Medley ปลั๊กอินเพิ่มคำสั่ง /mission ให้ Claude Code แตกงานเป็นผังให้ดูก่อนปล่อย agent ลุยบน Mac
Medley คือปลั๊กอินตัวใหม่ของ Claude Code ที่เพิ่มคำสั่ง /mission ให้พิมพ์เป้าหมายเดียว แล้วได้แผนงานทั้งชุดมาตรวจก่อนปล่อย agent ลงมือ ตัวปลั๊กอินแจกฟรี แต่เครื่องต้องเป็น Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon

หลังรับคำสั่งแรก Medley ไม่ได้ตอบกลับเป็นโค้ด แต่มันส่งแผนงานสี่บรรทัดมาให้ ท้ายทุกบรรทัดระบุชื่อคนรับงานไว้ด้วย
เครื่องมือที่มันไปเกาะอยู่คือ Claude Code ที่ให้เราสั่ง AI แก้ไฟล์ในเครื่องผ่านหน้าต่างสั่งงาน terminal
พอลง Medley แล้วพิมพ์ /mission ตามด้วยเป้าหมายหนึ่งข้อ เซสชันนั้นจะเปลี่ยนบทบาทเป็นหัวหน้างาน ซักถามเราก่อน แตกงานเป็นแผน แล้วคุมทีมผู้ช่วย AI อย่าง agent หลายตัวให้ลงมือตามนั้น ทีม Spine เป็นคนพัฒนาตัวนี้ หน้าเว็บพวกเขาติดป้าย Backed by Y Combinator ไว้ โปรเจกต์นี้ใหม่มาก บน GitHub เพิ่งมีดาวแค่สองดวง
หน้าแรกของ medley.sh โชว์ตัวอย่างไว้แบบนี้
$ /mission Find a GTM channel with real signal
Mission: GTM channel test
├─ Task 1: Research channels → Claude
├─ Task 2: Draft outreach → Claude
├─ Task 3: Build lead list → GPT
└─ Task 4: Review before send → you
บรรทัดสุดท้ายบอกวิธีคิดของเครื่องมือนี้ งานตรวจก่อนส่งไม่ได้ตกอยู่กับโมเดล แต่วนกลับมาหาคนสั่ง มันโผล่มาตั้งแต่ตอนวางแผน ไม่ใช่รอให้ทุกอย่างเสร็จก่อน
ก่อนอื่น เครื่องต้องเป็น Mac ชิป Apple Silicon
ข้อนี้ต้องรู้ก่อนติดตั้ง Medley รันได้เฉพาะบน macOS ที่ใช้ชิป Apple Silicon เพียงอย่างเดียว เครื่อง Mac ชิป Intel ใช้ไม่ได้ ส่วนระบบปฏิบัติการอื่นปลั๊กอินจะไม่ทำงาน แต่ของเดิมไม่พัง ข้อจำกัดแบบนี้เจอในเครื่องมือ AI บน Mac ตัวอื่นด้วย อย่าง Palmier Pro ก็ต้องการชิป Apple Silicon เช่นกัน
เครื่องต้องมีคำสั่ง claude และล็อกอินค้างไว้ เพราะ agent ลูกทีมหรือ worker ทุกตัวเกิดจากการเรียกคำสั่ง claude ตัวนี้ มันยืมสิทธิ์ subscription ที่เราจ่ายอยู่แล้วไปใช้ต่อ อีกสองตัวข้างล่างเป็นของเสริม ใครมีก็ได้ทีมที่กว้างขึ้น
- ลง Codex CLI แล้วล็อกอินด้วย
codex loginเราจะได้ worker ฝั่ง Codex เพิ่มเข้าคิว - ลง Cursor CLI ที่เรียกด้วยคำสั่ง
agentแล้วล็อกอินด้วยagent loginเราจะได้ worker ฝั่ง Cursor เพิ่มเข้ามา
เครื่องมีตัวไหนก็ใช้ตัวนั้น Medley จะไล่ดูเองว่าเราติดตั้งและล็อกอินอะไรไว้บ้าง แล้วจ่ายงานให้เฉพาะกลุ่มที่มีอยู่จริง ส่วนตัวประมวลผล engine เป็นไบนารีพร้อมใช้ในตัว เครื่องเราจึงไม่ต้องลงโปรแกรม Node ไว้ก่อน
/mission เริ่มด้วยการถามกลับ ไม่ใช่ลงมือทันที

พอพิมพ์เป้าหมายลงไป สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือการสัมภาษณ์ ไม่ใช่การเปิดไฟล์ Medley จะถามว่าเป้าหมายจริงคืออะไร งบเท่าไหร่ เดดไลน์เมื่อไหร่ มีเรื่องไหนต้องถามเราก่อนลงมือไหม หน้าเว็บยกตัวอย่างโจทย์ get my first 10 customers ที่คนพิมพ์รู้เรื่องคนเดียว ถ้าไม่ถามก่อน งานก็ผิดทางตั้งแต่ก้าวแรก
ผลการซักถามออกมาเป็นแผนผังงานที่ทีมพัฒนาเรียกว่า task DAG พูดง่ายๆ คือรายการงานที่บอกว่างานไหนต้องรองานก่อนหน้า งานไหนไม่ต้องรอใคร งานที่ไม่ต้องรอจะเริ่มพร้อมกันทันที ส่วนงานที่ต้องรอจะเข้าคิวตามลำดับ แผนเดียวกันนี้ยังระบุด้วยว่างานแต่ละชิ้นจะใช้ระบบรันงานและโมเดลตัวไหน
นี่คือจุดต่างจากการพิมพ์สั่งยาวๆ ทีเดียวแล้วรอลุ้น เราได้เห็นการแบ่งงานทั้งหมดก่อนที่มันจะกินโควตาของเรา
รีวิวแผนให้จบก่อนพิมพ์ go
แผนที่ได้มาไม่ได้เริ่มเอง มันรอเราอ่านทีละงานว่าใครรับ ใช้โมเดลอะไร เราต้องพิมพ์ go มันถึงจะเดินหน้า ระหว่างงานวิ่ง เราพิมพ์แก้คำสั่งด้วยประโยคพูดปกติได้ทันที เช่น พิมพ์ tell the UI task to use shadcn เพื่อล็อกไลบรารีหน้าจอ หรือ kill the flaky one เพื่อหยุด worker ตัวที่ผลลัพธ์เหวี่ยงไปมา เราไม่ต้องรอให้แผนจบทั้งชุดแล้วค่อยแก้
เรื่องความปลอดภัย Medley ระบุว่า agent ทำงานในกรอบที่เราตั้งไว้ มันจะหยุดถามเราก่อนทุกครั้งที่งานไปแตะเรื่องอ่อนไหว เช่น การเผยแพร่งาน การส่งข้อความหาคนจริง หรือการจ่ายเงิน จากนั้นค่อยปล่อยอิสระมากขึ้นตามความสบายใจของเรา นี่คือสิ่งที่เจ้าของเครื่องมือประกาศเอง ไม่ใช่ผลตรวจจากคนนอก คนที่ให้ agent แตะงานจริง ก็ยังต้องอ่านคำขออนุมัติทุกครั้งอยู่ดี
worker ยืมของทั้งชุดจากเซสชันเดิม

worker ที่ Medley ปล่อยออกมาไม่ใช่ agent หน้าใหม่ที่ไม่รู้งานของเรา ทุกตัวรับช่วงต่อทั้ง skills ที่เราติดตั้งไว้ · ตัวเชื่อมต่อระบบอื่นอย่าง MCP server · สิทธิ์ที่เราเคยอนุมัติ · ความจำโปรเจกต์ · และบัญชีที่ล็อกอินไว้ พวกมันลงมือในโฟลเดอร์โปรเจกต์เดียวกับที่เราเปิดค้างไว้ ความจำโปรเจกต์ตรงนี้ทำงานเหมือนปลั๊กอิน Recall มันเก็บบริบทโปรเจกต์ไว้ในเครื่อง แล้วโหลดกลับมาใหม่ทุกเซสชัน
เรื่องนี้เอกสารสองฝั่งของ Medley เล่าไม่ตรงกัน หน้าเว็บเรียงโลโก้โมเดลไว้ยาว ทั้ง GPT · Gemini · Grok · Qwen · DeepSeek · Ollama · Llama ข้อความบอกว่าพาโมเดลเหล่านี้มาทำงานใน Claude Code ได้ แต่เอกสาร README ของปลั๊กอิน ระบุตัวรันงานจริงไว้แค่สามตัว คือ Claude Code · Codex · Cursor ซึ่งเรียกผ่านคำสั่งในเครื่อง ถ้าต้องเลือกยึดสักฝั่งเพื่อวางแผน เอกสารฝั่งหลังคือฝั่งที่บอกว่าอะไรรันได้จริงตอนนี้
เปิด /dashboard ดูงานเดิน กับตัวนับ 4/9 บน statusline
เราพิมพ์ /dashboard เมื่อไหร่ก็ได้ มันจะส่งลิงก์สำหรับเปิดเบราว์เซอร์มาให้ หน้าจอนั้นโชว์ผังงาน สถานะ และการส่งงานต่อระหว่าง worker แบบเดียวกับบน terminal คนที่ไม่ได้จ้อง terminal ทั้งวันก็ยังตามงานจากเบราว์เซอร์ได้
อีกทางคือแถบแสดงสถานะ statusline บรรทัดล่างของ Claude Code ตัว Medley เซ็ตไว้ให้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดใช้ มันโชว์ชื่อภารกิจและตัวนับงานที่เสร็จเทียบกับงานทั้งหมด เช่น 4 จาก 9 และว่างเปล่าเมื่อไม่มีภารกิจไหนวิ่งอยู่ วิธีตั้งค่าคือเพิ่ม statusLine ลงใน ~/.claude/settings.json ชี้ไปที่ ~/.medley/statusline.sh ตัวนี้รีเฟรชใหม่ทุกเซสชัน แถบเดิมที่เราตั้งไว้ไม่โดนแตะ ถ้าไม่ชอบก็ลบบล็อก statusLine ทิ้งได้ Medley จะไม่ใส่กลับมาอีก ส่วนฝั่ง Codex ไม่มีของชิ้นนี้ เพราะระบบไม่เปิดให้ผู้ใช้ตั้งแถบสถานะเอง
ติดตั้งสามบรรทัดใน Claude Code
หน้าเว็บให้คำสั่งมาสามบรรทัด วางลงใน Claude Code ได้เลย
/plugin marketplace add Spine-AI/medley
/plugin install medley
/reload-plugins
เซสชันถัดไปจะโหลด engine มาเอง มันเป็นไบนารีเซ็นชื่อกำกับตัวเดียวจาก engine.getmedley.ai ถ้าโหลดไม่ได้มันจะถอยไปหยิบจาก GitHub Release สาธารณะ เราไม่ต้องขอ token ไม่ต้องลงเครื่องมือ npm หรือ build อะไรเลย จุดน่าสังเกตคือเอกสารโปรเจกต์ให้แค่สองบรรทัดแรกแล้วจบ แต่หน้าเว็บเติม /reload-plugins มาด้วย
ใครใช้ Codex CLI เวอร์ชัน 0.145 ขึ้นไป ติดตั้งผ่านทางนี้แทนได้
codex plugin marketplace add https://github.com/Spine-AI/medley
codex plugin add medley@medley
ฝั่ง Codex เรียกสกิลนี้ด้วย $medley:mission เพราะปลั๊กอินฝั่ง Codex เพิ่มคำสั่งขึ้นต้นด้วย / เองไม่ได้ ครั้งแรกที่จุดดักอย่าง hook แต่ละตัวเริ่มทำงาน Codex จะเด้งถามให้อนุมัติ เราต้องกดผ่านให้ครบ เพราะ Stop hook คือกลไกให้ภารกิจคุมตัวเองต่อบนเครื่องนั้น
เวลามีอัปเดตใหม่ ฝั่ง Claude Code ใช้สองบรรทัดนี้
/plugin marketplace update medley
/plugin update medley
engine ที่ค้างรันอยู่จะอัปเดตเวอร์ชันใหม่เองในการใช้รอบถัดไป มันเดินหน้าทางเดียว ไม่ย้อนกลับไปรุ่นเก่า พร้อมลบไบนารีรุ่นก่อนทิ้งให้ด้วย
ของที่ปลั๊กอินวางไว้ในเครื่องเรา
เรื่องนี้ต้องแยกให้ชัด คำว่าโอเพนซอร์สครอบคลุมแค่ครึ่งเดียว โค้ดในโปรเจกต์สาธารณะ ทั้งสคริปต์ hook สกิล และไฟล์กำหนดค่าอย่าง manifest ใช้ใบอนุญาต MIT แต่ engine ทำงานจริงเป็นของปิด ทีม Spine ถือลิขสิทธิ์เองและแจกเฉพาะไบนารีที่คอมไพล์แล้ว ใบอนุญาต MIT ไม่ครอบคลุมส่วนนั้น คนเปิดโค้ดอ่านจะเห็นแค่เปลือก ส่วนที่ตัดสินใจจริงอยู่ในไฟล์ที่อ่านไม่ได้
ไบนารีที่โหลดมาเทียบค่ากับรหัสเช็ก SHA256SUMS ของรุ่นนั้น มันเซ็นด้วยใบรับรอง Developer ID แต่ไม่ได้ส่งแอปเปิลรับรองแบบ notarize เหตุผลคือไฟล์ที่ดึงผ่านคำสั่ง curl ไม่ติดสถานะกักกัน ระบบของ macOS จึงไม่ได้เรียกเช็กขั้นนั้นตั้งแต่แรก
มีของอีกสามอย่างตามมาหลังติดตั้ง
- โปรแกรมฉากหลัง daemon ชื่อ
ai.getmedley.daemonช่วยให้ภารกิจเดินต่อได้แม้ปิดเซสชันแล้ว มันผูกกับ127.0.0.1:8730ทางเดียว แดชบอร์ดกับ MCP server จึงไม่ออกนอกเครื่อง ช่องทาง/apiกับ/mcpยังต้องใช้ token ประจำเครื่อง หรือเปิดจากเบราว์เซอร์ต้นทางเดียวกัน - ไฟล์ฐานข้อมูล SQLite เก็บสถานะภารกิจ ไว้ในโฟลเดอร์
~/.medley/บนเครื่องเรา ไม่มีการซิงก์ขึ้นที่อื่น - ระบบเก็บสถิติ telemetry ต้องกดยินยอมก่อน มีทั้งสถิติใช้งานและรายงานการแครช ข้อมูลที่ส่งมีแค่รหัสเหตุการณ์ จำนวนครั้ง ระยะเวลา และรหัสตอนจบงาน ไม่ส่ง prompt เนื้อไฟล์ พาธ หรือชื่อโปรเจกต์ ช่องทางนี้ปิดไว้แต่แรกแล้ว
ตัวเลขบนหน้าเว็บ ใครเป็นคนวัด
หน้าแรกของ Medley โชว์คะแนนสี่ชุด เทียบกับคะแนนสูงสุดเท่าที่ Anthropic และ OpenAI เคยรายงานไว้เอง
| เกณฑ์วัด | Medley | Anthropic | OpenAI |
|---|---|---|---|
| Terminal-Bench 2.1 (อัตราทำงานผ่าน) | 93.25% | 88.0% | 91.9% |
| HealthBench Professional (คะแนนเฉลี่ยตามเกณฑ์) | 71.37 | 66.0 | 60.5 |
| ViBench (Plan Pass@1) | 93.24% | 87.8% | 86.5% |
| DrugDiscoveryBench (อัตราตอบตรงคำตอบ) | 60.98% | 50.1% | 51.6% |
Medley วัดและประกาศตัวเลขชุดนี้เองบนหน้าเว็บ สองแหล่งที่เปิดให้อ่านตอนนี้ไม่มีลิงก์ผลทดสอบซ้ำจากคนกลาง อ่านไว้เป็นคำโฆษณาที่มีตัวเลขกำกับ จะปลอดภัยกว่าอ่านเป็นผลสอบ
เรื่องเงินตรงไปตรงมากว่านั้น ตัวปลั๊กอินแจกฟรี มันดึงโควตาโมเดลที่เรามีสิทธิ์ใช้ใน Claude Code ไปทำงาน ต้นทุนไม่ได้หายไปไหน แค่ย้ายมาอยู่ตรงโควตาแทน ยิ่งสั่งหลาย worker ลุยพร้อมกัน โควตาก็น่าจะหมดเร็วขึ้นตามจำนวนงาน คนได้ประโยชน์ชัดสุดคือคนที่ทำงานกับ Claude Code บน Mac ประจำ แล้วเจอโจทย์ยาวเกินหนึ่งเซสชันจนต้องคอยสั่งทีละขั้น
ภารกิจแรกควรเป็นงานที่เรารู้คำตอบอยู่แล้ว
วิธีลองที่เห็นผลไวไม่ใช่การโยนงานที่เรายังคิดไม่ออกให้มันทำ แต่เป็นการหยิบงานที่เราเคยทำแล้ว เรารู้ว่าต้องเริ่มตรงไหน อะไรต้องรอกัน จากนั้นพิมพ์เป้าหมายเดียวให้มันรับไป
รอบนั้นเราไม่ได้วัดผลงานปลายทาง แต่วัดจากแผนที่มันส่งกลับมา ถ้าลำดับงานตรงกับที่เราคิด แปลว่ามันอ่านโจทย์แบบเดียวกับเรา ค่อยป้อนงานที่เรายังไม่รู้ทางในรอบถัดไป
แต่ถ้าอ่านแผนแล้วอยากแก้แทบทุกบรรทัด สิ่งที่ต้องกลับไปดูอาจไม่ใช่ agent แต่เป็นโจทย์ที่เราพิมพ์ลงไปเอง
ที่มา:
- เว็บทางการของ Medley
- โปรเจกต์ Spine-AI/medley บน GitHub
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


