม่มีข้อมูลตัวเลขเปรียบเทียบว่าได้ผลจริงแค่ไหน การวางระบบวัดผลตั้งแต่วันแรกจึงคุ้มค่ากว่าการมาย้อนหาข้อมูลในภายหลัง ทั้งนี้ สกิลอย่าง marketing-os ที่ใช้วิธีตรวจประเมินคะแนน 0-100 ก่อนเริ่มงานก็ใช้แนวคิดทำนองเดียวกัน ต่างกันตรงที่ตัวนั้นเน้นภาพรวมการตลาดทั้งหมด ส่วนสกิลนี้เน้นเจาะลึกเฉพาะเรื่องการทำให้เครื่องมือค้นหาและ AI ค้นหาเว็บเราเจอแล้วหยิบไปอ้างอิง
3 สิ่งที่สกิลนี้ไม่ทำ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเวลาจ้างเอเจนซี่
อีกส่วนที่มีประโยชน์มากเมื่อนำไปใช้จริง คือรายการสิ่งที่สกิลนี้ระบุชัดเจนว่า "จะไม่ทำ":
- ไม่ซื้อ Backlink ย้อนกลับเข้าเว็บ ไม่เข้ากลุ่มแลกยอด engagement และไม่สแปมปั่นบทความ เพราะจะไม่พยายามสู้กับเครื่องมือค้นหา
- ไม่รับประกันอันดับการค้นหา เพราะเมื่อยังไม่มีการวัดผล ก็ไม่ควรมีคำสัญญา
- ไม่ยัดคำค้นหา ไม่ซ่อนข้อความ และไม่ทำเทคนิคหลอกบอตอย่าง Cloaking ที่แสดงเนื้อหาชุดหนึ่งให้บอตอ่านแต่แสดงอีกชุดให้คนเห็น เพราะจะไม่ทำอะไรที่ทำให้เว็บไซต์โดนลงโทษจนค้นหาไม่เจอ
คุณสามารถนำ 3 ข้อนี้ไปใช้เป็นเกณฑ์ตั้งคำถามเวลาสัมภาษณ์หรือคุยงานกับผู้ให้บริการได้ ถ้ามีใครเสนอสิ่งเหล่านี้เป็นจุดขายหลัก นั่นคือสัญญาณเตือนที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ในทางกลับกัน ผู้ให้บริการที่ทำงานตามมาตรฐานสากลจะอธิบายแนวทางเหล่านี้ได้อย่างโปร่งใส ผลตรวจนี้จึงไม่ได้มีไว้เพื่อจับผิดใคร แต่มีไว้เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายคุยงานบนข้อมูลจริงและหลักฐานที่ตรวจสอบได้
สถิติที่หน้าโปรเจกต์ยกมาจากกรณีศึกษาเดียวในเกาหลี

ผู้พัฒนาสกิลไม่ได้ระบุข้อมูลลอยๆ แต่ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจริงมา 1 เว็บไซต์ คือ Chickenstock ซึ่งเป็นเว็บบริการวิเคราะห์หุ้นในเกาหลีที่ leopard627 พัฒนาขึ้นมาเอง สถิติที่รายงานระบุว่า ยอดแสดงผลในหน้าค้นหาหรือ Impression พุ่งขึ้นแตะ 1.54 ล้านครั้งภายใน 30 วัน หรือเพิ่มขึ้น 85,578% จากเดือนก่อนหน้า และมีคนคลิกเข้าชม 7,400 ครั้ง โดยระบบ AI Briefing ของ Naver ได้ดึงเนื้อหาบนหน้าเว็บไปอ้างอิงทีละย่อหน้า ทั้งหมดนี้มาจากการค้นหาและการอ้างอิงของ AI โดยไม่ได้ลงโฆษณาแม้แต่บาทเดียว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่สูงขนาดนี้ต้องดูบริบทประกอบด้วย นี่คือสถิติจากกรณีศึกษาเดียวที่วัดผลโดยตัวผู้พัฒนาเอง ในตลาดประเทศเกาหลี และเป็นเว็บไซต์สายข้อมูลวิเคราะห์หุ้น ซึ่งมีลักษณะต่างจากร้านค้าออนไลน์หรือเว็บบริษัททั่วไป ตัวผู้พัฒนาเองไม่ได้การันตีว่าทุกเว็บที่ใช้สกิลนี้จะได้ตัวเลขเท่ากัน ดังนั้น สิ่งที่เราควรนำมาปรับใช้คือ "กระบวนการและวิธีคิดในการทำงาน" มากกว่าการคาดหวังตัวเลขเดียวกัน
เหตุผลที่ AI เลือกอ้างอิงเว็บข้อมูลหุ้นบ่อยครั้งมีสรุปไว้ชัดเจนว่า:
AI ไม่ได้เลือกแหล่งอ้างอิงเพราะสำนวนสละสลวย แต่เลือกจากความแม่นยำของข้อมูล เมื่อเว็บของเราเป็นแหล่งข้อมูลต้นทางที่มีตัวเลขถูกต้อง การอ้างอิงก็จะตามมาเอง
แนวคิดนี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองการทำคอนเทนต์ จากเดิมที่มักตั้งคำถามว่า "เดือนนี้ต้องเขียนบทความกี่ชิ้น" ให้เปลี่ยนมาถามว่า "บนเว็บของเรามีข้อมูลชุดไหนที่คนอื่นไม่มีบ้าง" ทั้งราคาสินค้าจริง สเปกสินค้าแบบละเอียด และเงื่อนไขการให้บริการ ซึ่งธุรกิจของเราเป็นแหล่งข้อมูลต้นทางอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือการจัดวางโครงสร้างข้อมูลให้ระบบและ AI อ่านเข้าใจได้ง่าย
3 สิ่งที่ตรวจเช็กเว็บตัวเองได้ทันทีในวันนี้ โดยไม่ต้องติดตั้งอะไร
ถ้ายังไม่สะดวกติดตั้งเครื่องมือใดๆ สามารถเปิดเบราว์เซอร์แล้วตรวจสอบ 3 จุดนี้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ในตารางผลตรวจข้างต้น:
- หน้าสำคัญของเว็บไซต์ (เช่น หน้าสินค้าหลัก หน้าบริการ หรือบทความเด่น) อยู่ใน
sitemap.xmlครบถ้วนหรือไม่ - ไฟล์
robots.txtระบุเงื่อนไขสำหรับบอต AI ไว้อย่างชัดเจนหรือยังว่าจะอนุญาตให้เข้ามาอ่านหรือไม่ - ชื่อแบรนด์หรือชื่อสินค้าสะกดตรงกันทุกหน้าบนเว็บไซต์จริงหรือไม่
สำหรับเรื่องการจัดการบอต AI ใน robots.txt นั้นไม่มีคำตอบที่ตายตัว การเปิดให้บอต AI เข้าถึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ AI นำเว็บไปอ้างอิงในคำตอบ แต่ก็ต้องแลกกับการที่โมเดลนำเนื้อหาของเราไปประมวลผล ส่วนการปิดกั้นบอตจะช่วยปกป้องเนื้อหา แต่ก็อาจทำให้แบรนด์ของเราไม่ปรากฏในคำตอบที่ผู้คนกำลังถาม AI อยู่ทุกวัน สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ตั้งค่าใดๆ จนทำให้การแสดงผลขึ้นอยู่กับการตั้งค่าเริ่มต้นของระบบ
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่อาจเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดไม่ใช่ค่าจ้างเอเจนซี่รายเดือน แต่คือการจ่ายค่าบริการไปตลอดทั้งปี โดยที่โครงสร้างเว็บยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนพอให้เครื่องมือค้นหาหรือระบบ AI นำไปใช้อ้างอิงได้เลย
ที่มา: โปรเจกต์ fire-your-seo-agency — a Claude Code skill that audits and optimizes SEO·AEO·GEO·LLMO·NEO(Naver) จาก leopard627
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
สร้าง AI Automation Pipeline ทุกแบบ ด้วย Agents และ Skills

ปูจากพื้นฐาน prompt, context และ cost ไปจนปั้น Skill สั่ง Agent กับ Sub-agent แล้วต่อทุกอย่างเป็น pipeline อัตโนมัติที่ออกแบบเองได้ ดูฟรี 7 บทก่อนตัดสินใจ


