Gemini Omni: คู่แข่งวิดีโอ AI ตัวใหม่ของ Google ที่คนไทยเริ่มใช้ได้ 189 บาทต่อเดือน
หลัง OpenAI ปิดแอป Sora ไปเงียบ ๆ ตลาดวิดีโอ AI ก็ว่างอยู่ราวสามสัปดาห์ ก่อน Google จะเปิดตัว Gemini Omni ที่งาน I/O 2026 ซึ่งเป็นโมเดลที่ใส่ตัวเองลงในวิดีโออะไรก็ได้ และคนไทยเข้าถึงได้แล้วเริ่มที่ 189 บาทต่อเดือน บทความนี้สรุปว่ามันคืออะไร เทียบกับคู่แข่งยังไง และใช้งานจริงได้แค่ไหน
ปลายเดือนเมษายน 2026 OpenAI ปิดแอปและเว็บ Sora สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เครื่องมือสร้างวิดีโอ AI ที่เคยเป็นกระแสจึงหายไปจากมือคนทั่วไป ราวสามสัปดาห์ต่อมา Google เปิดตัว Gemini Omni ที่งาน Google I/O 2026 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม โมเดลนี้สร้างวิดีโอโดยให้ผู้ใช้ "ใส่ตัวเองลงในฉากอะไรก็ได้" พร้อมเสียงในตัว จุดที่ทำให้คนไทยควรสนใจคือฟีเจอร์นี้ไม่ได้จำกัดแค่ผู้ใช้ในสหรัฐ เพราะแพ็กที่รองรับขายในไทยแล้ว ราคาเริ่มที่ 189 บาทต่อเดือน และบางช่องทางใช้ฟรีได้ บทความนี้สรุปว่า Gemini Omni คืออะไร เทียบกับคู่แข่งอย่าง Sora และ Veo ยังไง คนไทยเข้าถึงได้จริงผ่านช่องทางไหน และข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนคาดหวังสูงเกินไป
ภาพการใช้งานจริงในบทความนี้อ้างอิงบางส่วนจากคลิปทดลองใช้ของช่อง Paul J Lipsky บน YouTube โดยคลิปนี้เป็นหนึ่งในคลิปแรก ๆ ที่ลองฟีเจอร์ Omni แบบเต็ม ๆ ส่วนตัวเลขสเปก ราคา และฟีเจอร์ทางการทั้งหมด ตรวจสอบซ้ำจากประกาศของ Google และสำนักข่าวเทคโนโลยีอีกชั้นหนึ่ง
Gemini Omni คืออะไร และทำไมถึงเป็นข่าวใหญ่
Gemini Omni คือโมเดล multimodal (โมเดลที่รับและสร้างข้อมูลได้หลายชนิด) ตัวใหม่ของ Google แนวคิดคือ "สร้างอะไรก็ได้จาก input อะไรก็ได้" โดยเริ่มจากงานวิดีโอก่อน รุ่นแรกที่เปิดให้ใช้จริงชื่อ Gemini Omni Flash รับ input ได้ทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง และวิดีโอ แล้วสร้างเป็นคลิปสั้นราว 10 วินาทีพร้อมเสียงในตัว ตามที่ Google อธิบายไว้ในประกาศเปิดตัว Google
ความยาว 10 วินาทีต่อคลิปเป็นจุดที่หลายคนสงสัยว่าโมเดลทำได้แค่นี้หรือเปล่า Nicole Brichtova หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Google ระบุว่าตัวเลขนี้ไม่ใช่ข้อจำกัดของตัวโมเดล แต่เป็นเพดานที่ตั้งไว้ก่อนเพื่อกระจายเครื่องมือให้ถึงผู้ใช้วงกว้างขึ้น TechCrunch นอกจากนี้ Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ยังวางทิศทางไว้ว่า AI กำลังขยับจากการทำนายข้อความไปสู่การจำลองโลกจริง สะท้อนว่า Google มอง Omni เป็นก้าวแรกของโมเดลที่เข้าใจโลกแบบ world model มากกว่าจะเป็นแค่เครื่องทำคลิป
จุดที่ทำให้ Omni ต่างจากเครื่องมือก่อนหน้ามีหลัก ๆ 3 อย่าง ข้อแรกคือรับเสียงเป็น input ได้ (เริ่มจากเสียงพูดก่อน) ไม่ใช่แค่สร้างเสียงเป็น output อย่างเดียว ข้อสองคือแก้ไขวิดีโอได้ "ด้วยการคุยต่อ" และจำสถานะเดิมของคลิปไว้ จึงสั่งให้ปรับเฉพาะจุดได้ เช่น เปลี่ยนสีเสื้อจุดเดียวโดยไม่กระทบส่วนอื่น ข้อสามคือการ grounding กับความรู้และการค้นหาของ Gemini ทำให้สร้างฉากหรืออ้างอิงสถานที่จริงได้แม่นขึ้น Google
ข่าวนี้ใหญ่กว่าการเปิดตัวฟีเจอร์ทั่วไป เพราะมันมาเติมช่องว่างที่ Sora ของ OpenAI เคยอยู่พอดี OpenAI ปิดแอปและเว็บ Sora สำหรับผู้ใช้ทั่วไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2026 ส่วน API ยังเปิดให้นักพัฒนาใช้ต่อไปจนถึงวันที่ 24 กันยายน 2026 จึงไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่สำหรับคนทั่วไปที่เคยเล่นแอป Sora ถือว่าหมดทางใช้แล้ว TechCrunch เหตุผลเบื้องหลังคือต้นทุนสูงมาก มีรายงานว่า Sora เผาเงินราว 1 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่จำนวนผู้ใช้ร่วงจากหลักล้านเหลือต่ำกว่าครึ่งล้าน เมื่อตลาดว่างลง แล้ว Google เปิด Omni ตามมาในอีกราว 23 วัน หลายฝ่ายจึงมองว่า Google เข้ามาแทนที่ในจังหวะที่เหมาะเจาะ
ฟีเจอร์ Avatar ใส่ตัวเองลงในวิดีโอ — สนุกแต่ต้องระวัง
ฟีเจอร์ที่ทำให้คนทั่วไปเข้าใจ Omni ได้ง่ายที่สุดคือ avatar (อวตารที่หน้าตาและเสียงเหมือนตัวเอง) ฟีเจอร์นี้ต้องเริ่มตั้งค่าบนมือถือ เพราะต้องใช้กล้องและไมโครโฟน ขั้นตอนคือเปิดแอป Gemini แล้วทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ ระบบจะให้พูดตัวเลขและขยับหน้าไปมาเล็กน้อย เป็นวิธีเดียวกับฟีเจอร์ Cameos ของ Sora เดิม TechTimes เมื่อตั้งค่าเสร็จ ผู้ใช้สามารถบรรยายว่าอยากให้ตัวเองไปอยู่ในฉากแบบไหน ทั้งในรูปภาพและวิดีโอ จากการทดลองใช้ของช่อง Paul J Lipsky ตัวอย่างที่ทำได้มีตั้งแต่ใส่สูทนั่งกินสปาเกตตีในร้านหรู ไปจนถึงยืนสอนคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยหน้ากระดานดำ Paul J Lipsky
Google เรียกการใช้งานแนวนี้ว่า "personalized memes" หรือมีมส่วนตัว เช่น คลิปตัวเองชนะรางวัลหรือไปเหยียบดวงจันทร์ ตามที่ Nicole Brichtova อธิบายไว้ TechCrunch ความสนุกตรงนี้มาพร้อมความกังวลเรื่อง deepfake และความเสี่ยงที่คนจะนำใบหน้าคนอื่นไปใช้โดยไม่ขออนุญาต Google รับรู้ความเสี่ยงนี้และวางมาตรการไว้หลายชั้น
มาตรการแรกคือทุกคลิปที่สร้างด้วย Omni จะฝัง SynthID ไว้ เป็นลายน้ำดิจิทัลที่ปกติมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ตรวจสอบได้ผ่านเครื่องมือของ Google เช่น แอป Gemini, Chrome และ Search เพื่อยืนยันว่าคลิปนั้นสร้างด้วย AI Google จุดนี้ต่างจาก Sora ที่ใช้ลายน้ำมุมจอแบบมองเห็นได้ ส่วน Omni ใช้ลายน้ำที่ฝังในตัวไฟล์และไม่กินพื้นที่ภาพ Digital Applied มาตรการที่สองคือให้พูดตัวเลขตอนตั้ง avatar เพื่อช่วยยืนยันว่าเป็นเจ้าของใบหน้าจริง มาตรการที่สามคือ Google ยังไม่เปิดฟีเจอร์ที่เสี่ยงที่สุด นั่นคือการสลับเสียงหรือแปลงตัวคนในฟุตเทจที่มีอยู่แล้ว เพราะเป็นช่องทางที่ทำ deepfake ได้ง่ายที่สุด TechTimes
Omni เทียบกับ Sora · Veo · Kling — ตัวไหนเหมาะกับใคร
ปี 2026 สนามวิดีโอ AI ไม่ได้แข่งกันที่ภาพสวยอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ละตัวมีจุดขายและกลุ่มผู้ใช้คนละแบบ การเทียบจึงควรดูที่ use case มากกว่าคุณภาพของภาพเพียงอย่างเดียว ตารางด้านล่างสรุปความต่างหลัก ๆ ของแต่ละตัว
| หัวข้อ | Gemini Omni Flash | Sora 2 (OpenAI) | Veo 3.1 (Google) | Kling (จีน) |
|---|---|---|---|---|
| ความยาวคลิป | ราว 10 วินาที | ราว 15-25 วินาที | 8 วินาทีต่อครั้ง ต่อยาวได้ | คลิปสั้น |
| ความละเอียด | ราว 720p (ยังไม่มีตัวเลขทางการ) | 720p ถึง 1080p | 1080p ถึง 4K | แล้วแต่รุ่น |
| รับเสียงเป็น input | ได้ (จุดที่ไม่มีใครมี) | ไม่ได้ | ไม่ได้ | ไม่ได้ |
| ลายน้ำ | SynthID มองไม่เห็น | ลายน้ำมุมจอมองเห็นได้ | SynthID มองไม่เห็น | แล้วแต่รุ่น |
| สถานะ | ใช้งานได้แล้ว แต่ยังไม่มี API | แอปผู้ใช้ทั่วไปปิดแล้ว เหลือ API | ใช้งานอยู่ เด่น 4K + คลิปยาว | ใช้งานอยู่ เข้าถึงง่าย |
| เหมาะกับใคร | ครีเอเตอร์ + คอนเทนต์โซเชียล | (เหลือเฉพาะนักพัฒนาผ่าน API) | งานองค์กร + งานคุณภาพสูง | คนที่อยากลองราคาประหยัด |
Digital Applied ชี้ว่าจุดเด่นที่ Omni มีแต่ตัวอื่นยังไม่มีคือการรับเสียงเป็น input ได้ Digital Applied เมื่อรวมกับการแก้คลิปด้วยการคุยต่อและการจำสถานะเดิม Omni จึงต่างจาก Sora และ Veo ที่มักเริ่มสร้างใหม่ทุกครั้ง อีกจุดคือการ grounding กับความรู้จริงของ Gemini และการใช้ได้ฟรีบน YouTube Shorts ส่วน Veo 3.1 ยังเด่นกว่าในงานที่ต้องการความละเอียดสูงถึง 4K และคลิปยาว โดยยังใช้งานอยู่บน Vertex AI, Google Flow และ Workspace ตามปกติ จึงไม่ใช่ว่า Google เลิกใช้ Veo แล้ว แต่ Omni Flash เข้ามาแทน Veo เฉพาะในแอป Gemini เท่านั้น OpusClip
มุมมองของ Digital Applied สรุปว่าตลาดนี้คือ "สามผลิตภัณฑ์ สามกลุ่มผู้ซื้อ" ไม่ใช่การแข่งกันด้วยคุณภาพล้วน ๆ แต่เป็นการเลือกตามบริบทการใช้งานและต้นทุน Digital Applied สำหรับครีเอเตอร์และเจ้าของธุรกิจไทยที่อยากทำคลิปสั้นลงโซเชียล Omni ได้เปรียบเรื่องการเข้าถึง เพราะมีช่องทางฟรีและราคาเริ่มต้นต่ำ
คนไทยใช้ได้จริงไหม และเข้าถึงยังไง
คำถามสำคัญที่สุดสำหรับผู้อ่านไทยคือ เข้าถึงได้จริงหรือเปล่า คำตอบคือได้ และมีหลายระดับให้เลือกตามงบและความต้องการ
ช่องทางแรกคือใช้ฟรีผ่าน YouTube Shorts และแอป Create ของ Google ซึ่งเป็นกลยุทธ์กระจาย Omni ให้คนเข้าถึงได้กว้างที่สุด Digital Applied ช่องทางที่สองคือแพ็ก Google AI Plus ซึ่งมีขายในไทยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ราคา 189 บาทต่อเดือน และเคยมีโปรโมชัน 95 บาทสำหรับ 6 เดือนแรก Blognone ส่วนผู้ที่ต้องการสิทธิ์มากขึ้น เลือกแพ็ก Google AI Pro ราคา 750 บาทต่อเดือนได้ Blognone
ที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนนักศึกษาคือ Google ประกาศให้นักศึกษาไทยราว 3 ล้านคนใช้ Google AI Pro ฟรีนาน 1 ปี สิทธิ์นี้อยู่ระดับเดียวกับแพ็กเสียเงิน Nation Thailand จึงเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่อยากลองเครื่องมือเหล่านี้โดยไม่ต้องจ่าย
ใช้ทำอะไรได้จริง และข้อจำกัดที่ต้องรู้
สำหรับครีเอเตอร์ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และคนทำงานออฟฟิศ Omni เปิดทางให้ทำคลิปสั้นพร้อมเสียงได้โดยไม่ต้องมีกล้องหรือทีมถ่าย ตัวอย่างการใช้งานจริงมีหลายแบบ เช่น คลิปการตลาดสั้นหรือรีลลงโซเชียล, คลิปแนะนำตัวหรือพรีเซนต์งานด้วย avatar, การรวมรูปสินค้าหรือสัตว์เลี้ยงเป็น montage และการแก้คลิปที่ถ่ายเองด้วยการเติมรายละเอียดในฉาก จากการทดลองใช้ของช่อง Paul J Lipsky เมื่ออัปโหลดคลิปวิวภูเขาแล้วสั่งให้เติมภูเขาไฟที่กำลังปะทุ ผลลัพธ์ออกมาแนบเนียนและรักษาส่วนอื่นของคลิปไว้ครบ Paul J Lipsky
จากการทดลองของช่องเดียวกัน ขั้นตอนใช้งานจริงคือเลือก template สำเร็จรูป (เช่นที่ผู้ทดลองเรียกว่า metallic, meme me, indie pastel และ montage เป็นชื่อที่พบในการใช้งานจริง ไม่ใช่รายการทางการของ Google) หรือพิมพ์ prompt เอง จากนั้นเลือก avatar แล้วรอระบบสร้าง ในการทดลอง ระบบใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีต่อคลิป แต่เวลาอาจต่างกันในแต่ละครั้ง เมื่อเสร็จแล้วแชร์เป็นลิงก์หรือดาวน์โหลดได้ Paul J Lipsky สำหรับ montage ผู้ทดลองระบุว่าอัปโหลดได้ราว ๆ 5 รูปและวิดีโอ 1 คลิป แต่ผู้ทดลองเองก็ไม่ได้ยืนยันตัวเลขแน่ชัด จึงควรถือเป็นค่าประมาณ
ด้านข้อจำกัด มีหลายจุดที่ต้องรู้ก่อนคาดหวังสูงเกินไป อย่างแรก คลิปยาวแค่ราว 10 วินาทีต่อครั้ง จึงไม่เหมาะกับงานวิดีโอยาว อย่างที่สอง ความละเอียดอยู่ที่ราว 720p โดย Google ยังไม่ประกาศตัวเลขทางการ และบางแหล่งระบุไว้ที่ 1080p OpusClip อย่างที่สาม ความต่อเนื่องข้ามช็อตยังไม่เป๊ะนัก จากการทดลองใช้พบว่าฉากที่ซับซ้อนมากยังเชื่อมต่อกันได้ไม่ลื่นทั้งหมด อย่างที่สี่ การใช้รูปหรือวิดีโอเดิมเป็นเฟรมเริ่มต้นยังทำได้ไม่ดี และอย่างสุดท้าย ทุกคลิปฝัง SynthID เพื่อบ่งชี้ว่าสร้างด้วย AI จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องการให้ดูเหมือนถ่ายจริงโดยไม่บอกว่าใช้ AI Paul J Lipsky
สรุป
Gemini Omni คือการกลับเข้าสนามวิดีโอ AI ของ Google ในจังหวะที่ Sora ของ OpenAI เพิ่งถอยออกจากมือผู้ใช้ทั่วไป จุดเด่นที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ภาพสวยกว่าใคร แต่อยู่ที่การรับเสียงเป็น input ได้ การแก้คลิปด้วยการคุยต่อ และช่องทางเข้าถึงที่กว้าง ทั้งบน YouTube Shorts แบบฟรีและแพ็กเริ่มต้นราคาต่ำ เมื่อมองในมุมคนไทย นี่คือเครื่องมือสร้างวิดีโอ AI ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตอนนี้ เริ่มที่ 189 บาทต่อเดือน หรือฟรีสำหรับนักศึกษาที่ได้สิทธิ์ ขณะที่ Veo ยังเหมาะกับงานคุณภาพสูง และ Sora เหลือเฉพาะนักพัฒนาผ่าน API ถ้าอยากทำคลิปสั้นลงโซเชียลหรือทดลองไอเดียคอนเทนต์ Omni น่าลองตั้งแต่วันนี้ แต่ต้องไม่ลืมข้อจำกัดเรื่องความยาว ความละเอียด และลายน้ำที่ติดมาทุกคลิป
ที่มาคลิปตัวอย่างการใช้งาน: ช่อง Paul J Lipsky บน YouTube — https://www.youtube.com/watch?v=IrA0mzZTwLo
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
ChatGPT Work ฉบับเข้าใจง่าย มอบงานให้ AI ทำจนจบ ตั้งแต่งานแรกจนถึงงานอัตโนมัติ พร้อม workflow ใช้ได้จริง 8 แบบ
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด



