OpenAI ลดราคา GPT-5.6 Luna 80% เหลือล้านโทเคนละ 0.20 ดอลลาร์ งานที่เคยไม่คุ้มจ่ายเพิ่งกลายเป็นคุ้ม
OpenAI ลดราคา GPT-5.6 Luna ใน API ลง 80% เหลือล้านโทเคนละ 0.20 ดอลลาร์ในฝั่งขาเข้า ส่วน Terra ลดลงอีก 20% เบื้องหลังส่วนลดก้อนนี้คือ OpenAI เอารุ่น Sol ไปแก้โค้ดที่รันตัวมันเอง จนค่าให้บริการถูกลง แล้วส่งส่วนต่างนั้นมาที่บิลของคนใช้งาน

OpenAI หั่นราคาโมเดล GPT-5.6 ทั้งชุดสำหรับคนที่เรียกใช้ผ่าน API เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ตัวที่ลดแรงที่สุดคือ GPT-5.6 Luna ค่าโทเคนฝั่งขาเข้าของมันร่วงจากล้านละ 1 ดอลลาร์ ลงมาเหลือ 0.20 ดอลลาร์ ในวันเดียว
ตัวเลข 80% ฟังดูเยอะ แต่ของที่เปลี่ยนจริงไม่ได้อยู่ตรงส่วนลด มันอยู่ตรงงานที่เราเคยกดเครื่องคิดเลขดูแล้วพับเก็บไปเพราะไม่คุ้ม วันนี้งานพวกนั้นกลับมาคุ้มขึ้นมาเอง ทั้งที่เรายังไม่ได้แตะอะไรกับมันเลย
บอทตอบลูกค้าที่ต้องอ่านประวัติแชทยาวๆ ระบบสรุปเอกสารกองโต งานไล่ตรวจข้อมูลทีละแถวเป็นหมื่นแถว งานพวกนี้กินโทเคนมหาศาล เพราะระบบของเราต่อตรงเข้าไปหาโมเดลผ่าน API แล้วจ่ายเงินตามจำนวนโทเคน ทั้งข้อความที่ส่งเข้าไปและคำที่โมเดลตอบกลับมา ค่าโทเคนจึงเป็นตัวตัดสินว่างานจะได้เกิดหรือไม่ได้เกิด
ตัวเลขใหม่ของ GPT-5.6 ทั้งสามรุ่น

ราคาในตารางคิดเป็นดอลลาร์ต่อโทเคนหนึ่งล้านตัว ตามหน่วยที่ OpenAI ใช้ประกาศ
| รุ่น | ราคาใหม่ ขาเข้า / ขาออก | สิ่งที่เปลี่ยนรอบนี้ |
|---|---|---|
| GPT-5.6 Luna | 0.20 / 1.20 | ลดลง 80% |
| GPT-5.6 Terra | 2 / 12 | ลดลง 20% |
| GPT-5.6 Sol | ประกาศรอบนี้ไม่ได้แตะราคาปกติ | เพิ่มโหมด Fast ที่คิดสองเท่า เร็วขึ้นสูงสุด 2.5 เท่า ความฉลาดเท่าเดิม |
เป้าหมายที่ Sam Altman เขียนกำกับไว้ในโพสต์ประกาศคือ ทุกช่วงราคาควรมีรุ่นที่คุ้มที่สุดระหว่างเงินที่จ่ายกับความฉลาดที่ได้
อยากเห็นภาพว่าล้านละ 0.20 ดอลลาร์ถูกแค่ไหน ให้เทียบกับ Claude Haiku 4.5 รุ่นที่ Anthropic ตั้งราคาไว้ต่ำสุดในเวลานี้ ตัวนั้นคิดขาเข้าล้านละ 1 ดอลลาร์ และขาออกล้านละ 5 ดอลลาร์ ค่าขาเข้าของ Luna จึงเหลือแค่หนึ่งในห้าของมัน ทั้งที่ก่อนวันประกาศ สองรุ่นนี้คิดค่าขาเข้าเท่ากันพอดี
ส่วนลดก้อนนี้มาจากโมเดลที่ไปแก้โค้ดของตัวเอง

ทุกครั้งที่มีคนส่งข้อความเข้าไปหาโมเดล เครื่องต้องคำนวณชุดใหญ่หนึ่งรอบเพื่อเดาคำถัดไป แล้ววนซ้ำแบบนั้นทีละคำจนจบคำตอบ การคำนวณรอบนั้นวิ่งอยู่บนการ์ดจอในศูนย์ข้อมูล เวลาที่การ์ดจอเสียไปกับมันคือต้นทุน และต้นทุนก้อนนั้นกลายมาเป็นราคาต่อโทเคนที่เราจ่าย
โค้ดที่สั่งการ์ดจอให้คำนวณก้อนนี้เรียกว่า kernel เป็นชั้นในสุดที่คนใช้งานไม่ได้เห็น แต่เป็นชั้นที่ตัดสินว่าการ์ดจอหนึ่งใบจะทำงานเต็มมือหรือนั่งรออยู่เฉยๆ
OpenAI เล่าว่ารอบนี้เอา GPT-5.6 Sol ไปไล่ดูการคำนวณของตัวเอง แล้วหาจุดที่ทำซ้ำโดยไม่จำเป็น จุดที่เตรียมผลไว้ล่วงหน้าได้ และจุดที่แยกไปทำพร้อมกันหลายทางได้ อีกงานหนึ่งคือเกลี่ยงานให้เครื่องแต่ละตัวรับไม่หนักไม่เบาเกินกัน
จากนั้นก็ให้ Sol ลงมือเขียน kernel ที่ใช้อยู่จริงในระบบขึ้นมาใหม่ ผ่าน Codex ผู้ช่วยที่ลงมืออ่านและสร้างไฟล์จริงในเครื่อง
โค้ดที่ Sol เขียนออกมาใช้ภาษา Triton และ Gluon สองภาษาสำหรับสั่งการ์ดจอที่ OpenAI ดูแลเอง
ผลรวมของงานชุดนั้นคือต้นทุนการให้บริการตลอดสายลดลง 20% แล้ว OpenAI ก็ส่งส่วนต่างก้อนนั้นต่อมาเป็นราคาที่ลูกค้าจ่าย
auto review ในแอป ChatGPT ถูกลงราวสิบเท่าตั้งแต่วันแรก
ของที่เห็นผลทันทีโดยไม่ต้องแก้โค้ดอะไรเลยคือ auto review ตัวที่คอยไล่ตรวจงานให้อัตโนมัติในแอป ChatGPT และใน Codex CLI เครื่องมือแบบพิมพ์คำสั่งของ Codex
OpenAI ย้ายฟีเจอร์นี้จาก GPT-5.4 มาใช้ GPT-5.6 Luna แล้วคาดว่าเมื่อรวมกับราคาใหม่ การตรวจแต่ละรอบจะถูกลงราวสิบเท่า
เรื่องนี้ไม่ได้จบอยู่แค่คนที่ต่อ API เอง เพราะ OpenAI ระบุว่าราคาที่ลดลงของ Luna กับ Terra สะท้อนไปถึงวิธีนับปริมาณการใช้งานใน Codex และ ChatGPT Work ด้วย
คิดบิลของตัวเองให้เห็นตัวเลขก่อนย้ายรุ่น
อยากรู้ว่าข่าวนี้มีความหมายกับกระเป๋าเราแค่ไหน ให้เปิดหน้าสรุปการใช้งานของเดือนที่แล้วขึ้นมา ดูว่าเดือนหนึ่งใช้โทเคนไปเท่าไร แล้วคูณกับราคาใหม่ตรงๆ
สมมติบอทตอบลูกค้าตัวหนึ่งกินโทเคนขาเข้าเดือนละ 50 ล้าน และตอบกลับออกไปอีก 10 ล้าน ที่ราคาใหม่ของ Luna บิลก้อนนี้คือ 10 ดอลลาร์จากฝั่งขาเข้า บวกอีก 12 ดอลลาร์จากฝั่งขาออก รวมเดือนละ 22 ดอลลาร์
งานปริมาณเท่ากันเป๊ะนี้ ถ้าเอาไปวิ่งบน Claude Haiku 4.5 บิลจะกลายเป็น 50 บวก 50 เป็นเดือนละ 100 ดอลลาร์
ตัวเลขแบบนี้ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะมันเปลี่ยนคำถามจากลดกี่เปอร์เซ็นต์ มาเป็นเดือนหน้าบิลเราจะเหลือเท่าไร
ส่วนการย้ายรุ่นในทางเทคนิค มันคือการเปลี่ยนชื่อรุ่นที่ระบบเรียกไป ไม่ใช่การรื้อระบบใหม่ ของที่ต้องทำก่อนกดย้ายจึงไม่ใช่เรื่องโค้ด แต่เป็นการหยิบงานจริงที่เคยรันด้วยรุ่นเดิมมาสักชุด รันซ้ำด้วยรุ่นใหม่ แล้วนั่งเทียบผลลัพธ์ทีละคู่ด้วยตาตัวเอง
จ่ายถูกลงแล้ว แต่โมเดลไม่ได้เก่งขึ้นตาม
ราคาบอกได้แค่ค่าใช้จ่ายต่อโทเคน มันไม่ได้รับประกันว่างานที่ออกมาจะดีเท่าของเดิม
ในประกาศฉบับเดียวกัน ค่าขาเข้าของ Terra ยังสูงกว่า Luna อยู่สิบเท่า ทั้งที่ลดราคาพร้อมกันทั้งคู่ ช่องว่างขนาดนั้นบอกอยู่กลายๆ ว่า OpenAI ยังวางสองรุ่นนี้ไว้คนละชั้นของงานอยู่ดี
ตอนเปิดตัว GPT-5.6 ตารางทดสอบที่ OpenAI โชว์เองก็ยังมีข้อที่แพ้ อย่างเรื่องที่ Sol แพ้ Claude Fable 5 ในการทดสอบแก้บั๊กในโค้ดจริงถึง 15.4 จุด
โหมด Fast ของ Sol ก็เป็นคนละเรื่องกับส่วนลด มันคือการจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อเวลา ไม่ใช่ซื้อคุณภาพ เพราะความฉลาดของโมเดลยังเท่าเดิม ใครที่งานไม่ได้แข่งกับวินาที ก็ไม่มีเหตุผลต้องจ่ายส่วนนั้น
คำว่าแพงเกินไปไม่ใช่คุณสมบัติของงาน มันคือผลของการกดเครื่องคิดเลขครั้งล่าสุดที่เราทำ และผลนั้นมีวันหมดอายุของมันเอง รอบนี้มันหมดอายุไปแล้วเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ฝั่ง OpenAI มีโมเดลของตัวเองช่วยไล่ลดต้นทุนให้ ส่วนฝั่งเรา เครื่องคิดเลขรอบใหม่ต้องกดเอง
ที่มา:
- โพสต์ Sam Altman (@sama) on X บน X
- โพสต์ OpenAI Developers (@OpenAIDevs) on X บน X
- บทความ Advancing the price-performance frontier with GPT-5.6 จาก Simon Willison
ชอบเรื่องแนวนี้ มีอีบุ๊คฟรีให้อ่านต่อ
Local LLM ฉบับเข้าใจง่าย รัน AI ไว้ในเครื่องตัวเอง ติดตั้ง อัปเดต จัดการ ลบ ครบวงจรด้วย Ollama
กดสมัครแล้วเราจะส่งเทคนิค AI และของแจกใหม่ๆ ให้ทางอีเมล เลิกรับได้ตลอด
Claude Cowork · The Business Playbook

ฉบับภาษาไทย 15 บท เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จำลองต่อเนื่องทั้งเล่ม ตั้งแต่ตั้งค่า Workspace จัดการไฟล์ เชื่อมแอป ตั้งระบบอัตโนมัติ จนถึงสร้าง Plugin


