Muse Glimmer 30B ให้ Claude Code ใช้โมเดลในเครื่องผ่าน Ollama บน Apple Silicon
Meta ปล่อย Muse Glimmer โมเดลเปิดขนาด 30B ให้ coding agent ใช้บนเครื่องผู้ใช้ผ่าน ollama launch แต่คำสั่งที่ประกาศตอนนี้ยังรองรับเฉพาะ Apple Silicon

Meta ปล่อย Muse Glimmer เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 เป็นโมเดลเปิดขนาด 30B ตัวแรกที่ Meta Superintelligence Labs ปล่อยออกสู่ภายนอก โมเดลนี้รับทั้งข้อความและภาพ รองรับ context 128K+ และทำมาให้ agent เรียกใช้บนเครื่องผู้ใช้โดยเฉพาะ
หลังลงโมเดล ผู้ใช้สั่ง ollama launch บรรทัดเดียวให้ Claude Code ที่ใช้อยู่เรียก Muse Glimmer บนเครื่องเดียวกันได้
ตอนนี้ยังรันได้เฉพาะบน Apple Silicon

ตอนนี้ Ollama รัน Muse Glimmer ผ่าน MLX engine ได้เฉพาะบน Apple Silicon ประกาศบอกเพียงว่าอีกไม่กี่วันจะเพิ่มการรองรับและปรับความเร็วบน Apple Silicon การ์ด NVIDIA และ AMD รวมถึงแพลตฟอร์มอื่น โดยไม่ได้แจกแจงว่าฮาร์ดแวร์แต่ละกลุ่มจะได้การรองรับหรือการปรับความเร็วแบบใด
ทุกคำสั่งในประกาศใช้แท็กโมเดลที่ลงท้ายด้วย -mlx เครื่อง Windows หรือ Linux รวมถึงเครื่องที่จะรันโมเดลบนการ์ด NVIDIA หรือ AMD จึงยังใช้คำสั่งชุดนี้ไม่ได้ และต้องรอการรองรับที่จะตามมาในอีกไม่กี่วัน
สั่ง agent ให้ใช้โมเดลในเครื่องด้วย ollama launch

อัปเดต Ollama เป็นรุ่นล่าสุดก่อน แล้วเรียก Muse Glimmer ขึ้นมาหนึ่งรอบด้วยคำสั่งนี้
ollama run muse-glimmer:30b-mlx
ประกาศระบุเพียงว่าต้องใช้ Apple Silicon แต่ไม่ได้บอกว่าโมเดล 30B ตัวนี้ต้องใช้แรมหรือพื้นที่เก็บข้อมูลเท่าไร จึงยังต้องลองเองว่าเครื่องแต่ละรุ่นจะรับไหวแค่ไหน
เมื่อโมเดลอยู่ในเครื่องแล้ว ollama launch จะชี้ coding agent ที่ติดตั้งไว้ให้คุยกับโมเดลนี้แทน โดยไม่ต้องแก้ config หรือตั้ง proxy เอง ถ้าใช้ Claude Code ให้พิมพ์บรรทัดนี้
ollama launch claude --model muse-glimmer:30b-mlx
นอกจาก Claude Code แล้ว คำสั่งรูปแบบเดียวกันยังใช้กับ coding agent อย่าง Pi รวมถึงผู้ช่วยที่เปิดทิ้งไว้ให้ทำงานยาวอย่าง OpenClaw และ Hermes ได้
ollama launch pi --model muse-glimmer:30b-mlx
ollama launch openclaw --model muse-glimmer:30b-mlx
ollama launch hermes --model muse-glimmer:30b-mlx
ollama launch ยังใช้กับ Codex · OpenCode · GitHub Copilot และ agent ตัวอื่นๆ ได้ แต่ประกาศระบุไว้เพียงชื่อ ส่วนคำสั่งของแต่ละตัวอยู่ที่ หน้ารวมการเชื่อมต่อ
ตั้ง reasoning strength ได้สี่ระดับ
ผู้ใช้ปรับ reasoning strength ของ Muse Glimmer ตามความยากของงานได้สี่ระดับ ได้แก่ low · medium · high · xhigh
คำแนะนำที่มากับโมเดลให้ใช้ high หรือ xhigh สำหรับงานเขียนโค้ดยากๆ และงาน agent ที่มีหลายขั้นตอน ถ้าให้ความสำคัญกับความเร็วมากกว่าคุณภาพสูงสุดก็ลดระดับลงได้ ผู้ใช้จึงเลือกเองว่าจะแลกคุณภาพคำตอบกับเวลารอแค่ไหน แทนที่จะใช้ค่าตายตัวจากผู้ให้บริการ
อ่านภาพได้เอง และรันเร็วขึ้นบนชิป Apple
perception encoder ขนาด 1.8B พารามิเตอร์ช่วยให้ Muse Glimmer อ่านภาพได้เองโดยไม่ต้องต่อโมเดลอื่นมาช่วย ขณะเดียวกัน MLX engine ก็เพิ่งเปิดให้ coding agent ส่งภาพเป็น input ได้ ทำให้ agent เรียก tool ต่อเนื่องหลายรอบเพื่อทำงานกับภาพ ประกาศยกตัวอย่างไว้สามแบบ
- สร้างเว็บไซต์หรือแอปจากภาพร่างหรือ mockup
- ทำงานประเภท computer use โดยอาศัยภาพหน้าจอนำทาง
- อ่านใบเสร็จ เอกสาร และกราฟ
DFlash ที่ MLX engine เพิ่งรองรับทำให้ Muse Glimmer รันบนชิป Apple เร็วขึ้น 1.5 ถึง 1.8 เท่า เทคโนโลยีนี้ต่อยอดจาก multi-token prediction ที่มีอยู่ก่อนแล้ว ความเร็วที่เพิ่มขึ้นส่งผลกับงาน agent มากกว่างานถามตอบทั่วไป เพราะ agent เรียกโมเดลซ้ำหลายรอบในงานเดียว เมื่อแต่ละรอบเร็วขึ้น เวลารอทั้งงานจึงลดลง
Apache 2.0 เปิดให้นำโมเดลไปใช้ต่อได้
ผู้ใช้นำ Muse Glimmer ไปใช้ต่อหรือใส่ในงานของตัวเองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน ภายใต้ license Apache 2.0
ที่มา: เอกสารทางการของ Muse Glimmer
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
Local LLM ฉบับเข้าใจง่าย รัน AI ไว้ในเครื่องตัวเอง ติดตั้ง อัปเดต จัดการ ลบ ครบวงจรด้วย Ollama
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


