marketing-os · Claude skill เดียวที่รวมงานการตลาด 14 โมดูล ออดิตเว็บให้คะแนน 0-100 และตรวจคำโฆษณาก่อนถึงมือคนอ่าน
marketing-os คือ Claude skill ตัวเดียวที่รวมงานการตลาดไว้ 14 โมดูล ตั้งแต่ออดิตหน้าเว็บให้คะแนน 0-100 ไปจนถึงเทคนิคเปิดเรื่อง 18 แบบและอีเมลทั้งชุด จุดที่น่าสนใจกว่าจำนวนโมดูลคือกติกาของสกิลนี้ การให้คะแนนทุกครั้งต้องบอกตรงๆ ว่าเป็นแค่การประเมิน และทุกรายงานต้องระบุว่ามีอะไรที่ยังตอบไม่ได้

marketing-os รวมงานการตลาดทั้งแผนกไว้ในชุดคำสั่งเสริมอย่าง Claude skill ตัวเดียวถึง 14 โมดูล ติดตั้งครั้งเดียวจบ จากนั้น Claude จะมีชุดวิธีทำงานการตลาดสำเร็จรูปให้หยิบใช้เอง ตั้งแต่ออดิตหน้าเว็บให้คะแนน 0-100 ไปจนถึงร่างอีเมลทั้งชุดและวางแผนเปิดตัวสินค้า ตัวโปรเจกต์เป็นโอเพนซอร์สอยู่บน GitHub
สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวนโมดูลคือกติกาที่เขียนกำกับไว้ในตัวสกิลเอง ทุกครั้งที่ให้คะแนนต้องบอกตรงๆ ว่าเป็นการประเมินตามเกณฑ์ ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดมาจากของจริง ทุกรายงานต้องมีส่วนที่ระบุว่ามีอะไรบ้างที่ยังตอบไม่ได้ และห้ามฟันธงว่าโฆษณาชิ้นไหนชนะจากยอดสั่งซื้อแค่สิบรายการ สำหรับเจ้าของร้านที่เคยขอคำโฆษณาจาก AI แล้วได้ข้อความกลางๆ ที่เอาไปแปะร้านไหนก็ได้ กติกาพวกนี้ทำให้ผลลัพธ์นำไปใช้ได้จริง
งานการตลาดของร้านเดียวมีกี่ชิ้น

ร้านขายของออนไลน์มักมีงานการตลาดค้างพร้อมกันหลายอย่าง ทั้งหน้าเว็บที่คนกดเข้ามาแล้วออก คำโฆษณาที่เขียนค้างไว้ อีเมลที่ไม่ได้ส่งหาลูกค้ามาสามเดือน หรือแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ยังเป็นโน้ตในมือถือ ปกติงานพวกนี้มักกระจายอยู่คนละเครื่องมือ แต่ marketing-os แบ่งงานออกเป็นโมดูลตามชนิดงานแทน
การเอาสกิลมาทำงานการตลาดไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้มี ชุด 17 Claude Skills ของ Charlie Hills ที่เปิดให้ใช้ฟรีเหมือนกัน ความต่างของ marketing-os อยู่ที่การรวมงานหลายสายไว้ในสกิลเดียว แล้วกำกับเกณฑ์ให้คะแนนไว้ทุกจุด โดยมี 12 โมดูลที่ผลิตชิ้นงานให้เราโดยตรง
| โมดูล | หยิบมาใช้ตอนไหน |
|---|---|
| audit | อยากรู้ว่าหน้าเว็บหรือ funnel (เส้นทางการซื้อ) รั่วตรงไหน ได้คะแนน 0-100 พร้อมลำดับว่าควรแก้อะไรก่อน |
| geo | อยากรู้ว่าคอนเทนต์ของร้านพร้อมให้ AI search อย่าง ChatGPT หรือ Perplexity หยิบไปตอบแค่ไหน |
| copy | ต้องการคำโฆษณาหรือข้อความหน้าเว็บ ได้ 15-20 เวอร์ชันที่ผ่านการให้คะแนนมาแล้ว |
| hooks | คิดประโยคเปิดคลิปหรือโพสต์ไม่ออก มีเทคนิคให้เลือก 18 แบบ พร้อมตารางว่าแบบไหนเหมาะกับที่ไหน |
| paid-ads | โฆษณาที่ยิงอยู่เริ่มไม่เวิร์ค อยากรู้ว่าล้าที่ระดับไอเดียหรือแค่ตัวชิ้นงาน |
| ต้องการอีเมลต้อนรับ อีเมลดูแลลูกค้า หรืออีเมลช่วงเปิดตัว เขียนมาให้ครบทั้งชุด | |
| social | ต้องเขียนโพสต์ LinkedIn หรือ X ที่ไม่จมหายไปในฟีด |
| launch | มีของใหม่จะเปิดตัว ได้แผนทั้งชุดรวมถึงการไปลง Product Hunt |
| positioning | ยังตอบไม่ชัดว่าร้านต่างจากคู่แข่งตรงไหน ควรจัดข้อเสนอและตั้งราคายังไง |
| competitive | อยากรื้อดูว่าคู่แข่งวางเกมยังไง จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ |
| app-store | มีแอปอยู่บนสโตร์ อยากแก้ชื่อ คำบรรยาย และลำดับภาพหน้าจอให้คนกดโหลดมากขึ้น |
| analytics | มีตัวเลขอยู่ในมือแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่ามันบอกอะไร และควรทดสอบต่อยังไงให้ถูกวิธี |
อีกสองส่วนที่เหลือไม่ได้ออกมาเป็นงานให้เราอ่าน แต่เป็นของที่โมดูลอื่นเรียกใช้ ตัวแรกคือ slop-patterns แคตตาล็อกสำนวนที่อ่านแล้วรู้ทันทีว่า AI เขียน ซึ่งจะรันตรวจทุกข้อความที่สกิลผลิตออกมา ตัวที่สองคือ rubrics/specs ที่เก็บเกณฑ์ให้คะแนนและกติกาการทำงานของแต่ละโมดูลไว้ นับรวมกันแล้วได้ 14 โมดูลพอดี
ติดตั้ง marketing-os แล้วกรอกข้อมูลแบรนด์ก่อนสั่งงานจริง
ใครใช้โปรแกรมสั่งงานในเทอร์มินัลอย่าง Claude Code อยู่แล้ว พิมพ์สองบรรทัดนี้ได้เลย
/plugin marketplace add Yuzzyuk/marketing-os
/plugin install marketing-os@marketing-os
ฝั่ง Claude เวอร์ชันเว็บกับเดสก์ท็อปใช้วิธีอัปโหลดแทน ไปที่ Settings → Skills → + แล้วอัปโหลดไฟล์ marketing-os.zip จาก เวอร์ชันล่าสุด v1.1.0 ส่วนใครทำงานกับโปรแกรม AI ตัวอื่นอย่าง Codex หรือ Cursor ให้คัดลอกโฟลเดอร์ skills/marketing-os/ ไปวางในโฟลเดอร์ skills ของโปรแกรมนั้น เช่น ~/.claude/skills/marketing-os/
งานชิ้นแรกหลังติดตั้งไม่ใช่การสั่งให้เขียนอะไร แต่คือการคัดลอกไฟล์ brand-context.template.md ไปเป็น brand-context.md แล้วกรอกข้อมูลร้านของเราลงไป จากนั้นวางไฟล์ไว้ที่โฟลเดอร์หลักของโปรเจกต์ หรือในโฟลเดอร์ .claude/ ทุกโมดูลจะอ่านไฟล์นี้ก่อนลงมือทำงาน
ข้ามขั้นนี้ไปก็ยังใช้งานได้ แต่ผลที่ได้จะออกมากลางๆ แบบที่ใครก็ใช้แทนกันได้ คือเป็นคำโฆษณาที่ย้ายไปแปะร้านอื่นแล้วก็ยังอ่านรู้เรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่งานการตลาดไม่ควรเป็น
คำโฆษณาผ่านการให้คะแนนก่อนถึงมือเรา

โมดูล copy ไม่ได้เขียนคำโฆษณามาให้อันเดียว แต่เขียนรวดเดียว 15-20 เวอร์ชัน แล้วให้คณะกรรมการจำลองไล่ให้คะแนนทีละเวอร์ชัน จากนั้นตัดสำนวนที่ฟ้องว่า AI เขียนออกด้วยแคตตาล็อก slop-patterns สิ่งที่ส่งมาถึงมือเราจึงเป็นชิ้นงานที่ผ่านการคัดรอบแรกมาแล้ว
ความต่างอยู่ตรงที่เราไม่ต้องนั่งอ่านทางเลือกยี่สิบอันแล้วเดาเองว่าอันไหนดีกว่า แต่ก็ต้องจำไว้ว่าคะแนนที่ใช้คัดมาจากเกณฑ์ของสกิลเอง ไม่ใช่ผลจากลูกค้าจริงที่กดสั่งซื้อ
งานฝั่งฮุกก็ทำงานแบบเดียวกัน โมดูล hooks มีเทคนิคเปิดเรื่องให้เลือกดู 18 แบบ ออกมาเป็นตารางที่จับคู่เทคนิคกับช่องทางที่จะเอาไปใช้ แล้วยังดูต่อได้ว่าคนอ่านหลุดออกจากเส้นทางตรงจุดไหน ส่วนโมดูล paid-ads จะช่วยวิเคราะห์ว่าโฆษณาเริ่มล้าที่ตัวไอเดียหรือไม่ แล้วสรุปออกมาเป็นบรีฟผลิตชิ้นใหม่ที่จัดลำดับความสำคัญไว้ให้เรียบร้อย
งานตามบรีฟนั้นไม่ได้จบแค่บนกระดาษ ถ้าเครื่องเราต่อช่องเชื่อมต่อภายนอกอย่าง MCP สำหรับสร้างโฆษณาไว้ ตัวสกิลจะสั่งผลิตชิ้นงานตามบรีฟให้เลย จบในครั้งเดียวตั้งแต่วินิจฉัย ทำบรีฟ จนได้ไฟล์ออกมา ตัวอย่างที่โปรเจกต์ยกไว้คือ Arcads เครื่องมือสร้างวิดีโอโฆษณา
คะแนน 0-100 บอกอะไร และไม่บอกอะไร
โมดูล audit ตรวจหน้าเว็บหรือเส้นทางการซื้อ แล้วให้คะแนนถ่วงน้ำหนักออกมาเป็นเลข 0-100 พร้อมรายการว่าควรแก้อะไรก่อนหลัง จุดที่ชวนสับสนคือคะแนนกับผลการวัดจริงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เลขนี้มาจากการเทียบกับเกณฑ์ที่เขียนไว้ล่วงหน้า ไม่ได้มาจากการนับว่ามีคนซื้อเพิ่มกี่คน ซึ่งตัวสกิลเองก็กำกับไว้ทุกครั้งว่าคะแนนเป็นแค่การประเมิน
ของที่เอาไปทำต่อได้จริงจึงไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นลำดับงานที่ต้องทำต่อ สองร้านที่ได้คะแนนเท่ากันอาจต้องแก้คนละเรื่องกันเลย และรายการลำดับการแก้ไขคือสิ่งที่ช่วยตอบเรื่องนั้น
กติกาความซื่อสัตย์ที่โปรเจกต์เขียนไว้มีสี่ข้อ ห้ามสร้างหลักฐานที่ไม่มีอยู่จริง ห้ามใส่ทศนิยมให้ดูแม่นเกินกว่าที่รู้ ห้ามประกาศผู้ชนะจากยอดแค่สิบรายการ และทุกคะแนนต้องระบุว่าเป็นการประเมิน ผลที่ตามมาคือ ทุกรายงานจะต้องมีส่วนที่บอกชัดเจนว่ามีอะไรที่ยังระบุไม่ได้ ซึ่งเป็นจุดที่บอกให้เรารู้ว่ายังเหลืออะไรต้องไปหาคำตอบเพิ่มเอง
เกณฑ์สี่ข้อนี้เอาไปใช้ตรวจงานจาก AI ตัวไหนก็ได้ โดยไม่ต้องรอติดตั้งสกิลนี้ก่อน คราวหน้าที่ได้รายงานการตลาดกลับมาแล้วทุกบรรทัดฟังดูแน่นอนไปหมด นั่นคือจุดที่ควรอ่านให้ละเอียดขึ้น
ของฟรีที่ยังใหม่อยู่มาก
ทั้งสกิลเป็นไฟล์ markdown ล้วน ไม่มีโค้ดที่รันได้แม้แต่บรรทัดเดียว ทำให้เราเปิดอ่านทุกไฟล์ได้ก่อนตัดสินใจนำไปใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วเวลาจะนำเครื่องมือจากอินเทอร์เน็ตมาต่อกับข้อมูลธุรกิจของเรา ตัวโปรเจกต์ใช้สัญญาอนุญาตแบบ MIT จึงนำไปแก้ไขและปรับให้เข้ากับร้านตัวเองได้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ตัวโปรเจกต์ยังใหม่อยู่มาก ตอนที่ดึงข้อมูลมา หน้าโปรเจกต์มีดาว 115 ดวง มีคนคัดลอกไปต่อยอด 29 ครั้ง และมีผู้พัฒนาคนเดียว เวอร์ชันล่าสุดคือ v1.1.0 ตัวเลขชุดนี้แสดงว่าเป็นโปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่ใช่เครื่องมือที่ผ่านการใช้งานมาหลายปีจนเจอปัญหาครบแล้ว
ส่วนคำถามว่าโมดูลทั้ง 14 ตัวจะทำให้ Claude ต้องอ่านข้อมูลเยอะจนช้าลงหรือไม่ โปรเจกต์นี้แก้ปัญหาด้วยวิธีโหลดแบบเป็นลำดับขั้น ระบบคัดแยกคำสั่งอย่าง router จะใช้พื้นที่ context ราว 2,000 โทเคน ส่วนโมดูลย่อยจะโหลดขึ้นมาเฉพาะตอนที่เราสั่งงานที่ต้องใช้เท่านั้น วิธีคิดนี้เหมือนกับที่ book-to-skill แปลงหนังสือทั้งเล่มเป็นสกิล ใช้เพื่อให้เปิดอ่านทีละบทแทนการยกมาทั้งเล่ม ส่วนงานที่มีหลายมิติอย่างการออดิตหรือการวิเคราะห์คู่แข่ง จะแตกงานออกไปทำพร้อมกันได้ถ้าโปรแกรมที่รันอยู่รองรับ
ตรงนี้คือทางเลือกที่เจ้าของร้านต้องตัดสินใจเอง ว่าจะเริ่มจากงานที่ลองแล้วไม่เสียหาย เช่น ให้ออดิตหน้าเว็บที่มีอยู่แล้วดูก่อนสักรอบ หรือจะยกงานเปิดตัวสินค้าทั้งก้อนไปให้ตั้งแต่วันแรก ทางแรกใช้เวลาแค่ช่วงเย็นวันเดียวแล้วได้รู้ว่าคุณภาพงานอยู่ระดับไหน ส่วนทางที่สองจะประหยัดเวลากว่าถ้าเวิร์ค และต้องแลกด้วยต้นทุนที่สูงกว่ามากถ้าไม่เวิร์ค
รายงานที่ยอมบอกว่ามีอะไรที่ยังระบุไม่ได้ ก็กำลังบอกเป็นนัยว่าเจ้าของร้านควรทำอะไรต่อ
ที่มา: โปรเจกต์ marketing-os บน GitHub
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
สร้าง AI Automation Pipeline ทุกแบบ ด้วย Agents และ Skills

ปูจากพื้นฐาน prompt, context และ cost ไปจนปั้น Skill สั่ง Agent กับ Sub-agent แล้วต่อทุกอย่างเป็น pipeline อัตโนมัติที่ออกแบบเองได้ ดูฟรี 7 บทก่อนตัดสินใจ


