Krea 2 Turbo เจนภาพได้ใน 2 สเต็ปด้วย LoRA และทำช่วง denoising ได้เร็วขึ้น 4.2 เท่าตามผลทดสอบของ lvladikov
LoRA ช่วยให้ Krea 2 Turbo ร่างภาพได้ใน 2 สเต็ปจากปกติ 8 โดยช่วง denoising เร็วขึ้น 4.2 เท่า เหมาะสำหรับลอง seed และจัดองค์ประกอบ ก่อนเจนจริงที่ 4 สเต็ป

ถ้าคุณเคยเจนภาพด้วยโมเดล Krea 2 Turbo บนเครื่องตัวเอง น่าจะคุ้นเคยดีว่าช่วงที่เสียเวลามากที่สุดไม่ใช่ตอนได้ภาพที่ถูกใจ แต่เป็นตอนงมหาภาพที่ใช้พรอมต์เดิม เปลี่ยนค่า seed ที่เป็นตัวเลขสุ่มตั้งต้นให้ได้ภาพใหม่ แล้วต้องนั่งรอโมเดลรันครบ 8 สเต็ป พอภาพยังไม่ใช่ ก็แก้คำในพรอมต์นิดหน่อยแล้วรออีก 8 สเต็ป ทำวนแบบนี้หลายสิบรอบกว่าจะเจอภาพที่นำไปใช้งานต่อได้ ที่สำคัญคือทุกรอบต้องเสียเวลารอนานเท่ากันหมด ทั้งที่เรากดทิ้งภาพส่วนใหญ่ทันทีตั้งแต่เห็นแวบแรก
สิ่งที่เข้ามาช่วยลดเวลารอตรงนี้คือ Krea2-Turbo-Distill-2step-LoRA ไฟล์ส่วนเสริมขนาดเล็กอย่าง LoRA ที่โหลดประกบกับโมเดลหลักเพื่อปรับการทำงานโดยไม่ต้องโหลดโมเดลใหม่ทั้งก้อน ช่วยให้ Krea 2 Turbo ร่างภาพเสร็จได้ใน 2 สเต็ป จากเดิมที่ต้องใช้ 8 สเต็ป ข้อมูลใน model card ของผู้พัฒนา lvladikov ระบุว่า ช่วง denoising ที่โมเดลค่อยๆ ลบสัญญาณรบกวนจนเป็นภาพนั้น ทำงานเร็วขึ้นถึง 4.2 เท่า ทั้งนี้ เป็นผลงานของนักพัฒนาอิสระที่นำโมเดล Krea 2 Turbo ที่เราเคยเล่าไว้แล้ว มาพัฒนาต่อ ไม่ใช่โมเดลทางการ และทีมงาน Krea ไม่ได้รับรอง
คำสำคัญที่สุดในหน้า model card คือคำว่า "พรีวิว" เพราะ LoRA ตัวนี้ทำมาเพื่อดราฟต์และดูภาพคร่าวๆ เท่านั้น หากต้องการภาพคุณภาพสูงสำหรับใช้งานจริง ผู้พัฒนาแนะนำให้ใช้ LoRA เวอร์ชัน 4-step ของโปรเจกต์เดียวกัน ดังนั้นประเด็นจึงไม่ใช่แค่เจนภาพเร็วขึ้นกี่เท่า แต่เป็นการเลือกว่าจะนำความเร็วระดับนี้ไปใช้วางแผนงานในขั้นตอนไหน
ความเร็ว 4.2 เท่าคือเฉพาะช่วง denoising ไม่ใช่เวลาทั้งภาพ

ก่อนจะดูตัวเลข เราต้องเข้าใจก่อนว่า "สเต็ป" ในโมเดลสร้างภาพคืออะไร โมเดลจะเริ่มต้นจากภาพที่เป็นสัญญาณรบกวนล้วนๆ แล้วค่อยๆ ประมวลผลซ้ำเพื่อลบสัญญาณรบกวนออกทีละชั้นจนได้ภาพที่สมบูรณ์ การประมวลผลแต่ละรอบนับเป็น 1 สเต็ป ปกติ Krea 2 Turbo จะต้องรัน 8 สเต็ปต่อภาพ แต่ LoRA ตัวนี้ปรับให้ประมวลผลจบได้ใน 2 สเต็ป ช่วงเวลาที่โมเดลคำนวณลบสัญญาณรบกวนนี้เองคือช่วง denoising ที่ผู้พัฒนาระบุว่าเร็วขึ้น 4.2 เท่า
ตัวเลขจาก model card วัดจากการเจนภาพขนาด 1024×1024 บนเครื่องของผู้พัฒนาที่ใช้ชิป Apple Silicon รันผ่านเฟรมเวิร์ก MLX ของ Apple ในฟอร์แมตความแม่นยำสูง bf16 โดยมีผลการทดสอบดังนี้
| การทดสอบ | เวลาช่วง denoising | เวลาต่อ 1 สเต็ป |
|---|---|---|
| Turbo 8 สเต็ป (เกณฑ์อ้างอิงคุณภาพ) | 81.4 วินาที | 10.2 วินาที |
| Turbo 2 สเต็ป (ไม่ใส่ LoRA) | 20.4 วินาที | 10.2 วินาที |
| Turbo 2 สเต็ป (ใส่ LoRA ตัวนี้) | 19.5 วินาที | 9.8 วินาที |
จุดที่น่าสังเกตอยู่ที่คอลัมน์ขวา เวลาเฉลี่ยต่อสเต็ปของแบบไม่ใส่ LoRA กับแบบใส่ LoRA แทบไม่ต่างกันเลย นั่นหมายความว่า LoRA ไม่ได้ทำให้การคำนวณแต่ละสเต็ปเร็วขึ้น ความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาจากจำนวนสเต็ปที่ลดจาก 8 ครั้งเหลือ 2 ครั้ง LoRA ทำให้โมเดลรันเพียง 2 ครั้งก็สร้างภาพที่ดูรู้เรื่องได้ เพราะถ้าสั่งให้ Turbo ตัวเดิมๆ รันแค่ 2 สเต็ป ภาพจะยังเละและไม่พร้อมใช้งาน ผู้พัฒนายังระบุด้วยว่า LoRA แทบไม่ได้เพิ่มภาระการคำนวณต่อสเต็ปเลย ส่วนเวลาในแถวล่างที่เร็วกว่าเดิมเล็กน้อยเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนในการวัดผล ไม่ใช่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจริง

ตัวเลข 4.2 เท่านี้วัดเฉพาะขั้นตอน denoising เท่านั้น แต่การเจนภาพ 1 ใบยังมีอีกสองขั้นตอนที่ไม่เกี่ยวกับจำนวนสเต็ปเลย นั่นคือขั้นตอน prompt encoding เพื่อแปลงพรอมต์เป็นตัวเลขให้โมเดลอ่าน และขั้นตอน VAE decode ที่แปลงผลลัพธ์กลับมาเป็นภาพจริง ทั้งสองขั้นตอนนี้ใช้เวลาเท่าเดิมเสมอไม่ว่าเราจะรัน 2 หรือ 8 สเต็ป ทำให้เวลารวมตั้งแต่ต้นจนจบเร็วขึ้นไม่ถึง 4.2 เท่า ยิ่งเป็นภาพขนาดเล็ก สัดส่วนเวลาของสองขั้นตอนนี้ยิ่งสูง ความเร็วรวมจึงยิ่งห่างจาก 4.2 เท่า แต่ถ้าเจนภาพขนาดใหญ่ เวลาส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่ช่วง denoising ความเร็วรวมจึงจะขยับเข้าใกล้ 4.2 เท่ามากขึ้น
สำหรับเวลาช่วง denoising ที่ความละเอียดอื่นๆ บนเครื่องเดียวกัน ผู้พัฒนาระบุไว้สองระดับ คือ 6.4 วินาทีที่ขนาด 512×512 และ 39.8 วินาทีที่ขนาด 1440×1440
สิ่งที่ต้องแลก: สรุปข้อจำกัดจาก Known issues ของผู้พัฒนา
model card หน้านี้น่าเชื่อถือเพราะผู้พัฒนารวบรวมปัญหาที่พบไว้ในหัวข้อ Known issues อย่างตรงไปตรงมา โดยเรียงจากปัญหาที่พบบ่อยที่สุดลงมา
- วัตถุขนาดเล็กหรืออยู่ไกล: เป็นจุดอ่อนที่เห็นชัดที่สุด ใบหน้าคนในฝูงชน คนที่ยืนอยู่ไกลๆ ในฉากกว้าง หรือสิ่งของหลังห้อง อาจออกมาเบลอ ซ้อน หรือผิดรูป แต่วัตถุหลักที่อยู่ใกล้และกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาพ เช่น ภาพพอร์ตเทรตหรือสิ่งของเดี่ยวๆ ยังทำได้ดี
- เส้นสายและรายละเอียดเล็กๆ: ขนนก รายละเอียดของทรงผม หรือตัวหนังสือบนป้าย อาจดูเบลอหรือคลาดเคลื่อนไปไม่กี่พิกเซล ปัญหานี้จะเห็นชัดในภาพขนาด 1280×1280 ขึ้นไป และอาจมีเงาขอบซ้อนจางๆ ตามแนวแขนขา
- การคุมสไตล์ภาพ: พรอมต์ที่กำหนดสไตล์ภาพ เช่น ลายเส้นคมๆ รอยแปรงพู่กัน หรือผิวดินเผา โมเดลจะเก็บรายละเอียดได้ไม่แม่นยำเท่ากับคำสั่งที่บอกว่าในภาพมีสิ่งของอะไรบ้าง
- การวาดวัตถุซ้ำ: ในฉากแอ็กชันที่มีความเคลื่อนไหวเยอะหรือฉากที่มีคนหนาแน่น อาจพบปัญหานิ้วหรือมืองอกเกิน มีสิ่งของที่ถือซ้ำซ้อน หรือมีคนหน้าตาเหมือนกันหลายคนในฝูงชน
- องค์ประกอบต่างจากเวอร์ชัน 8 สเต็ป: แม้จะใช้ seed เดียวกัน การจัดเฟรม ท่าทางตัวละคร หรือตำแหน่งของวัตถุ ก็อาจไม่เหมือนกับภาพที่ได้จาก 8 สเต็ป
- ผิวสัมผัสและสี: ภาพขนาดใหญ่อาจมีผิวที่ดูเรียบเนียนเกินไปและสีซีดกว่าภาพต้นแบบเล็กน้อย เช่น กระบนใบหน้าจะรวมกันเป็นปื้นแทนที่จะเป็นจุดเล็กๆ ที่แยกจากกันชัดเจน
- เกรนภาพ: ยังคงมีเกรนละเอียดหลงเหลืออยู่บนวัตถุที่มีพื้นผิวซับซ้อนในภาพขนาดใหญ่ แต่เบาบางลงมากเมื่อเทียบกับเช็คพอยต์ซึ่งเป็นไฟล์โมเดลรุ่นที่บันทึกไว้ก่อนหน้า
ข้อจำกัดเรื่ององค์ประกอบภาพเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหมายความว่า ภาพจากโหมด 2 สเต็ปไม่ใช่ภาพเดิมของ 8 สเต็ปที่ลดคุณภาพลง แต่เป็นภาพคนละใบกันเลย ผู้พัฒนาอธิบายว่า 2 สเต็ปคือการเลือกเส้นทางลัดจากจุดเริ่มต้นสัญญาณรบกวนเดียวกัน โดยตัว LoRA เทรนมาให้สร้างภาพตามที่คาดว่า Turbo 8 สเต็ปควรจะวาด แทนที่จะลอกเลียนขั้นตอนเดิมทีละจุด ภาพที่ได้จึงคมชัด ไม่เบลอมัว แต่ก็อาจเลือกทิศทางต่างไปจากภาพต้นฉบับ ผู้พัฒนาจึงแนะนำให้มองภาพ 8 สเต็ปเป็นเกณฑ์อ้างอิงคุณภาพเท่านั้น ไม่ใช่ภาพที่โหมด 2 สเต็ปจะวาดออกมาได้เหมือนกันทุกอย่าง

นี่คือข้อจำกัดที่ต้องเตรียมรับมือ สมมติคุณใช้ 2 สเต็ปสุ่มหา seed จนได้ท่าทางและมุมกล้องที่ถูกใจเป๊ะ แล้วนำ seed นั้นไปรันต่อที่ 8 สเต็ปเพื่อทำภาพจริง ภาพสุดท้ายที่ได้อาจเปลี่ยนท่าทาง ขยับเฟรม หรือวางตำแหน่งของไม่ตรงกับภาพร่างที่เลือกไว้ สิ่งที่ 2 สเต็ปช่วยเราได้จริง คือการหาพรอมต์ที่ลงตัวและการดูแนวทางองค์ประกอบคร่าวๆ ส่วนเลข seed เป็นเพียงจุดตั้งต้นที่ดี ไม่ใช่หลักประกันว่าจะได้ภาพออกมาเหมือนเดิมทุกจุด
2-step ใช้สำหรับร่างภาพ ส่วน 4-step ใช้ทำงานจริง

ผู้พัฒนาสรุปแนวทางการใช้งานไว้สั้นและชัดเจนมาก คือ 2-step เหมาะสำหรับพรีวิวและดราฟต์ภาพ ส่วนงานที่ต้องการคุณภาพให้นำไปทำต่อด้วย Krea2-Turbo-Distill-4step-LoRA โปรเจกต์ก่อนหน้านี้ของผู้พัฒนาคนเดียวกัน โดยโมเดลตัวนั้นจะลดการรัน Turbo จาก 8 สเต็ปเหลือ 4 สเต็ป และข้อมูลใน model card ระบุว่าช่วยให้เวลารวมทั้งภาพที่ขนาด 1024×1024 เร็วขึ้นประมาณ 1.6 เท่า (จาก 88.7 วินาที เหลือ 54.5 วินาที)
จุดที่ต้องระวังคือ อย่าเอาตัวเลขความเร็วทั้งสองมาเทียบกันโดยตรง เพราะ 1.6 เท่าของรุ่น 4-step วัดจากเวลาทั้งภาพตั้งแต่ส่งพรอมต์จนได้ไฟล์สำเร็จ ส่วน 4.2 เท่าของรุ่น 2-step วัดเฉพาะช่วง denoising เท่านั้น ถ้าจะเปรียบเทียบ ให้เทียบที่ลักษณะการใช้งาน ผู้พัฒนามั่นใจว่ารุ่น 4-step ให้คุณภาพสำหรับงานจริง ส่วนรุ่น 2-step เหมาะกับงานร่างเท่านั้น
การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับรูปแบบงานของคุณเอง หากคุณต้องดราฟต์ภาพหลายสิบแบบเพื่อเทียบไอเดียหรือส่งให้ลูกค้าเลือกก่อนลงมือทำจริง โหมด 2-step จะช่วยประหยัดเวลาที่เสียไปกับภาพที่ต้องทิ้งได้มากที่สุด แต่ถ้างานของคุณต้องการเจนภาพเพียงครั้งเดียวแล้วนำไปใช้ทันที การเลือกใช้ 4 สเต็ปหรือ 8 สเต็ปตั้งแต่แรกจะคุ้มค่ากว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาเจนภาพร่างซ้ำอีกรอบ
นอกจากนี้ ผู้พัฒนายังเสนออีกหนึ่งทางเลือก คือนำสเต็ปที่ประหยัดได้ไปเพิ่มความละเอียดของภาพแทนความเร็ว ภาพที่ใหญ่ขึ้นจะช่วยให้วัตถุชิ้นเล็กๆ ในเฟรมมีพิกเซลมากขึ้น และการเรนเดอร์ขนาด 2048×2048 ที่เป็นความละเอียดสูงสุดที่ Krea แนะนำ ก็ทำได้ง่ายขึ้นเพราะใช้เวลาเพียงหนึ่งในสี่จากปกติ แต่ถ้าตั้งค่าความละเอียดเกิน 2048×2048 ขึ้นไป ตัวโมเดล Krea 2 เองมักจะเริ่มวาดวัตถุซ้ำในฉาก ไม่ว่าจะใส่ LoRA หรือไม่
วิธีติดตั้งใน ComfyUI: ใช้ Node พื้นฐาน และตั้งค่า cfg เป็น 1.0
ในหน้า model card มีวิธีใช้งานบนโปรแกรมเจนภาพยอดนิยมอย่าง ComfyUI ไว้อย่างครบถ้วน โดยไม่ต้องติดตั้งโหนดเสริมหรือ Custom Node เพิ่มเติมแม้แต่อันเดียว สามารถใช้โหนดพื้นฐานที่มาพร้อมกับโปรแกรมได้ทั้งหมด รองรับการรันแบบ bf16 เต็มรูปแบบโดยไม่ต้อง Quantize เพื่อลดขนาดโมเดล ทั้งบนการ์ดจอที่รองรับ CUDA, Apple Silicon และ CPU
ไฟล์ที่จำเป็นต้องใช้มีทั้งหมด 4 ไฟล์ โดย 3 ไฟล์หลังเป็นโมเดลของ Krea 2 Turbo ถ้าคุณรัน Turbo ใน ComfyUI อยู่แล้วก็จะมีไฟล์เหล่านี้ครบถ้วน
| ไฟล์ | ดาวน์โหลดจาก | นำไปวางที่ |
|---|---|---|
krea2_turbo_2step_rank_64_lora_comfyui.safetensors | หน้า LoRA ตัวนี้ | ComfyUI/models/loras/ |
krea2_turbo_bf16.safetensors | Comfy-Org/Krea-2 | ComfyUI/models/diffusion_models/ |
qwen3vl_4b_bf16.safetensors | Comfy-Org/Krea-2 | ComfyUI/models/text_encoders/ |
qwen_image_vae.safetensors | Comfy-Org/Krea-2 | ComfyUI/models/vae/ |
จากนั้นให้ดาวน์โหลดไฟล์ผังการทำงานหรือ Workflow ที่แนบมาในหน้าเดียวกัน ชื่อไฟล์ krea2_turbo_2step_lora_t2i.json นำไปเปิดใน ComfyUI จะได้การตั้งค่าที่พร้อมใช้งานทันที: steps 2, cfg 1.0, sampler euler, scheduler simple และ LoRA strength 1.0
ค่า strength 1.0 คือค่ามาตรฐานที่ผู้พัฒนาใช้เทรน LoRA มา ถ้าตั้งค่าต่ำกว่านี้ ตัว LoRA จะดึงรายละเอียดได้ไม่เต็มที่ ภาพจะกลับไปคล้ายกับตอนรัน 2 สเต็ปแบบไม่ใส่ LoRA แต่ถ้าตั้งเกิน 1.5 ขึ้นไป ผู้พัฒนาไม่แนะนำและไม่ได้ทดสอบผลไว้
ข้อควรระวังอีกสองเรื่องที่ model card ระบุไว้: ข้อแรก โมเดลหลักรุ่น fp8_scaled ไม่สามารถรันบน Apple Silicon ได้ เนื่องจากตัวประมวลผลบนชิป Apple อย่าง MPS ยังไม่รองรับชนิดข้อมูลตัวเลข Float8_e4m3fn แต่โมเดลรุ่นย่ออื่นๆ ของ Turbo ยังใช้งานได้ตามปกติ ข้อสอง ถ้าเคยดาวน์โหลด LoRA ตัวนี้ไว้ก่อนวันที่ 14 กันยายน ต้องดาวน์โหลดไฟล์ใหม่มาทับตัวเดิม เพราะเช็คพอยต์ล่าสุด chk00017464 มาแทนที่ chk00013663 ภายใต้ชื่อไฟล์เดิม ผู้พัฒนาใช้วิธีนำเช็คพอยต์ใหม่มาวางทับไฟล์เดิมเสมอ ทำให้ไฟล์ในเครื่องของคุณไม่อัปเดตโดยอัตโนมัติ
เบื้องหลังโปรเจกต์: พัฒนาคนเดียว ใช้การ์ดจอ RTX 3090 ใน 7 วัน
เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ค่อนข้างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ผู้พัฒนาลงมือเทรนโมเดลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้การ์ดจอ RTX 3090 เพียงใบเดียว ใช้เวลาเทรน 7 วันนับตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ 2-step จนได้เช็คพอยต์นี้ โดยนำตัวอย่างการเทรน 78,000 ชุดจากโปรเจกต์ 4-step เดิมมาต่อยอด แล้วเทรนเพิ่มอีก 17,464 ชุดในขั้น 2-step และปัจจุบันยังคงเทรนต่อเนื่อง โดยจะอัปเดตเช็คพอยต์ใหม่เข้ามาแทนที่เมื่อผลลัพธ์ดีขึ้นจริง พร้อมกันนี้ผู้พัฒนายังแย้มว่าอาจทำ LoRA แบบ 1-step แยกออกมาเป็นโปรเจกต์ถัดไป
ด้านลิขสิทธิ์ โมเดลนี้ไม่ได้ใช้สัญญาอนุญาตแบบเปิดอย่าง MIT หรือ Apache เนื่องจากเป็นผลงานดัดแปลงต่อยอดของ Krea 2 Turbo จึงต้องอยู่ภายใต้ Krea 2 Community License Agreement เดียวกับโมเดล Krea 2 Turbo ทั้งหมด ทั้งนโยบายการใช้งาน เกณฑ์รายได้สำหรับการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ และข้อกำหนดในการคัดกรองเนื้อหา ใครที่ใช้ Turbo ได้อยู่แล้ว ก็ใช้ LoRA ตัวนี้ได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
เริ่มต้นทดลองด้วยพรอมต์เดิมที่เคยใช้
ถ้าติดตั้ง Krea 2 Turbo บน ComfyUI ไว้อยู่แล้ว สิ่งที่ทำได้ทันทีคือโหลดไฟล์ LoRA และไฟล์ Workflow json มาเปิดใช้งาน จากนั้นนำพรอมต์ที่คุณเคยเจนภาพไว้แล้วมารันใหม่ที่ 2 สเต็ป ลองสุ่มเปลี่ยน seed และปรับแก้คำในพรอมต์ไปเรื่อยๆ จนได้ทิศทางองค์ประกอบภาพที่ชอบ แล้วค่อยสลับไปใช้ 4-step หรือ 8 สเต็ปเพื่อสร้างภาพจริงที่จะนำไปใช้งาน โดยเตรียมใจไว้ว่าภาพสุดท้ายอาจมีรายละเอียดและตำแหน่งขยับไปจากภาพร่างบ้าง
สเต็ปที่ประหยัดไปไม่ได้ช่วยให้ภาพสวยขึ้น แต่ช่วยให้ "ต้นทุนเวลา" ในการทิ้งภาพที่ไม่ชอบต่ำลง จนคุณกล้าทดลองและกดทิ้งภาพได้บ่อยขึ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ผลงานภาพส่วนใหญ่มีคุณภาพดีขึ้น
ที่มา:
- Krea2-Turbo-Distill-2step-LoRA · Hugging Face model card จาก lvladikov
- Krea2 Turbo Distill 2-step LoRA — new checkpoint (reddit thread) จาก r/StableDiffusion
- Krea2-Turbo-Distill-4step-LoRA · Hugging Face model card จาก lvladikov
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
สร้าง Claude Skill แบบไม่ต้องรู้โค้ด คู่มือสร้าง Claude Skill ของคุณเองด้วยการคุยกับ Claude Code เป็นภาษาไทย
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


