ช่อง Keith AI เผยแพร่คลิป "Master Hermes Agent in 41 mins" ซึ่งตั้งต้นจากข้อสังเกตที่ว่า คลิปสอน Hermes ส่วนใหญ่หยุดอยู่แค่ขั้นตอนติดตั้ง ทั้งที่การติดตั้งไม่ใช่ส่วนที่ยาก ส่วนที่ยากจริงคือการเปลี่ยน Hermes ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง โดยเป้าหมายที่ Keith AI วางไว้คือการต่อ Hermes เข้ากับ Telegram, ข้อมูลสุขภาพจาก Apple Health, ปฏิทิน, Gmail, ระบบโพสต์โซเชียลมีเดีย และเชื่อมกับ OpenClaw เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า personal AI wiki ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา แนวคิดนี้อ้างอิงบทความยอดนิยมของ Andrej Karpathy ที่ชื่อ LLM wiki ซึ่งหมายถึง AI agent ที่ค่อย ๆ สร้างและดูแลฐานความรู้แบบถาวร แล้วเก่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป Keith AI ระบุว่าหลังใช้งานมาหลายร้อยชั่วโมง สิ่งที่มองหาในที่สุดคือ agent ที่จำทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้าของและพัฒนาตัวเองได้ และในตอนนี้มองว่า Hermes ทำเรื่องนี้ได้ดีกว่า OpenClaw เพราะมี memory ที่ดีกว่าและความสามารถในการปรับปรุงตัวเองที่เหนือกว่า บทความนี้สรุปสาระทั้งคลิปไว้ตามลำดับที่ Keith AI นำเสนอ

1. สามวิธีติดตั้ง Hermes: CLI, Ollama แบบโลคัล และ VPS ที่รัน 24/7
ในคลิป Keith AI ระบุว่ามีสามทางเลือกในการติดตั้ง Hermes ขึ้นอยู่กับงบและความต้องการใช้งาน วิธีแรกคือการติดตั้งบนเครื่องด้วย command line โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ Hermes Agents แล้วคัดลอกคำสั่งติดตั้งไปวางในเทอร์มินัล จุดที่ Keith AI ชี้ว่าน่าสนใจคือ ตัวติดตั้งตรวจพบว่าในเครื่องมี OpenClaw อยู่แล้ว จึงถามว่าต้องการ import ข้อมูลเดิมหรือไม่ ซึ่งรวมถึง souls, user profile และ skills ทำให้ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทั้งหมด
วิธีที่สองคือการติดตั้งผ่าน Ollama สำหรับผู้ที่ต้องการรันโมเดล AI แบบโลคัลบนเครื่องตัวเองโดยไม่ต้องจ่ายค่า LLM ตามที่ Keith AI สาธิต ขั้นตอนคือดาวน์โหลด Ollama จาก ollama.com รันคำสั่งในเทอร์มินัล ดาวน์โหลดโมเดล แล้วใช้คำสั่ง ollama launch Hermes ข้อจำกัดที่ Keith AI ย้ำคือ ความแรงของโมเดลขึ้นกับสเปกเครื่อง และมีข้อควรระวังเรื่องการเลือกโมเดล โดยยกตัวอย่างความผิดพลาดของตัวเองที่เลือก Gemma 3B ซึ่งไม่รองรับ tool calling จึงต้องเปลี่ยนไปใช้ Cohere 3.5 9B แทน
วิธีที่สามคือการติดตั้งบน VPS เพื่อให้ Hermes รันได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการรันบนเครื่องส่วนตัวมีความเสี่ยงที่เครื่องจะปิดเอง Keith AI ระบุว่าวิธีนี้ปกติจะยากเพราะต้องเรียนรู้ SSH และเครื่องมือหลายตัว แต่ได้ลองมาหลายวิธีแล้วพบว่าทางที่ง่ายที่สุดคือใช้ Open Router Spawn ซึ่งเป็นเครื่องมือ deploy บน VPS ที่รองรับ Digital Ocean, Hetzner, AWS, Google Cloud และอื่น ๆ ด้วยคำสั่งเดียว ในตัวอย่างที่สาธิต Keith AI เลือก Digital Ocean โดยไม่ต้องเปิดหน้า Digital Ocean เอง ระบบสร้าง droplet ขนาดเล็กที่สุดให้อัตโนมัติ ราคาประมาณ $18 ต่อเดือน สเปก 2 CPU และ RAM 2 GB ทั้งนี้ Keith AI แนะนำว่าหากตั้งค่า droplet เอง ควรมีอย่างน้อย 2 CPU และ RAM 4 GB เพื่อให้ Hermes ทำงานได้ลื่น
Tip: Keith AI แนะนำว่าหากจะรันบน VPS ควรเริ่มจากการต่อ Open Router ก่อน เพราะเชื่อมได้หลายโมเดล และ ณ วันที่ 13 เมษายน มีโมเดลฟรีชื่อ Elephant ที่ทำงานได้ดี โดยหากเติมเงินขั้นต่ำ $10 จะได้ request เพิ่ม 1,000 ครั้งต่อวัน
2. เลือก LLM ให้ถูก: ตัวที่ฆ่าบิล $64 ต่อสัปดาห์
ประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นจุดที่ Keith AI ให้น้ำหนักมาก โดยเล่าว่าเคยใช้ Claude API กับ Hermes แล้วมีค่าใช้จ่ายราว $64 ภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ จึงสรุปว่าการ optimize token และประหยัดเงินเป็นเรื่องสำคัญ Keith AI อธิบายว่าแพลนรายเดือนที่ถูกที่สุดของ Anthropic, Gemini และ OpenAI คือแพลนที่ผู้ให้บริการ subsidize ค่าใช้งานให้ แต่ปัญหาคือ Claude, Gemini และ Kimi ที่เคยเป็นตัวเลือกถูกที่สุด ปัจจุบันไม่อนุญาตให้เชื่อมกับ Hermes ผ่าน third-party โดยไม่เสี่ยงโดนแบน
ทางออกที่ Keith AI เลือกใช้คือ OpenAI Codex เพราะเป็นตัวเดียวที่ทำงานกับ Hermes ได้อย่างเสถียรโดยไม่โดนแบน และยังใช้ subscription plan ที่มีอยู่แล้วได้ จุดที่ Keith AI ชี้ว่าน่าประทับใจคือ เนื่องจากเครื่องล็อกอิน Codex อยู่แล้ว Hermes จึงคัดลอก authentication มาให้เองโดยไม่ต้อง authenticate ซ้ำ ต่างจาก OpenClaw ที่ต้องเปิด URL ไป authenticate ใหม่
ทางเลือกรองที่ Keith AI แนะนำคือ Open Router เพราะมีฟีเจอร์ auto routing ที่ส่งงานง่ายไปยังโมเดลฟรีหรือถูก และส่งงานซับซ้อนไปยังโมเดลที่แรงกว่า อีกทั้ง Open Router ยังรองรับการนำ API key ของตัวเองมาเชื่อม ทำให้เรียกหลายโมเดลได้ผ่าน key เดียว Keith AI ย้ำว่าการเลือกโมเดลให้ถูกเป็นเรื่องสำคัญหากไม่อยากเสียเงินจำนวนมาก

Provider routing และ fallback ที่ Keith AI ใช้ประหยัด token
ในคลิป Keith AI อธิบายว่าหากใช้ Open Router เป็น LLM provider จะ route ตามราคา throughput หรือ latency ได้ แนวคิดคือไม่ใช้โมเดลแรงสุดกับทุกงาน แต่ route ตามประเภทงาน เช่น งานง่ายหรือแก้ UI เล็กน้อยใช้โมเดลต้นทุนต่ำ ส่วนงานเขียนโค้ดและวางแผนใช้โมเดลที่ reasoning สูงกว่า Keith AI ยกตัวอย่างฝั่ง Claude ว่าใช้ Sonnet ที่ถูกและเร็วกว่ากับงานง่าย และใช้ Opus 4.7 กับงานซับซ้อน โดยเรียกใช้ผ่านการพิมพ์คำสั่ง mode แล้วเลือก cheap, plan หรือ code ตามที่ตั้งไว้
Keith AI ยังเน้นเรื่อง fallback provider ว่าควรตั้งไว้ เผื่อกรณีเซิร์ฟเวอร์ของ Anthropic ล่มซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว จะได้ไม่เหลือตัวเลือกใช้งาน เทคนิคที่ Keith AI แชร์คือ ตั้ง route ไปยังโมเดลฟรีสำหรับบางงาน เมื่อ request หมดค่อยสลับกลับโมเดลอื่น เพื่อใช้โมเดลฟรีให้คุ้มที่สุด โดยวิธีตั้งคือป้อน prompt สั่งให้ Hermes ตั้งค่า cost saving model routing แล้ว Hermes จะแก้ config file และตั้ง provider ให้เอง
3. ต่อ Telegram, Dashboard และ Cron "Heartbeat" ที่ทำงานเอง
ตามที่ Keith AI สาธิต หลังติดตั้งเสร็จ ขั้นถัดมาคือต่อ Hermes เข้ากับเครื่องมือสนทนา โดยรองรับทั้ง Discord, Slack, Signal, email, WhatsApp และ Telegram ซึ่ง Keith AI เลือก Telegram เพราะตั้งค่าง่ายที่สุด ขั้นตอนคือใช้คำสั่ง Hermes gateway setup เลือก Telegram เปิด Bot Father สร้างบอตใหม่ คัดลอก bot token มาวาง แล้วหา ID ของตัวเองผ่านบอตชื่อ @userinfobot โดย Keith AI เตือนให้ตรวจชื่อบอตให้ตรงเป๊ะเพราะมีบอตหลอกลวงจำนวนมาก จากนั้นตั้ง home channel ว่าจะให้ Hermes ส่งผลลัพธ์งานอัตโนมัติเข้า direct message หรือกลุ่ม
Keith AI แชร์เคล็ดลับที่เรียกว่า secret hack คือการเปิดใช้ topics ในกลุ่ม Telegram เพื่อแยกบทสนทนาเป็นหัวข้อ เช่น หัวข้อ social media, หัวข้อพัฒนาแอป, หัวข้อ analytics ซึ่งช่วยจัดระเบียบการใช้งาน ทั้งนี้หากบอตไม่ตอบในกลุ่ม Keith AI ระบุว่าเป็นเรื่องปกติ ต้องไปที่ Bot Father เลือกบอต ปิด group privacy แล้วลบบอตออกจากกลุ่มและเพิ่มกลับเข้าไปใหม่
ถัดมา Keith AI แนะนำ Hermes dashboard โดยใช้คำสั่ง Hermes dashboard แล้วเปิดเบราว์เซอร์ที่ 127.0.0.1:9119 หน้านี้แสดง session ล่าสุด แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อ ประวัติการใช้งาน analytics จำนวน token API call log ของ error ทั้งหมด และ cron jobs โดย Keith AI ตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่ Hermes ยังขาดเมื่อเทียบกับ OpenClaw คือยังไม่มี web UI สำหรับแชทโต้ตอบ ทำได้แค่ผ่านเทอร์มินัลกับ Telegram
ในส่วน cron jobs Keith AI อธิบายว่าคือสิ่งที่ตั้งให้รันเป็นช่วงเวลา สร้างได้ทั้งผ่าน dashboard หรือพิมพ์คุยกับ Hermes โดยตรง ตัวอย่างที่สาธิตคือตั้งงานชื่อ weekly app sales report ให้ดึงข้อมูลยอดขายจาก App Store ทุกสัปดาห์แล้วส่งรายงานเข้ามา พร้อมกำหนด cron schedule เป็นชุดตัวเลขนาที วันของเดือน เดือน และวันในสัปดาห์ Keith AI ระบุว่า cron jobs คือศูนย์กลางของสิ่งที่ Hermes ทำได้
Note: Keith AI อ้างถึงแนวคิด heartbeat ของ OpenClaw ที่ AI agent ทำงานเชิงรุกเองโดยไม่รอ prompt และสาธิตการสร้างใน Hermes ด้วยการตั้ง cron job ให้รันทุกชั่วโมง โดยอ้างถึง TED Talk ของผู้ก่อตั้ง OpenClaw ที่ตั้งคำสั่ง heartbeat ไว้ว่า "surprise me" แล้วปรับให้มีประโยชน์ขึ้นด้วยการสั่งให้ตรวจงาน, skills, สุขภาพ หรือเสนอแนวทางพัฒนาธุรกิจ แล้วรายงานกลับมาทุกชั่วโมง
4. Skills และไฟล์ตั้งค่าบุคลิก: souls.md, agents.md, user.md
ตามที่ Keith AI นำเสนอ ใน dashboard มีส่วน skills ที่กดปุ่มเดียวเพื่อเปิดใช้งานได้ เช่น เชื่อม Apple Notes, ต่อ Obsidian หรือ delegate ไปยัง Claude code Keith AI อธิบายว่า skill คือ workflow หลายขั้นตอนที่ทำครั้งเดียวแล้วสั่งให้ Hermes จดจำไว้ ครั้งต่อไปเรียกใช้ได้ในขั้นตอนเดียว ตัวอย่างที่ยกคือ workflow สร้างโพสต์โซเชียลที่มีหลายสเต็ป ตั้งแต่ให้ไอเดีย ร่างเวอร์ชันที่ไวรัลกว่า รออนุมัติ แล้วโพสต์ขึ้น Threads และ Facebook ผ่าน API จุดที่ Keith AI ย้ำคือ skill พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ตามเวลา และช่วยประหยัด token โดยมี skills ที่ดีหลายตัวสำหรับงานพัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น planning, requesting code reviews และ sub-agent driven
อีกส่วนคือ config file ซึ่ง Keith AI ระบุว่าแก้ได้ทั้งการเปิดไฟล์โดยตรงหรือผ่าน dashboard ครอบคลุมการเปลี่ยนโมเดล, context length, โฟลเดอร์ และการเชื่อม OAuth provider อื่น เช่น Anthropic, Cohere ด้วยการใส่ API key รวมถึงเปลี่ยน Telegram token ได้ด้วย
Keith AI ชี้ว่าสิ่งที่ทำให้ Hermes และ OpenClaw น่าสนใจคือการตั้งบุคลิก โดยปกติจะแก้ไฟล์ souls.md และ agents.md ซึ่งอธิบายว่า souls.md คือบุคลิก ส่วน agents.md คือสมอง ในไฟล์ souls.md Keith AI ใส่ตัวอย่างได้ เช่น เป็นผู้ช่วยที่อบอุ่นและขี้เล่นใช้อิโมจิเป็นครั้งคราว หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคที่กระชับ ไม่มีน้ำ ส่วน agents.md โดยปริยายจะยังไม่มี ต้องสร้างไฟล์ขึ้นมาเอง โดยใส่กฎเฉพาะ เช่น สไตล์การเขียนโค้ดที่ชอบ หรือฟอร์แมตเฉพาะเวลาเขียนโพสต์ LinkedIn ผ่าน skill ซึ่งเป็นกฎทั่วไปที่ถูกใช้ทุกครั้งที่สั่งงาน
ไฟล์ที่สาม Keith AI ระบุว่าควรดูคือ user.md ซึ่งเป็น memory เกี่ยวกับเจ้าของ ระบบบันทึก persona ไว้ที่นี่ และใส่ข้อมูลส่วนตัวได้ เช่น ชื่อ Key มีภรรยา ที่อยู่ งาน และที่อยู่อาศัย เพื่อให้ครั้งต่อไปที่คุยกัน Hermes รู้บริบทส่วนตัวและให้ประสบการณ์ที่ดีขึ้น Keith AI สรุปหลักการที่ใช้ตลอดคลิปว่า ยิ่งให้ context มาก AI agent ยิ่งเก่งขึ้น
5. เคสใช้งานจริง: Apple Health, Threads, Gmail และปฏิทิน
Keith AI สาธิตเคสใช้งานจริงหลายตัว เริ่มจากข้อมูลสุขภาพ โดยสร้างแอปชื่อ Health Data AI Analyzer ที่ import ข้อมูลจาก Apple Health แล้วตั้ง API ขึ้นมา จากนั้นบอก Hermes ว่ามี API ของข้อมูลสุขภาพให้เชื่อมที่ IP address นี้ Hermes เขียนโค้ด Python เชื่อมสำเร็จ แล้วดึงข้อมูลการนอนมาให้ ผลคือนอนเฉลี่ยราว 7.59 ชั่วโมง ตื่นราว 9:00 ถึง 9:30 น. สูงสุด 9.8 ชั่วโมง ต่ำสุด 5.37 ชั่วโมง ขั้นต่อมา Keith AI สั่งให้แปลงเป็นสคริปต์ที่ใช้ซ้ำได้ ทำเป็น skill แล้วตั้ง cron job ให้ส่งสรุปการนอนทุกเช้า 8:00 น. เพื่อประหยัด token และไม่ต้องให้ Hermes เขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง
เคสที่สองคือการใช้ Hermes โต Threads โดย Keith AI ระบุว่าปัญหาคือ Threads ขอ API ยากมาก วิธีเดิมต้องติดตั้ง extension ของ OpenClaw มา scrape หน้าจอซึ่งทำงานไม่เสถียร แต่กับ Hermes ทำได้ง่ายด้วยการดาวน์โหลด extension Get cookies.txt แล้ว export cookie ที่มี login credential ออกมา จากนั้นสั่งให้ Hermes ดึงข้อมูลโพสต์ Threads ย้อนหลัง 2 สัปดาห์ Keith AI ชี้ว่าจุดที่ Hermes เหนือกว่า OpenClaw คือเก่งเรื่องใช้เบราว์เซอร์ทำงาน งานนี้เคยเป็นฝันร้ายบน OpenClaw แต่ Hermes ทำได้ดี ผลคือดึงโพสต์มา 34 โพสต์ พร้อม like, reply, repost ทำให้เห็นว่าโพสต์ไหนเวิร์กและไม่เวิร์ก แล้วนำไปสร้างระบบพัฒนาโพสต์ให้ดีขึ้นตามเวลา โดย Keith AI ทำเป็น skill แบบ open source ให้ clone ไปใช้ต่อได้
เคสที่สามคือต่อ Gmail และ Google Calendar เพื่อให้ Hermes รู้บริบทเรื่องตารางและงานมากขึ้น ขั้นตอนตามที่ Keith AI สาธิตคือ เข้า console.cloud.google.com สร้าง project ไปที่ APIs and Services เปิดใช้ Google Calendar API และ Gmail API จากนั้นไปที่ credentials สร้าง OAuth client ID เลือก desktop app ดาวน์โหลดไฟล์ JSON แล้วลากไฟล์เข้า Hermes เพื่อเชื่อม Google เมื่อ authorize เสร็จ Hermes อ่านปฏิทินได้ ตัวอย่างที่สาธิตคือถามว่าสัปดาห์นี้มีนัดอะไร แล้ว Hermes ตอบว่าวันพุธมีโยคะ 17:00 ถึง 18:00 น. ซึ่งถูกต้อง Keith AI ระบุว่านำส่วนนี้ไปรวมกับ cron job ของข้อมูลสุขภาพ ให้สรุปทุกเช้าว่ามีนัดอะไร อีเมลอะไรที่พลาด สถานะสุขภาพเป็นอย่างไร ซึ่งคือการสร้าง personal wiki LLM ตามที่ตั้งใจไว้
6. ใช้ Hermes คู่กับ OpenClaw: orchestrator กับ worker บนฐานความรู้ร่วม
ในช่วงท้าย Keith AI ระบุว่าเดิมคิดว่าต้องเลือกระหว่าง Hermes กับ OpenClaw อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่พบว่าใช้ทั้งคู่พร้อมกันได้ โดยให้เหตุผลว่า Hermes มี memory ที่ดีกว่า ปรับปรุงตัวเองได้ดีกว่า และเหมาะกับ solopreneur ที่ทำทีละงาน ส่วน OpenClaw เหนือกว่าเมื่อทำ multi-agent workflow, งานวิจัยหนัก, งานยาว และการรันงานซับซ้อน สถานการณ์ที่ Keith AI มองว่าดีที่สุดคือใช้ Hermes เป็น orchestrator เปรียบเหมือน CEO ที่ delegate งานให้ OpenClaw แล้วรอผลกลับมา
วิธีที่ Keith AI ทำคือติดตั้ง OpenClaw และ Hermes บนเครื่องเดียวกันเพื่อให้เข้าถึงไฟล์ชุดเดียวกัน และเก็บไฟล์ MD ที่เป็นฐานความรู้ทั้งหมดไว้บน UGREEN NAS เพื่อให้ทั้งสองตัวอัปเดตไฟล์เดียวกัน แม้จะมีเครื่องหรือ agent อื่นก็เข้าถึงได้จากศูนย์กลางเดียว Keith AI ชี้ว่าตอนติดตั้ง Hermes ยัง import ข้อมูลจาก OpenClaw ได้ด้วย จึงออกแบบมาให้ทำงานคู่กันตั้งแต่แรก พร้อมเปรียบเทียบว่าในเมื่อใช้หลาย LLM อยู่แล้ว เช่น Gemini สำหรับสร้างภาพ Nano Banana, Claude code สำหรับเขียน, OpenAI สำหรับงานโค้ดบางอย่าง ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ใช้หลาย agent
Keith AI เสริมว่า memory ทั้งหมดเป็นไฟล์ MD จึงเข้ากันได้ดีกับ Obsidian ซึ่งเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลแบบ second brain โดยสร้างโฟลเดอร์รวมไฟล์ agents.md, memory, soul ของทั้ง OpenClaw และ Hermes เข้าด้วยกัน แก้ไขเองด้วยมือได้ และระบบยังอัปเดตต่อเนื่อง Keith AI ระบุว่าการเชื่อมสองตัวเข้าด้วยกันเป็นกระบวนการสองขั้น ขั้นแรกคือตอนติดตั้ง Hermes ให้ import memory ทั้งหมด หรือสั่งให้ Hermes บันทึกไฟล์ MD ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับ OpenClaw เพื่อแชร์ความรู้ ขั้นที่สองคือบอก Hermes ว่าสั่งงาน OpenClaw ได้ ด้วย prompt ที่กำหนดให้ Hermes ใช้เหตุผลและประสานงานเร็ว ส่วนงานหลายขั้นตอนและงานยาวให้ delegate ไป OpenClaw แล้วรอผลกลับมาตอบให้กระชับ
Note: Keith AI สรุปปิดท้ายว่า Hermes ไม่ใช่สิ่งที่ติดตั้งไว้เล่น ๆ แต่เป็นศูนย์กลางของระบบ AI ส่วนตัว เมื่อต่อเข้ากับอีเมล ปฏิทิน ข้อมูลสุขภาพ บัญชีโซเชียล analytics ธุรกิจ และ OpenClaw แล้วรวมกับ skills, cron jobs และฐานความรู้ร่วมอย่าง Obsidian ระบบจะเริ่มพัฒนาตัวเองตามเวลา แนวคิดหลักคือเลิกใช้ AI แบบแชต แล้วเปลี่ยนมาสร้างระบบที่ทำงานแทนเจ้าของได้
ที่มา: Keith AI: Master Hermes Agent in 41 mins (YouTube, 23 เม.ย. 2026)
เนื้อหาทั้งหมดในบทความนี้สรุปและเรียบเรียงจากคลิป "Master Hermes Agent in 41 mins" ของช่อง Keith AI ผู้ที่สนใจรายละเอียดแต่ละขั้นตอนแบบเต็ม สามารถดูคลิปต้นฉบับได้ที่ ช่อง Keith AI บน YouTube





ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น!